กลยุทธ์ “Absolute Return” ทำงานยาม ‘ตลาดวิกฤติ’... ส่ง 2 กองหุ้นโลก “UGEAR” & “SCBGEARA” ยืนบวกเหนือกลุ่ม !!!
Fun of Funds: ตามที่นักลงทุนได้ติดตามข่าวสารกันดีจะทราบว่าภาวะ “เศรษฐกิจโลก” ในปัจจุบันได้เริ่มเข้าภาวะชะลอตัว และมีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ “ภาวะถดถอย” (Recession) หลังจากที่เจอกับวิกฤตตัวเลขเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นสูงในหลายประเทศ
ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 23 ก.ย. 22) “หุ้นโลก” ปรับตัวลงแล้วกว่า -27.92% และมองไปตลาดหุ้นไหนๆ ก็ดูแดงเดือดไม่ต่างกันเท่าไรนักลามไปในทุกภูมิภาคทั่วโลก
ส่งผลให้ผลงานกลุ่ม “กองหุ้นโลก” ตั้งแต่ต้นปีมาก็แดงเป็นส่วนใหญ่ มียืน “บวก” เพียง 2 กอง จากทั้งหมด 221 กอง มีผลตอบแทนตั้งแต่ -58.30% ถึง +3.91%
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงถือโอกาสรายงานความเคลื่อนไหวของผลการดำเนินงาน “กองทุนรวมหุ้นโลก” ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันมีความเคลื่อนไหวไปในทิศทางใด
Top3 “กองหุ้นโลก” ยังเหนื่อยทำผลตอบแทนได้ตั้งแต่ -5.39% ถึง +3.91%...“UGEAR” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุดของกลุ่ม
ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อ “เศรษฐกิจโลก” เกิดภาวะการชะลอตัวย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อกำลังซื้อโดยรวมและลามไปถึงผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนทั้งรายเล็กและรายใหญ่
กระทบเป็นลูกโซ่ไปถึงกันในระดับภูมิภาคและรายประเทศ แต่สิ่งที่สะท้อนได้เร็วและเห็นความชัดเจนที่สุดสำหรับตลาดหุ้นก็คือ “ราคาสินทรัพย์เสี่ยงหรือหุ้น” ที่ค่อนข้างมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยลบที่เกิดขึ้น
โดยกองทุนรวมที่เราจะหยิบยกขึ้นมาในครั้งนี้จะเป็นทางฝั่งของกองที่มีผลการดำเนินงาน “โดดเด่นที่สุด” ในกลุ่มและกองที่มีผลการดำเนินงาน “แย่ที่สุด” ในกลุ่ม 3 อันดับแรก
เริ่มต้นจากทางฝั่งของกองทุนที่ “โดดเด่นสุด” ในกลุ่มอย่าง “กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล อิควิตี้ แอบโซลูท รีเทิร์น” หรือ “UGEAR” ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันได้ +3.91% ด้วยนโยบายการกระจายการลงทุนในหุ้นทั่วโลก ผ่านกองทุนหลัก ‘Jupiter Merian Global Equity Absolute Return Fund (Class I USD Accumulation)’
“ซึ่งกองทุนหลักบริหารพอร์ตการลงทุนด้วยกลยุทธ์ Market Neutral Strategy โดยมุ่งสร้างผลตอบแทนของพอร์ตการลงทุนที่เป็นบวกโดยไม่ขึ้นกับภาวะตลาด (Absolute Return) ลงทุนขั้นต่ำเพียง 2,000 บาท และหากมีเงินลงทุนตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไปจะมีสิทธิได้รับประโยชน์เพิ่มเติมจากวงเงินคุ้มครองประกันชีวิตและประกันสุขภาพอีกด้วย”

ถัดมาเป็น “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอล อิควิตี้ แอพโซลูท รีเทิร์น ชนิดสะสมมูลค่า” หรือ “SCBGEARA” ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีได้ +3.06% ที่มีนโยบายการลงทุนหน่วยลงทุนกองทุนต่างประเทศผ่าน ‘Jupiter Merian Global Equity Absolute Return Fund’ ซึ่งมีกองทุนหลักเป็นกองเดียวกันกับอันดับก่อนหน้านี้
และสุดท้ายเป็น “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ แพลทตินัม โกลบอล ฟันด์ ชนิดผู้ลงทุนกลุ่ม/บุคคล” หรือ “SCBPGFP” ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี -5.39% ที่จะลงทุนในกองทุนหลัก ‘DWS Invest CROCI Sectors Plus’ ใน Share Class FCH (P) ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วด้วยกระบวนการคัดเลือกหุ้นของ CROCI
“โดยจะคัดเลือก 3 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีค่าเฉลี่ยของ CROCI Economic P/E ต่ำที่สุด จาก 9 กลุ่มอุตสาหกรรม และเลือกลงทุนในหุ้นที่มี CROCI Economic P/E ต่ำที่สุดจาก 3 กลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าว โดย 9 กลุ่มอุตสาหกรรมที่อยู่ในกรอบการลงทุนได้แก่ สินค้าจำเป็น, สินค้าฟุ่มเฟือย, การแพทย์, เทคโนโลยี, สินค้าอุตสาหกรรม, วัสดุ, สื่อสาร, สาธารณูปโภค และพลังงาน”
Bottom3 “กองหุ้นโลก” ดิ่งตาม ‘กองแม่’-ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีติดลบทะลุ -55%...“KFINNO-A” หนักสุด -58.30%
ด้านทางฝั่งกองทุนรวมที่ผลงาน “แย่สุด” 3 อันดับแรก จะเป็นกองทุนที่ลงทุนในกองทุนหลักต่างประเทศกองเดียวกันจึงทำให้ผลการดำเนินงานของทั้ง 3 สอดคล้องไปด้วยกันหรือก็คือ ‘Nikko AM ARK Disruptive Innovation Fund’ ที่ลงทุนในบริษัททั่วโลก โดยเป็นบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องหรือได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลง ทางเทคโนโลยี ซึ่งที่ผ่านมาก็เจอพิษ “ดอกเบี้ยขาขึ้น” เล่นงานกลุ่มเทคโนโลยีจนย่ำแย่ไปตามๆ กัน
สำหรับ 3 กองทุนที่กล่าวมาข้างต้นจะประกอบไปด้วย “กองทุนเปิดกรุงศรี Disruptive Innovation ชนิดสะสมมูลค่า” หรือ “KFINNO-A” ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี -58.30%, “กองทุนเปิดทีเอ็มบี อีสท์สปริง Global Innovation” หรือ “TMB-ES-GINNO” และ “กองทุนเปิดธนชาต อีสท์สปริง Global Innovation” หรือ “T-ES-GINNO” ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีติดลบ -56.92% และ -56.11% ตามลำดับ
“กองทุนที่เราหยิบยกขึ้นมาเป็น ‘กองทุนรวมหุ้นโลก’ เหมือนกัน แต่นโยบายลงทุนก็มีความลึกตื้นหนาบางแตกต่างกันออกไปตามนโยบายการลงทุนของแต่ละกอง ซึ่งในบางภาวะตลาด ‘กองที่แย่’ ก็มีโอกาสจะเพอฟอร์มได้ดีไม่แพ้กัน หรือ ‘กองที่ดี’ ผลการดำเนินงานก็ไม่อาจตามทันเศรษฐกิจได้เช่นกัน นี่เป็นเพียงภาพระยะสั้นตั้งแต่ต้นปีที่เราตัดมาให้ดูเท่านั้น”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
