“K-2520” ช่วยให้การลงทุนเป็น ‘เรื่องง่าย’... ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ “คนเกิดปี2520” หรือก่อนหน้า !!!
กองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “กองทุนผสม” (Moderate Allocation) ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนผสมความเสี่ยงเหมาะกับ “คนที่เกิดปีพ.ศ.2520” หรือก่อนหน้า เป็นหนึ่งในกลุ่ม “เค ไลฟ์สไตล์” ที่ช่วยให้ผู้ลงทุนเลือกลงทุนได้ง่ายขึ้นเพียงเลือกซีรีย์กองทุนที่ตรงกับปีเกิดของตัวเองเป็นสำคัญ
ซึ่ง “กองทุนรวมผสม” เป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนดังกล่าวที่ไม่ต้องการความซับซ้อนและลดขั้นตอนในการทำการบ้านเพิ่มเติม โดยเลือกเพียงครั้งเดียวแล้วที่เหลือก็ให้ผู้จัดการกองทุนเป็นบริหารจัดการให้
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอใช้โอกาสดังกล่าวในการนำเสนอข้อมูลของกองทุนผสมที่น่าสนใจมาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุนที่สนใจ
“K-2520” กองทุนสำเร็จรูป...ตอบโจทย์ “คนเกิดปี2520” หรือก่อนหน้า
ความหลากหลายของสินทรัพย์การลงทุนมีมากมาย เสียจนนักลงทุนหลายคนเองก็ตามไม่ทันว่าจะเลือกสรรสินทรัพย์ประเภทไหนเข้าพอร์ตลงทุน
หรือบางคนเองก็เกิดเป็นความงงเป็นไก่ตาแตกว่า ควรจะลงทุนสินทรัพย์ใดตามภาวะตลาดทุนในช่วงเวลานั้นๆ เพื่อให้เงินต้นสามารถสร้างผลตอบแทนได้และรับมือกับภาวะตลาดเปลี่ยนแปรไปอย่างรวดเร็ว
จะดีกว่ามั้ย?...ถ้ามี “กองทุนสำเร็จรูป” ที่จะช่วยทำให้การลงทุนของคุณง่ายขึ้น
แค่เลือกกองทุนที่ตรงกับช่วงปีเกิดของคุณเท่านั้น ในซีรีย์ “เค ไลฟ์ สไตล์” ซึ่งมีอยู่ 4 กองด้วยกัน K-2500, K-2510, K-2520 และ K-2530 กองทุนก็จะจัดสำรับการลงทุนที่เป็นส่วนผสมที่มีความเสี่ยงเหมาะสมกับกับคนที่เกิดในปีนั้นๆ หรือก่อนหน้าเอาไว้ให้ ที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ “ผู้จัดการกองทุน” ในการบริหารไปเท่านั้นเอง

ในครั้งนี้เป็นกองทุนที่มีชื่อว่า “กองทุนเปิดเค ไลฟ์สไตล์ 2520” หรือ “K-2520” ที่เป็นหนึ่งในกองทุนภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด’ และยังเป็นที่ยอมรับจากองค์กรสากลหรือที่นักลงทุนรู้จักกันในนาม “มอร์นิ่งสตาร์” ให้เป็น “กองทุน 5 ดาว” อีกด้วย
ซึ่งในส่วนรายละเอียดของ ‘กอง K-2520’ นั้น จะเป็นกองทุนผสมประเภท “Moderate Allocation”หรือนักลงทุนทั่วไปเรียกกันว่า “กองทุนผสมสายเซฟ” ที่ไม่มีการลงทุนในหุ้นมากเกินไปหรือน้อยเกินไป สำหรับกองดังกล่าวก็จดทะเบียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค. 50 จน ถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 26 ก.ย. 65) มีมูลค่าสินทรัพย์อยู่ที่ 268,065,909 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุน 20.86 บาท
“ในส่วนของนโยบายการลงทุนของกองจะกระจายการลงทุนในหุ้น ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารแห่งหนี้ และหรือเงินฝาก โดยจะลงทุนในหุ้นไม่เกิน 45% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน”
ส่วนการลงลงทุนใน ‘ต่างประเทศ’ จะมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกิน 25% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน พร้อมกับมีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน อย่างไรก็ตามในปัจจุบันยังไม่มีการลงทุนในต่างประเทศแต่ประการใด
หน้าตาพอร์ตหุ้น...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า” ผสม “หุ้นเติบโตสูง”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาพอร์ตหุ้นของ ‘กอง K-2520’ มีบุคลิกสไตล์ “หุ้นขนาดใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า” (Value) ผสมกับ “หุ้นเติบโตสูง” (Growth) เป็นสำคัญ
สำหรับสัดส่วนการลงทุนแบ่งแยกเป็นรายหลักทรัพย์ ณ วันที่ 31 ส.ค. 65 จะประกอบไปด้วย
-หุ้น 42.92%
-หุ้นกู้ 32.80%
-พันธบัตร 22.63%
-เงินฝาก 0.83%
-อื่นๆ 0.82%

“ในแง่ผลการดำเนินงานย้อนหลังของ ‘กอง K-2520’ ตั้งแต่จัดตั้งนั้น (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ส.ค. 65) เฉลี่ยอยู่ที่ 5.05% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 4.94% ต่อปี) ส่วนความผันผวนของความผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 7.55% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 6.05% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีกองทุนก็เคยมีผลขาดทุนโดยในช่วง 5 ปี กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -14.57% เท่านั้น”
เงินลงทุนขั้นต่ำ ‘ครั้งแรก’ และ ‘ครั้งถัดไป’ เพียง 500 บาท เท่านั้น
สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุนใน ‘K-2520’ กองทุนได้มีเงื่อนไขหรือมูลค่าขั้นต่ำของการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” จะอยู่ที่500 บาท ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนจะอยู่ที่ 500 บาทเช่นเดียวกัน ขณะที่ยอดคงเหลือขั้นต่ำจะอยู่ที่ 50 บาท สำหรับระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนคือ 3 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน (T+3)
ส่วนช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่านรูปแบบออฟไลน์อย่างธนาคารกสิกรไทยและผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนอื่นที่บริษัทได้แต่งตั้งขึ้น ส่วนช่องทางออนไลน์สามารถเปิดบัญชีและซื้อขายได้ผ่านแอพพลิเคชั่นอย่าง K-My Funds, K-Cyber และ KPLUS
“กองทุนรวมผสม...อาจจะไม่ใช่กองทุนที่นักลงทุนผ่านหูผ่านตามากนัก เพราะคิดว่า ‘ตัวเองทำเองได้’ หรือบางคนก็ไม่ได้ให้ความสนใจ แต่สำหรับ ‘นักลงทุนมือใหม่’ และ ‘คนที่มีไม่เวลา’ ในการติดตามภาวะตลาดกองทุนดังกล่าวก็ถือเป็นตัวช่วยได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว” แค่เลือกที่ใช่ให้เหมาะกับสไตล์ของตัวเองเท่านั้นเอง
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
