ชู 3 ธีม “กองประหยัดภาษี” น่าสะสมส่งท้ายปี... “หุ้นเติบโต-กลุ่มได้ประโยชน์จากศก.ถดถอย-หุ้นโลก” !!!
Fun of Funds: ช่วงเวลาสิ้นปีถือเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญในการจับจ่ายใช้สอยสินค้าต่างๆ ของประชาชน ซึ่งในทางฝั่งของนักลงทุนก็เป็นโอกาสในการทยอยเก็บ “กองทุนรวมเพื่อลดหย่อนภาษี” (Tax Fund)
แน่นอนว่ากองทุนที่นักลงทุนจะต้องนึกถึงเป็นอันดับแรก ก็คือ “กองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว” (SSF) และ “กองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ” (RMF) ซึ่งเป็น 2 ประเภทกองทุนที่ยังสามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้อยู่ในปัจจุบัน
แต่ในภาวะตลาดที่ยังไม่แน่นอนและเศรษฐกิจโลกที่ยังชะลอตัว จะคัดเลือกกองดังกล่าวอย่างไรเพื่อให้สร้างผลตอบแทนได้อย่างเหมาะสมควบคู่ไปกับ “สิทธิลดหย่อนทางภาษี”
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้ทำการนำกลยุทธ์หรือคำแนะนำการลงทุนในช่วงไตรมาส 4/65 ของกองทุนทั้ง 2 ประเภท มาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุนที่สนใจ
มั่นใจกลุ่ม “กองหุ้นเติบโต” ยังไปได้เป็น Mega Trend ระยะยาว...เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ “รับความเสี่ยงสูง-คาดหวังผลตอบแทนสูง”
โดยบทวิเคราะห์จาก “บล.หยวนต้า” ให้คำแนะนำการลงทุนในกอง SSFและ RMF ว่า กองทุนที่เราแนะนำลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ประกอบไปด้วย “กองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นเติบโต” (Growth) เหมาะสำหรับนักลงทุนที่สามารถรับความผันผวนได้สูงและคาดหวังผลตอบแทนในระยะยาว ได้แก่ ฝั่ง ‘กองทุน NASDAQ’ คือ KKP NDQ100-H-SSF, SCBRMNDQ(A) ฝั่ง ‘กองทุน Hang Seng Tech’ คือ SCBCTECH-SSF, SCBRMCTECH และฝั่ง ‘กองทุน Global Growth Fund’ คือ ONE-UGG-ASSF, ONE-UGERMF-A
“โดย ‘หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี’ จะสามารถเติบโตได้ในระยะยาวและยังคงเป็นเมกะเทรนด์ต่อไปอีกอย่างน้อย 5-10 ปี ขณะที่ราคาหุ้นโดนกดดันจากการดำเนินนโยบายทางการเงินแบบตึงตัวของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จนทำให้มูลค่าหุ้นของ Nasdaq เริ่มมีความน่าสนใจ จึงมองว่าในช่วงที่เฟดยังคงดำเนินนโยบายทางการเงินแบบตึงตัวเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าสะสม”
ขณะที่ “หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในจีน” เริ่มมีความน่าสนใจในอัตราการเติบโตโดยอ้างอิงจากดัชนี FTSE China Incl A 25% Technology Capped Index ที่เป็นดัชนีอ้างอิงของกองทุนที่เราแนะนำให้ลงทุนใน SSF ซึ่งตลาดคาดอัตราการเติบโตกำไรในปีหน้าสูงถึง 74% เทียบกับ NASDAQ ที่มีอัตราการเติบโตของกำไรราว 20%
แนะลงทุนกลุ่ม “กองตราสารหนี้ระยะยาว” & “กองทุนทองคำ”...รับประโยชน์จาก “ศก.ถดถอย”
มาเป็น “กองทุนที่ได้ประโยชน์หากเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย” ซึ่งถือเป็นธีมสำคัญในปีหน้าจากการดำเนินนโยบายทางการเงินของเฟดแบบตึงตัวเพื่อชะลอเงินเฟ้อ ส่งผลกระทบให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าอย่างรวดเร็วและกดดันให้ประเทศอื่นๆ จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อลดผลกระทบจากค่าเงินอ่อนค่า

“นอกจากนี้อัตราเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการเสื่อมค่าของสกุลเงินของประเทศนั้นๆ ซึ่งในหลายๆประเทศเศรษฐกิจยังไม่พร้อมที่จะรับมือกับการขึ้นดอกเบี้ยได้ ประกอบกับราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นปัจจัยกดดันให้เกิดภาวะ ‘เศรษฐกิจถดถอย’ โดยคาดใน 1 ปีข้างหน้า ‘ยุโรป’ มีโอกาสเกิดสูงถึง 75% และ ‘สหรัฐฯ’ 50%”
ด้วยปัจจัยข้างต้นและระดับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูง (2 ปี - 43% และ 10 ปี - 3.9% ทำให้ความน่าสนใจในการลงทุนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มีมากขึ้น ประกอบกับความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้เฟดไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยในอัตราเร่งเช่นเดิม
“นอกจากนี้ความเสี่ยงที่จะเกิดเศรษฐกิจชะลอตัวในปีหน้าที่มีมากขึ้น ทำให้ประเมินว่าการถือ ‘ทองคำ’ ในพอร์ตเพิ่มกระจายความเสี่ยงเป็นสิ่งที่ควรทำ ซึ่งข้อมูลในอดีตสะท้อนให้เห็นว่าราคาทองคำมักให้ผลตอบแทนชนะตลาดหุ้น S&P ค่อนข้างมากในช่วงที่เกิดเศรษฐกิจชะลอตัว จึงแนะนำ ‘กองทุนตราสารหนี้ระยะยาว’ UGS-SSF, UGIS-RMF และ ‘กองทุนทองคำ’ SCBGOLDH-SSF, KGDRMF”
ทยอยสะสม “กองหุ้นโลก”...สร้างความมั่งคั่งใน ‘ระยะยาว’
และสุดท้าย “กองทุนหุ้นโลก” (MSCI World) เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางและต้องการลงทุนเกาะไปกับภาวะเศรษฐกิจโลก เนื่องจากการลงทุนระยะยาวในตลาดหุ้นมักจะให้ผลตอบแทนที่สูงถึงแม้ว่าภาพรวมการลงทุนในปีหน้าจะดูมีความเสี่ยงเรื่องเศรษฐกิจถดถอยรออยู่
“แต่จากข้อมูลในอดีตแสดงให้เห็นว่าการลงทุนในตลาดหุ้นระยะยาวจะให้ผลตอบแทนเป็นบวกและการจับจังหวะหาจุดต่ำสุดของตลาดหุ้นทำได้ค่อนข้างยาก ดังนั้นการ ‘ทยอยสะสม’ กองทุนที่ลงทุนในหุ้นทั่วโลกจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งกองทุนที่แนะนำได้แก่ กองทุน KKP PGE-H-SSF และ KKP PGE RMF-H”
ใครกำลังมองหาโอกาสลงทุนในกลุ่ม “กองทุนประหยัดภาษี” อยู่ ทั้ง ‘SSF’ และ ‘RMF’ การลงทุนระยะยาวไปใน 3 ธีมดังกล่าว “หุ้นเติบโต-หุ้นได้ประโยชน์จากศก.ถดถอย-หุ้นโลก” ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ สามารถใช้เป้นข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนได้เช่นกัน หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
