“กองทุนตปท.” AUM ดิ่งต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท ปีนี้เสี่ยง ‘โตติดลบ’... “กองหุ้นจีน” แชมป์เงินไหลเข้า-“กองหุ้นเวียดนาม” แรงสุด 9 เดือน ‘เงินเข้า’ เท่าปี21 !!!
สาระ Fund วันละนิด: ในวันที่ “ตลาดโลกป่วนหนัก” จนทำให้สินทรัพย์ส่วนใหญ่พร้อมใจกันปรับตัวลงไม่ว่าจะเป็นหุ้น, ตราสารหนี้, ทองคำ หรือ Crypto ก็ตาม ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนักแต่ก็เกิดขึ้นแล้วในปีนี้
มองไปนอกประเทศไทย “ตลาดต่างประเทศ” ส่วนใหญ่แดงเดือดไปตามๆ กัน จึงไม่น่าแปลกใจที่จะกดดันให้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกลุ่ม “กองทุนรวมต่างประเทศ” (ไม่รวม Term Fund) ช่วง 9 เดือนแรก ลดลงเหลือ 8.8 แสนล้านบาท ลดลง 25.6% จากสิ้นปี21 ที่อยู่ระดับ 1.2 ล้านล้านบาท หรือหายไปแล้วกว่า 3.2 แสนล้านบาทเลยทีเดียว
มีเงินไหลออกสุทธิ 2.4 พันล้านบาทในไตรมาสที่3 รวม 9 เดือนเป็น “เงินไหลออกสุทธิ” 1.9 หมื่นล้านบาท !!!
มองไปจนถึงสิ้นปีก็มีความเสี่ยงที่ AUM ในปีนี้จะ “โตติดลบ” เช่นเดียวกัน
“แต่ในวิกฤติ...ย่อมมีโอกาส” การปรับตัวลงอย่างแรงของ “ตลาดหุ้นทั่วโลก” ทำให้นักลงทุนส่วนหนึ่งตัดสินใจขนเงินไป “ช็อปของถูก” กัน นั่นทำให้กลุ่ม “กองหุ้นต่างประเทศ” เป็นเพียงกลุ่มเดียวที่ยังมีเงินไหลเข้าสุทธิช่วง 9 เดือนแรก 3.2 หมื่นล้านบาท นำมาโดย “กองหุ้นจีน”
ความเคลื่อนไหวของเงินลงทุนในกลุ่ม “กองทุนต่างประเทศ” ในช่วง 9 เดือนแรกปี22 จะเป็นเช่นไร ตามทีมงาน ‘Wealthythai’ ไปอัพเดทพร้อมๆ กันได้เลย

“กองหุ้น” เป็นกลุ่มเดียวที่มีเงินไหลเข้าช่วง 9 เดือนแรกกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท...“กองหุ้นโลก” ยังใหญ่สุด-แต่พบสัญญาณเงินไหลออกไตรมาส3 เป็น ‘ครั้งแรกในรอบ 2 ปี’
ตั้งแต่สิ้นปี21 เป็นต้นมา ทิศทางของ “กองทุนต่างประเทศ” (ไม่รวม Term Fund) ก็ปรับตัวลดลงต่อเนื่องมาทุกไตรมาส จนหลุดระดับต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท มาตั้งแต่ไตรมาสที่2/22 ที่ผ่านมา
โดย “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ระบุว่า “กองหุ้นโลก” ยังคงเป็นกองทุนที่มีขนาดใหญ่สุดในปัจจุบัน แต่ก็มีสินทรัพย์ลดลง -28.8% จากสิ้นปี21 ในไตรมาสที่ผ่านมานี้เริ่มมีเงินไหลออกสุทธิเป็น “ครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี” โดยมีเงินไหลออกสุทธิกว่า 500 ล้านบาท ในแง่ของผลตอบแทนเฉลี่ยรอบ 9 เดือนอยู่ที่ -30.1%
อย่างไรก็ตามกลุ่ม “กองหุ้น” ยังมี AUM อยู่ที่ 6.6 แสนล้านบาท ลดลง 24.8% จากสิ้นปี21 แต่มีเงินไหลเข้าสุทธิ 9 เดือน 3.2 หมื่นล้านบาท และยังคงเป็นกองทุนต่างประเทศประเภทเดียวที่มีเงินไหลเข้าสุทธิ ขณะที่ “กองตราสารหนี้” มีเงินไหลออกสุทธิเกือบ 3 พันล้านบาท รวม 9 เดือนเป็นเงินไหลออกสุทธิ 2.4 หมื่นล้านบาท มูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงไปที่ระดับ 6 หมื่นล้านบาท หรือลดลง 36.2% จากสิ้นปีที่แล้ว

“กองหุ้นจีน” แชมป์เงินไหลเข้าสุทธิมากสุด 1.5 หมื่นล้านบาท...แต่ ‘แรงซื้อต่ำลง’ -เหตุ “ผลตอบแทนติดลบหนัก”
“สำหรับ Top5 กองทุนต่างประเทศที่มีเงินไหลเข้ามากสุดนั้นเป็น “กองหุ้น” ทั้งหมด นำมาโดย ‘กองหุ้นจีน’ และ ‘กองหุ้นเวียดนาม’ มีเงินไหลเข้าสุทธิ 15,424 ล้านบาท และ 13,940 ล้านบาทมากเป็นอันดับ1 และ 2 ตามลำดับ”
อย่างไรก็ตาม AUM ของ ‘กองหุ้นจีน’ ยังคงลดลงต่อเนื่อง โดยหดตัวลง 18.6% จากไตรมาสก่อน หรือลดลงเกือบ 1 ใน 4 ของมูลค่า ณ สิ้นปีที่แล้ว แม้ว่าในไตรมาสที่ผ่านมาจะยังมีเงินไหลเข้าสุทธิ 3.6 พันล้านบาท แต่เป็นมูลค่าที่ “น้อยลง” โดยเฉพาะในเดือนสิงหาคมและกันยายนที่เงินไหลเข้าสุทธิต่ำกว่าระดับพันล้านบาททั้ง 2 เดือน ซึ่งเป็นผลมาจากผลตอบแทน “ติดลบหนัก” กว่า -30.7% และนักลงทุนขาดความมั่นใจต่อเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลง ปัญหาภายในจากการบริโภคชะลอตัว นโยบาย Zero Covid ตลอดจนปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น
“กองหุ้นเวียดนาม” เงินไหลเข้าช่วง 9 เดือนแรก 1.4 หมื่นล้านบาท...เท่าทั้งปี21-สะท้อน “ความมั่นใจนักลงทุน”
แม้ในปีนี้ “ตลาดหุ้นเวียดนาม” จะปรับตัวลงค่อนข้างมาก โดย VN Index -5.5% ในช่วงไตรมาสล่าสุดและ -24.4% สำหรับช่วง 9 เดือน แต่ “กองหุ้นเวียดนาม” มีเงินไหลเข้ามากเป็นอันดับ 2 ในไตรมาสที่3 ด้วยมูลค่า 3.5 พันล้านบาท รวม 9 เดือน 1.4 หมื่นล้านบาท เป็นระดับเดียวกับมูลค่าเงินไหลเข้าสุทธิของทั้งปี21 ซึ่งสะท้อนถึงความมั่นใจของนักลงทุนที่มีต่อเศรษฐกิจเวียดนามในระยะยาวได้เป็นอย่างดี
“ปัจจุบันมี ‘กองหุ้นเวียดนาม’ จำนวน 33 กองทุน (รวมทุกชนิดหน่วยลงทุน) จากบลจ. 15 แห่ง รวมมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 3.2 หมื่นล้านบาท ผลตอบแทนเฉลี่ย 3 เดือนอยู่ที่ -7.5% และสะสม 9 เดือนที่ -21.7% กองทุนส่วนใหญ่มีการลงทุนในหมวดอุตสาหกรรม Financial Services และ Real estate เป็นสัดส่วนหลัก”

“กองตราสารหนี้โลก” เงินไหลออกมากสุดช่วง 9 เดือนแรกกว่า -2.3 หมื่นล้านบาท...รับผลกระทบจาก “ดอกเบี้ยขาขึ้น” เต็มๆ
สำหรับ Bottom5 กลุ่มกองทุนต่างประเทศที่มีเงินไหลออกสุทธิมากสุดนั้น นำมาโดย “กองตราสารหนี้โลก” ซึ่งได้รับผลกระทบเต็มๆ จาก “ดอกเบี้ยขาขึ้น” ในช่วงที่ผ่านมา โดยมีเงินไหลออกสุทธิไตรมาส3 กว่า 2.3 พันล้านบาท รวม 9 เดือนไหลออกสุทธิ -2.3 หมื่นล้านบาท มากเป็น “อันดับ1”
“ต้องไม่ลืมว่ากลุ่ม ‘กองตราสารหนี้โลก’ นั้น ปกติจะมีอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ที่ลงทุนยาวกกว่ากองตราสารหนี้ในประเทศ นั่นทำให้ได้รับผลกระทบจากดอกเบี้ยขาขึ้นค่อนข้างมาก ผลตอบแทนช่วง 9 เดือนกรก็ติดลบไป -12.1% ซึ่งไม่น้อยเลยทีเดียว”
ทั้งนี้จะพบว่า “เงินไหลเข้า-ไหลออกสุทธิ” เป็นภาพสะท้อนถึงความมั่นใจของกลุ่มนักลงทุนและมุมมองที่มีต่อทิศทางตลาดนั้นๆ เป็นสำคัญด้วยเช่นกัน ไม่ได้แปรผันตรงกันกับ “ผลตอบแทน” เสียทีเดียว เพราะในหลายตลาดแม้ผลตอบแทนจะ “ติดลบหนัก” แต่เงินก็ยังไหลเข้าสุทธิอยู่นั่นเอง อย่างไรก็ตาม “Morningstar” เองมองว่าเงินไหลออกสุทธิมีแนวโน้มชะลอตัวลงแล้วหลังจากตลาดหุ้นปรับตัวลงมาแรงช่วงที่ผ่านมา และนักลงทุนอาจกำลังมองหาโอกาสที่จะกลับเข้ามาลงทุนในตลาดอีกครั้งอยู่เช่นกัน
