Official Update :

“KF-BRIC”…โอกาสเติบโตไปกับ “ขั้วอำนาจใหม่” ฝั่ง ‘ตลาดเกิดใหม่’ !!!

กองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง(Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “กองหุ้นตลาดเกิดใหม่” (Emerging Market) ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนหุ้น 4 ประเทศยักษ์ใหญ่ในตลาดเกิดใหม่ “บราซิล/รัสเซีย/อินเดีย/จีน” อย่างน้อย 2 ใน 3 ของ NAV


หรือที่รู้จักกันในชื่อย่อของกลุ่ม BRIC” ที่คาดหมายกันว่าจะเป็นอีก “ขั้วอำนาจใหม่” ทางเศรษฐกิจที่คานอำนาจกับตลาดพัฒนาแล้วที่มี “สหรัฐ” เป็นแกนนำกันเลยทีเดียว


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงนำกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศดาวเด่นที่โฟกัส “กลุ่ม BRIC ที่น่าสนใจมาแนะนำและแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุนที่สนใจกันในครั้งนี้



KF-BRIC”…ร่วมเติบโตไปกับ “4 ยักษ์ใหญ่” แห่งตลาดเกิดใหม่

“หุ้นต่างประเทศ” ในปัจจุบันมีให้นักลงทุนได้เลือกสรรอย่างมากมายหลายประเทศและหลากหลายอุตสาหกรรมตามวัตถุประสงค์หรือความสนใจในตัวนักลงทุนรายบุคคล


ซึ่งในอุตสาหกรรมกองทุนไทยก็มีจะกองทุนรวมเป็นผู้คัดเลือกและคัดกรองดาวเด่นในแต่ละประเทศมาเสนอให้แก่ผู้ลงทุนที่สนใจอยากจะหาโอกาสการลงทุนในต่างประเทศหรืออยากสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติม


หนึ่งในภูมิภาคที่น่าสนใจก็คือ หุ้นในกลุ่ม BRIC” (บราซิล/รัสเซีย/อินเดีย/จีน) นั่นเอง เพราะถือเป็น 4 ประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงในฝั่งของตลาดเกิดใหม่และมองว่าน่าจะเป็นอนาคตที่จะก้าวขึ้นมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกได้เลยทีเดียว




โดยกองทุนนี้มีชื่อว่า “กองทุนเปิดกรุงศรี บริคสตาร์” หรือ KF-BRIC ที่อยู่ภายใต้การดูแลและบริหารจัดการของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด จนผลการดำเนินงานมีความโดดเด่นและเป็นที่ยอมรับจากองค์กรอย่าง “มอร์นิ่งสตาร์” ให้เป็น “กองทุน 5 ดาว”


สำหรับรายละเอียดเบื้องลึกของกองดังกล่าว เป็นกองทุนรวมที่ลงทุนในกองทุนรวมหน่วยลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ที่จัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2550 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 31 ต.ค.65) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 60,820,520 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 5.42 บาทต่อหน่วย


ซึ่งเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ของ ‘กอง KF-BRIC’ เพื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้ลงทุนที่ต้องการได้รับผลตอบแทนที่ดี และต้องการแสวงหาโอกาสในการลงทุนที่มากกว่าการลงทุนภายในประเทศ โดยจะนำเงินลงทุนที่ได้จากการจำหน่ายหน่วยลงทุนไปลงทุนในกองทุนหลักชื่อ ‘Schroder International Selection Fund BRIC’ โดยเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ต่างๆ ที่เป็นตราสารทุน และหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน ซึ่งออกโดยบริษัทต่างๆ ในประเทศประเทศ “บราซิล, รัสเซีย, อินเดีย และจีน” อย่างน้อย 2 ใน 3 ของทรัพย์สินทั้งหมด


รวมถึงอาจลงทุนโดยตรงในหุ้น China B-Shares และ China H-Shares และอาจลงทุนในหุ้น  China A-Shares ในสัดส่วนที่ “ต่ำกว่า 20% ของทรัพย์สินทั้งหมด ทั้งโดยตรงและโดยอ้อมผ่านสัญญาซื้อขายล่วงหน้า รวมถึงกลุ่มทรัพย์สินหรือ Asset Class อื่น, หลักทรัพย์ในประเทศ/ภูมิภาค/หมวดอุตสาหกรรม/สกุลเงินอื่น



หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นขนาดใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต”
& “หุ้นคุณค่า”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาพอร์ตของ ‘กอง KF-BRIC’ มีบุคลิกสไตล์ “หุ้นขนาดใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต” (Growth) ผสมกับ “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ


โดย 5 ประเทศที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด (ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2565) จะประกอบไปด้วย

-จีน                                   52.90%

-อินเดีย                              24.60%

-บราซิล                              13.30%

-ฮ่องกง                              5.20%

-สิงคโปร์                             1.30%


และกลุ่มอุตสาหกรรมที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

-Consumer Discretionary       23.70%

-Financials                          18.60%

-Communication Services      14.20%

-Industrials                         9.00%

-Information Technology        7.70%




“ด้านผลการดำเนินงานของ ‘กองทุน KF-BRIC’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ณ วันที่ 30 ก.ย. 65) เฉลี่ยอยู่ในระดับที่ -3.58% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด -2.22% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเองก็เฉลี่ยอยู่ที่ 24.25% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 24.50% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีกองทุนก็เคยมีขาดทุนที่ค่อนข้างรุนแรงเช่นกันโดยในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -35.31%



เงินลงทุนขั้นต่ำ
‘ครั้งแรก’ และ ‘ครั้งถัดไป’ 500 บาท

โดยนักลงทุนที่สนใจอยากลงทุนในกองดังกล่าวก็สามารถใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่ 500 บาท ตามเงื่อนไขของมูลค่าขั้นตํ่าของ “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เช่นเดียวกันกับเงื่อนไขการขายที่ระบุขั้นไว้ที่ 500 บาทหรือ 50 หน่วย ซึ่งมีระยะเวลาในการรับเงินค่าขายภายใน 4 วันทําการหลังจากวันทํารายการขายคืน (T+4)


ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ธนาคาร กรุงศรี จำกัด (มหาชน) และบริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จํากัดทุกสาขาหรือตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นและช่องทางออนไลน์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น @ccess Mobile Application


การลงทุนในหุ้นต่างประเทศเองก็มีความเสี่ยงที่ราคาจะมีความผันผวนและความเสี่ยงต่อผลตอบแทนจะติดลบได้ด้วยเช่นกัน แต่ถ้ามองหาโอกาสการลงทุนที่สามารถตอบโจทย์ความมั่งคั่งในระยะยาวได้ กลุ่ม ‘BRIC’ ก็เป็นอีกพิกัดการลงทุนที่ไม่ควรละเลยเช่นเดียวกัน แต่ก็ต้องจัดสรรเงินลงทุนมาลงทุนให้เหมาะสมกับความสามารถในการรับความเสี่ยงของตัวคุณด้วย แม้จะเป็น 4 ภูมิภาคที่มีศักยภาพในการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง แต่ก็มี ความเสี่ยงสูง เช่นเดียวกัน 


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม