8 “กองหุ้นไทย” จาก “5 บลจ.”...โชว์ผลงานสุดปัง 5 ปีย้อนหลัง ทะลุ “7% ต่อปี” !!!
สาระ Fund วันละนิด: ในวันที่ตัวเลข “เงินเฟ้อทั่วไป” ของไทยล่าสุดเดือนต.ค. ลดลงเหลือ 5.98% เป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 เป็นผลจากราคาน้ำมันและสินค้ากลุ่มอาหารที่ปรับตัวลดลง เฉลี่ย 10 เดือน เงินเฟ้ออยู่ที่ 6.15% โดยคาดว่าทั้งปีเงินเฟ้อไทยจะเอาอยู่ “ไม่เกิน 6%” ได้
แล้ว “กองทุนไทย” กลุ่มไหน ที่ผลงานจะเร็ว-แรงพอที่จะวิ่งแซง “เงินเฟ้อสูง” แบบนี้ได้ในระยะยาวกันบ้าง?
ทีมงาน ‘Wealthythai’ ได้ทำการสำรวจผลงานกองทุนไทย ย้อนหลัง 5 ปี (ณ วันที่ 31 ต.ค. 22) ที่ผลตอบแทนทะลุ “7% ต่อปี” พบว่า มีอยู่ 8 กองด้วยกัน และที่สำคัญเป็นกลุ่มกองทุนที่เน้นลงทุนใน “หุ้นไทย” ทั้งหมด
ซึ่งทั้ง “8 กองหุ้นไทย” นั้นมีอะไรบ้างนั้น เราได้รวบรวมเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วในตารางข้างล่างนี้ ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย
8 “กองหุ้นไทย” จาก “5 บลจ.” โชว์ผลงานสุดปัง 5 ปีย้อนหลัง ทะลุ “7% ต่อปี”...“TISCOFLEXP” แชมป์ +12.54% ต่อปี
“การลงทุนระยะยาวในหุ้น” ยังคงเป็นทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ โดยเปรียบเทียบ สะท้อนผ่าน 8 “กองหุ้นไทย” ที่ตัดเกรดแล้วยังสามารถโชว์ผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี (ณ วันที่ 31 ต.ค. 22) ทะลุ “7% ต่อปี” ทิ้งห่างเงินเฟ้อที่ว่าสูงได้อยู่ ที่สำคัญยังชนะดัชนี ‘SET TRI’ ที่ให้ผลตอบแทน 1.68% ต่อปี ในช่วงเวลาเดียวกันได้อีกด้วย
นั่นจึงทำให้กลุ่ม “กองทุนดัชนีSET50” ซึ่งมีสไตล์การบริหารเชิงรับ (Passive) มุ่งเกาะดัชนีไม่ติดโผเข้ามาในครั้งนี้ เพราะภาพรวมดัชนีหุ้นไทยในช่วง 5 ปี ไม่ได้ไปไหนไกลเลยนั่นเอง

โดยทั้ง 8 กอง นั้น เป็นกองทุนสไตล์บริหารเชิงรุก (Active) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นไทย” เป็นหลัก โดยติดโผเข้ามาครบทุกกลุ่ม ได้แก่ “Aggressive Allocation” 3 กอง (TISCOFLEXP, TISCOAGF และ MBT-G) แม้จะเป็นกองทุนผสมแต่ก็เน้นลงทุนในหุ้นและยังเป็นกลุ่มที่ทำผลตอบแทนได้ “สูงสุด” ในครั้งนี้อีกด้วย ตามมาด้วย “กองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก” 3 กอง (TLMSEQ-A, M-MIDSMALL-D และ KTMSEQ) และ “กองหุ้นใหญ่” และ “กองหุ้นทั่วไป” อีกประเภทละ 1 กอง ได้แก่ TSF-A และ ASP-SME ตามลำดับ
“ประเภทของกองทุนที่ต่างกัน ก็จะทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตที่ลงทุนแตกต่างกันไปด้วย ซึ่งนักลงทุนสามารถจัดพอร์ต ‘กองหุ้นไทย’ โดยผสมประเภทกองทุนต่างๆ ได้เช่นกัน ช่วยในเรื่องของการ ‘กระจายการลงทุน’ ได้ ทั้งนี้พบว่าทั้ง 8 กอง ที่มีผลงานโดดเด่นนี้ มาจาก 5 บลจ. ด้วยกัน ได้แก่ บลจ.ทิสโก้, บลจ.เอ็มเอฟซี, บลจ.ทาลิส, บลจ.แอสเซท พลัส และ บลจ.กรุงไทย”
สำหรับ “ประเภทกองทุน” จะมีระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนและถือเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากสำหรับนักลงทุน ในการพิจารณาเลือกกองทุนได้เช่นกัน เพราะ “กองหุ้นไทย” แต่ละประเภทก็จะมีนโยบายลงทุนที่แตกต่างกัน ช่วยให้คุณไม่เลือกกองทุนประเภทเดียวกันมาไว้ในพอร์ตได้ ที่สำคัญก็ต้องตามไปดู “นโยบายการลงทุน” ของกองทุนนั้นๆ ว่าตรงใจและตอบโจทย์คุณหรือไม่ หน้าตาหุ้นในพอร์ตเป็นยังไง ป้องกันการลงทุนซ้ำซ้อนในพอร์ตหุ้นของคุณได้เช่นกัน
“หุ้นไทย” ปีนี้ ทาง “FETCO” ยังมองว่าจะไปจบสิ้นปีได้ที่ระดับ 1,685 จุด มีปัจจัยหนุนที่สำคัญจากท่องเที่ยวฟื้น FED ชะลอขึ้นดอกเบี้ย Fund Flow ไหลเข้าต่อเนื่อง ใครอาจมองว่า “หุ้นไทย” ไร้เสน่ห์ แต่ถ้าเลือกกองทุนได้ถูก โอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวก็ยังมีอยู่นั่นเอง ไม่ได้หายไปไหน
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
