“TUSFIX” ลุย “ตั๋วเงินคลัง-สหรัฐ”... โอกาสสร้างผลตอบแทน-รับ “ดอกเบี้ยขาขึ้น” !!!
กองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองตราสารหนี้ต่างประเทศในกลุ่ม “Global Bond Discretionary F/X Hedge or Unhedge” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงดัชนี “Bloomberg Barclays 1-3 Month U.S. T-Bill” มีความเสี่ยงต่ำ “ระดับ3” เท่านั้น
ในช่วงดอกเบี้ยสหรัฐขาขึ้น อาจจะเขย่าขวัญตลาดการเงินทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมา แต่ในอีกมุมหนึ่งก็เป็นโอกาสของการลงทุนใน “ตราสารหนี้ระยะสั้น-สหรัฐ” ที่กำลังเกาะทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นด้วยเช่นกัน
วันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้ทำการหยิบยก “กองทุนรวมตราสารหนี้ต่างประเทศ” ที่น่าสนใจ มาแนะนำให้แก่ผู้อ่านและผู้สนใจกันในครั้งนี้
“TUSFIX” คว้าโอกาสลงทุน “ตั๋วเงินคลัง-สหรัฐ”...รับกระแสดอกเบี้ยขาขึ้น
ความเคลื่อนไหวของ “ตลาดหุ้นทั่วโลก” นับตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมามีความผันผวนจนทำนักลงทุนหลายคนต้องกุมขมับกับการจับจังหวะในการลงทุน
ซึ่งปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อตลาดก็คือ นโยบายอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นของ “ธนาคารสหรัฐฯ” ที่ยังคงมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่องและยังไม่มีทีท่าว่าจะจบในเร็วนี้ ซึ่งยังจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนกันต่อไป
แต่นักลงทุนบางส่วนเองก็เล็งเห็นถึงโอกาสการลงทุนหรือแหล่งพักเงินในสินทรัพย์อย่าง “ตราสารหนี้ระยะสั้น” ที่อัตราผลตอบแทนจะสอดคล้องไปตามทิศทางของนโยบายอัตราดอกเบี้ยเป็นสำคัญ อีกทั้งยังมีความผันผวนต่ำกว่าตราสารหนี้ที่มีอายุยาวอีกด้วย และหนึ่งในตลาดที่น่าสนใจก็คือ “ตราสารหนี้ระยะสั้น-สหรัฐ” นั่นเอง

โดยกองทุนดังกล่าวมีชื่อว่า “กองทุนเปิด ทิสโก้ ยูเอส ตราสารหนี้ระยะสั้น” หรือ “TUSFIX” ซึ่งเป็นหนึ่งในภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด’ และด้วยการดำเนินงานที่โดดเด่นนั้นยังเป็นที่ยอมรับให้เป็น “กองทุน 5 ดาว”
ซึ่งรายละเอียดข้อมูลของ ‘TUSFIX’ เป็นกองทุนประเภทฟีดเดอร์ฟันด์ หรือจะลงทุนในหน่วยลงทุนกองทุนต่างประเทศเพียงกองเดียว ที่ได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นในวันที่ 6 กรกฎาคม 2559 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 15 พฤศจิกายน 2565) มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 129,338,132 บาทและมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 10.35 บาทต่อหน่วย
สำหรับกองทุนหลัก ก็คือ “SPDR BLOOMBERG BARCLAYS 1-3 MONTH T-BILL ETF” ซึ่งเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟ ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก มีวัตถุประสงค์ในการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุน (ก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมด) ให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของ ‘ดัชนี Barclays 1-3 Month U.S. Treasury Bill’ เป็นสำคัญ ณ วันที่ 31 ต.ค. 65 ‘TUSFIX’ มีการลงทุนในกองทุนหลัก 98.20%
“ซึ่งดัชนีดังกล่าวจะประกอบด้วยตั๋วเงินคลังประเทศสหรัฐอเมริกาประเภทไม่จ่ายดอกเบี้ย (Zero-Coupon) ที่ออกมาทั้งหมด มีอายุของตราสารคงเหลือ ‘มากกว่า 1 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือน’ ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ และมีมูลค่าหน้าตั๋วอย่างน้อย 250 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา”
หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นขนาดกลาง” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” & “หุ้นคุณค่า”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาพอร์ตของ ‘กอง TUSFIX’ มีบุคลิกสไตล์ “ตราสารหนี้ภาครัฐ” เป็นสำคัญ (ณ วันที่ 17 พ.ย. 22) ประกอบไปด้วย
-Treasury 99.46%
-Cash 0.54%
โดยคุณภาพของตราสารหนี้ที่ลงทุนเป็นเรทติ้งระดับ “AAA” ทั้งหมด 100%

“ด้านผลการดำเนินงานของ ‘กองทุน TUSFIX’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ต.ค. 65) เฉลี่ยอยู่ที่ 1.58% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 2.23% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเองก็เฉลี่ยอยู่ที่ 6.22% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 5.36% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีกองทุนก็เคยมีผลขาดทุนซึ่งในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -9.78%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ ‘ครั้งแรก’ และ ‘ครั้งถัดไป’ เพียง 1,000 บาท
โดยนักลงทุนที่สนใจอยากลงทุนในกองดังกล่าวก็สามารถใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่ 1,000 บาท ตามเงื่อนไขของมูลค่าขั้นตํ่าของการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ส่วนการขายคืนไม่มีข้อกำหนดแต่มีระยะเวลาในการรับเงินค่าขายภายใน 4 วันทําการหลังจากวันทํารายการขายคืน (T+4)
ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ธนาคารทิสโก้, บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด หรือตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นและช่องทางออนไลน์ผ่าน TISCO My Funds
“กองทุนรวมตราสารหนี้” ในช่วงที่ผ่านมา อาจจะถูกนักลงทุนละเลยและมองข้ามไปบ้างเนื่องจากผลตอบแทนจากองทุนรวมหุ้นสามารถทำได้โดดเด่นกว่า แต่ในช่วงที่หุ้นมีความผันผวนและนโยบายอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น “กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น” โดยเฉพาะที่ลงทุนใน “ตั๋วเงินคลัง” (Treasury Bill) ของสหรัฐอย่าง “TUSFIX” เอง ก็สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นได้เป็นนอย่างดี จึงถือเป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์คนไม่ชอบเสี่ยงที่ต้องการผลตอบแทนที่ดีในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น หรือใช้เป็นแหล่งพักเงินที่ดีกว่าในช่วงตลาดหุ้นผันผวนได้เป็นอย่างดี
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
