“วิกฤติ COVID-19” หนุนธีมเทคโนโลยีโตโดดเด่น...โอกาสการลงทุน ‘ระยะยาว’ !!!
“ในทุกวิกฤติ...ย่อมมีโอกาส” ในท่ามกลาง ‘วิกฤติ COVID-19’ ก็ปรากฏโอกาสในการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภทด้วยกัน
หนึ่งในนั้นคือ “ธีมหุ้นเทคโนโลยี” ที่ทั่วโลกมองในทิศทางเดียวกันว่า...COVID-19 เป็นตัวเร่งให้หุ้นกลุ่มนี้มาแรง และยังจะคงเติบโตอย่างต่อเนื่องแม้ว่า COVID-19 จะสิ้นสุดไปแล้วก็ตาม
และยังมีอีกหลากหลายธีมที่มีการเติบโตที่โดดเด่นซึ่งทาง “บลจ.บัวหลวง” มองว่าเป็นโอกาสในการลงทุนในธีมการลงทุนที่โดดเด่นเหล่านี้
วันนี้ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาอัพเดทให้ฟังกันเช่นเคย
ชี้ “วิกฤติ COVID-19” หนุนธีมเทคโนโลยีโตด้วยความเร่ง...โอกาสการลงทุน ‘ระยะยาว’
โดย “พีรพงศ์ จิระเสวีจินดา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.บัวหลวง จำกัด (กองทุนบัวหลวง) บอกว่า หลังไวรัส COVID-19 แพร่ระบาด เราได้เห็นภาพบริษัทที่เร่งปรับตัวใช้นวัตกรรมมากขึ้น ขณะที่ประชากรทั่วโลกก็ตื่นตัวใช้สินค้าและบริการที่มีนวัตกรรมมากกว่าเดิม เช่น หันมาใช้อี-คอมเมิร์ซสั่งซื้อสินค้าและบริการพร้อมกับชำระเงินออนไลน์แทนเงินสด ใช้การตรวจรักษาออนไลน์แทนการไปโรงพยาบาล เป็นต้น เราได้เห็นว่า บริษัทที่ใช้นวัตกรรมมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจ เป็นบริษัทที่อยู่รอดในสภาวการณ์เช่นนี้ และได้ประโยชน์ต่อไปอีกในระยะยาว ดังนั้น การลงทุนในบริษัทที่คิดค้นหรือได้ประโยชน์จากนวัตกรรม จึงมีความน่าสนใจ เป็นโอกาสในลงทุนเพื่อได้รับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว

(คุณพีรพงศ์ จิระเสวีจินดา)
“บริษัทเตรียมเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) ‘กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลธีมเมติกออพพอร์ทูนิตี้ (B-GTO) ระหว่างวันที่ 9-16 ก.พ. 21 ในราคาหน่วยลงทุนละ 10 บาท มูลค่าการซื้อขั้นต่ำ 500 บาท”
ส่ง “กอง B-GTO” ขาย IPO 9 – 16 ก.พ. 21 นี้
สำหรับ ‘กองทุน B-GTO’ นี้ลงทุนในบริษัทที่คิดค้น หรือได้ประโยชน์จากพัฒนาการทางด้านนวัตกรรมของโลกและเป็นบริษัทที่มีความโดดเด่นในแต่ละอุตสาหกรรม มีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว โดยการลงทุนจะครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก จึงช่วยเพิ่มโอกาสให้กับนักลงทุนที่มองหาการลงทุนที่มีความสอดคล้องกับเมกะเทรนด์โลก ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงทางด้านภูมิอากาศของโลก (Climate Change) การพัฒนาด้านการเชื่อมต่อสื่อสาร (Interconnectivity) และความก้าวหน้าทางด้านการแพทย์ เป็นต้น
“กองทุน B-GTO เป็น Feeder Fund จะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก ‘Wellington Global Innovation Fund’ ที่ได้รับการจัดอันดับเป็น ‘กองทุน 5 ดาว’ จาก Morningstar โดยกองทุนนี้บริหารจัดการโดย ‘Wellington Management’ ซึ่งเป็นบริษัทจัดการลงทุนชั้นนำของโลกที่ตั้งอยู่ในสหรัฐบริหารสินทรัพย์มากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ กองทุนหลักได้จัดตั้งขึ้นตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ. 2017 ณ ปัจจุบันมีการลงทุนในบริษัทที่คิดค้นหรือได้ประโยชน์จากนวัตกรรมประมาณ 40-70 บริษัท จากข้อมูล (ณ วันที่ 30 พ.ย. 20) กองทุนนี้ทำผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี ได้ 50% ดีกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่เป็น MSCI All Country World Index ที่ 15%”
ตัวอย่างหุ้นที่สอดคล้องกับแนวคิดของกองทุนหลัก เช่น
1) Wuxi Biologics บริษัทยาสัญชาติจีนที่ใช้นวัตกรรมชีวเภสัชภัณฑ์ชั้นนำของโลก
2) Match Group เจ้าของแพลตฟอร์มหาคู่ชั้นนำ Tinder
3) Mercado Libre ผู้นำอี-คอมเมิร์ซรายใหญ่ที่สุดในละตินอเมริกา
4) Nike ผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬาที่ประสบความสำเร็จด้านการพัฒนาอี-คอมเมิร์ซและปรับตัวได้อย่างรวดเร็วเมื่อมีวิกฤติ COVID-19 ในปีที่ผ่านมา
5) Wingstop Restaurants ร้านอาหารปีกไก่ทอดอเมริกันที่ใช้นวัตกรรมรับออเดอร์ ให้บริการและวิเคราะห์ลูกค้า เป็นต้น
“หากนักลงทุนมองหาโอกาสการลงทุนในบริษัทที่คิดค้น หรือได้ประโยชน์จากนวัตกรรมและสามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนในต่างประเทศ รวมทั้งรับความเสี่ยงจากความผันผวนในหุ้น อัตราแลกเปลี่ยน และปัจจัยเสี่ยงอื่นที่เกิดจากการลงทุนในต่างประเทศได้ ทั้งยังลงทุนได้ระยะยาว 3-5 ปีขึ้นไป ก็สามารถจัดสรรเงินมาลงทุนใน ‘กองทุน B-GTO’ ได้”
สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนในธีมการลงทุนที่ ‘ไม่ตกเทรนด์’ เชื่อว่า ‘กองทุน B-GTO’ น่าจะเป็นทางเลือกที่ช่วยเติมเต็มพอร์ตหุ้นของคุณได้ไม่มากก็น้อย
