“กองตราสารหนี้ต่างประเทศ”...กับโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ ‘เหนือกว่า’ !!!

รู้หรือไม่ว่า...ในปี2020 ที่ ดอกเบี้ยเงินฝาก ของไทยต่ำเตี้ยติดดินนั้น กลุ่ม กองตราสารหนี้ต่างประเทศ สามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยในปีที่แล้วอยู่ที่ 3.44-3.86% เลยทีเดียว


และสูงกว่า กองตราสารหนี้ในประเทศ ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 0.46-1.38% เท่านั้น


จึงไม่น่าแปลกใจว่า...ในปีที่ผ่านมา กลุ่ม กองทุนที่ไปลงทุนต่างประเทศ (FIF)” ที่มีเงินไหลเข้าสุทธิมากสุด 5 อันดับแรกนั้น จะมี กองตราสารหนี้โลก เบียดอยู่ในทำเนียบ อันดับ3’ ด้วยเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิทังปี20 กว่า 21,691 ล้านบาท (ในขณะที่เหลือเป็นกองหุ้นทั้งหมด)


ในขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายของไทยเองนั้นตลาดมองว่ามีแต่ทรงกับทรุดการลัดฟ้าไปลงทุนใน กองตราสารหนี้ต่างประเทศ อาจเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจกว่า


วันนี้ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีข้อมูลที่น่าสนใจจากทาง “Morningstar” มาอัพเดทกัน


กองตราสารหนี้โลก” โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ยปี20 ที่ 3.56%...เงินไหลเข้าสุทธิมากอันดับกลุ่มกอง FIF


ใน ยุคดอกเบี้ยต่ำ ติดดินเช่นนี้ ก็ผลักดันให้นักลงทุนแสวงหาโอกาสในการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า และหนึ่งในนั้นก็คือ กองทุนตราสารหนี้โลก ซึ่งในปี20 ที่ผ่านมา ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 3.56% เรียกว่าทิ้งห่างดอกเบี้ยในประเทศไทยหลายเท่าตัวเลยทีเดียว


จากข้อมูลของ บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ระบุว่า กลุ่ม กองตราสารหนี้โลก (Global Bond)” เป็นอีกกลุ่มกองทุนต่างประเทศที่มีการเติบโตต่อเนื่องที่ 28.3% จากปี 2019 ไปอยู่ที่ระดับ 1.0 แสนล้านบาทได้อีกครั้งหลังจากปี 2017 โดยในปีนี้กลุ่ม ‘Global Bond’ ติดอันดับกลุ่มกองทุน FIF ที่มีเงินเข้าสุทธิมากสุดเป็น อันดับ 3’ ด้วยเงินไหลเข้าสุทธิต่อเนื่องในไตรมาสสุดท้ายมูลค่า 2.8 พันล้านบาท รวมเป็นเงินไหลเข้าสุทธิตลอดทั้งปีรวม 2.2 หมื่นล้านบาท 


โดยเน้นไปที่กองทุนเปิดใหม่ เช่น ThanachartEastspring GIS Global (เงินไหลเข้าสุทธิ 5.7 พันล้านบาท) ที่มีการลงทุนไปยังกองทุนจาก “PIMCO” คือ ‘PIMCO GIS Global Bond Fund Institutional USD Accumulation’ ซึ่งเป็นกองทุนเก่าแก่ สามารถสร้างผลตอบแทนเทียบกับกลุ่มได้ในระดับสูง และเป็นกองทุนที่มี “Morningstar Rating” ระดับ 5 ดาว และ “Morningstar Analyst Rating” ระดับ Gold ซึ่งเป็นระดับสูงสุด




โดยมีทีมผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์ในการบริหารพอร์ตที่สร้างความสมดุลระหว่างกระจายความเสี่ยงและความยืดหยุ่นได้อย่างเหมาะสมมีสไตล์การลงทุนในตราสารหนี้เอกชนไม่เกินครึ่งหนึ่งของพอร์ต และในตราสารหนี้จากตลาดเกิดใหม่ไม่เกิน 1 ใน 3 ในช่วงที่มีการเทขายตราสารหนี้ต้นปี 2020 กองทุนนี้ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนการลงทุนมากนักแต่เป็นการเพิ่มสัดส่วนตราสารการลงทุนที่มีอยู่เดิมทำให้ผลตอบแทนสามารถกลับขึ้นมาได้ในช่วงตลาด rebound”


“PIMCO” 
ยังเป็นบลจ.ที่บลจ.ไทยเข้าไปลงทุนมากสุด...มีส่วนแบ่ง “กองตราสารหนี้โลก” 60% 


ในภาพรวมกองทุนกลุ่ม “Global Bond” ยังมีบลจ. “PIMCO” ที่ยังครองส่วนแบ่งการลงทุนด้วยสัดส่วน 60% แต่ก็ลดลงจากปี2019 ที่เคยมีส่วนแบ่งสูงถึง 81.1% เลยทีเดียว ในตลาดนี้ถือว่ามีการกระจายตัวไปยังบลจ.อื่นมากขึ้น จากที่ก่อนหน้านี้มีการลงทุนในกองทุน  ‘PIMCO GIS Income Fund Institutional USD Accumulation’ ผ่านกองทุน TMB Global Income ที่เคยเป็นกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศขนาดใหญ่ระดับแสนล้านในช่วงปี 2017 


อย่างไรก็ตาม พบว่า ‘JPMorgan’ เป็นบลจ. ที่มีกองทุนรวมตราสารหนี้ของไทยเข้าลงทุนสูงสุดในปีนี้มากกว่า 8 พันล้านบาท โดยเป็นการลงทุนในกองทุน ‘JPM Income C’ จากบลจ.ธนชาต, บลจ.ทหารไทย และบลจ.ยูโอบี


กองตราสารหนี้ต่างประเทศ” อีกทางเลือก-ทางรอด...ใน ‘ยุคดอกเบี้ยต่ำ’ ของไทย


ในปี2020 ที่ผ่านมา นอกจากดอกเบี้ยแบงก์จะต่ำเตี้ยติดดินแล้ว ดอกเบี้ยนโยบาย (R/P 1 วัน)” ก็ทรงตัวในระดับต่ำสิ้นปีอยู่ที่ 0.5% และแนวโน้มปีนี้ตลาดคาดมีแต่ทรงกับทรุด เพื่อพยุงเศรษฐกิจ วิกฤติ COVID-19’ ก็ทำให้ยอดออกหุ้นกู้ในตลาดลดลงไปด้วย บริษัทกลับไปใช้บริการสินเชื่อแบงก์กันอีกครั้ง ส่งผลให้ในปี2020 ยอดสินเชื่อภาคธุรกิจเติบโต ในขณะที่มูลค่าคงค้างหุ้นกู้ระยะยาวลดลง 


ผลตอบแทนของพันธบัตรอายุต่ำกว่า 3 ปี ลงมายังต่ำกว่าดอกเบี้ยนโยบายอีก นั่นจึงไม่น่าแปลกใจว่าภาพรวมของผลตอบแทนกลุ่ม กองตราสารตลาดเงิน และ กองตราสารหนี้ระยะสั้น ในปี20 จะต่ำตามไปด้วย เฉลี่ยอยู่ที่ 0.46% และ 0.81% ตามลำดับ ในขณะที่กลุ่ม กองตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว ผลตอบแทนดีสุดเฉลี่ยอยู่ที่ 1.38% แต่ก็ยังคงน้อยกว่ากลุ่มกองตราสารหนี้ต่างประเทศอยู่นั่นเอง





พร้อมกับความโกลาหลในกองทุนตราสารหนี้ในช่วงต้นปี2020 บวกกับวิกฤติ COVID-19 ซึ่งอาจจะผสมเข้ากับอัตราผลตอบแทนของกองตราสารหนี้ไทยที่ค่อนข้างต่ำ ไม่ดึงดูดใจ จึงทำให้ภาพรวมของ กองตราสารหนี้ไทย ในปี2020 มีมูลค่าลดลง สวนทางกับ เงินฝาก ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น


แต่ท้ายที่สุดเงินที่ไหลไปหลบในเงินฝากแบงก์ ก็จะทนกับ ดอกเบี้ยต่ำ ไม่ไหวเช่นกัน สุดท้ายเงินก้อนนี้เชื่อว่าจะไหลกลับเข้ามาลงทุนในกองทุนรวมอีกครั้ง ซึ่งส่วนหนึ่งก็คงจะไหลกลับเข้ามาใน กองตราสารหนี้ในประเทศ อย่างไรก็ตามก็ยังมีอีกทางเลือกที่น่าสนใจนั่น คือ กองตราสารหนี้ต่างประเทศ นั่นเอง


ในปี2020 “กองตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงสุด 3.86% ตามมาด้วย กองตราสารหนี้โลก และ กอง High Yield โลก ที่ 3.56% และ 3.44% ตามลำดับ


สิ่งที่กองตราสารหนี้ต่างประเทศมีเหนือกว่ากองตราสารหนี้ในประเทศ คือ โอกาสในกรสร้างผลตอบแทนที่หลากหลายกว่าทั้งจาก 1) ตราสารหนี้ที่ลงทุน ทั้งพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้เอกชนเยอะแยะไปหมด อันดับเครดิตก็มีหลากหลายให้เลือกลงทุน ในขณะที่กองตราสารหนี้ในไทยเองส่วนใหญ่จะเน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้ที่มีเครดิตดี A- ขึ้นไปเป็นสำคัญ 2) อายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ (Duration) ที่กองตราสารหนี้ต่างประเทศลงทุนก็จะยาวกว่าด้วย และ 3) โอกาสกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ถือเป็น 3 องค์ประกอบใหญ่ๆ ของผลตอบแทนที่มีเหนือกว่ากองตราสารหนี้ไทย


สำหรับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้บ้าง และมองหาโอกาสการลงทุนที่ยังอยู่ในกลุ่ม ตราสารหนี้ แต่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนในประเทศ เชื่อว่ากลุ่ม กองตราสารหนี้ต่างประเทศ จะเป็นอีกทางเลือกและทางรอดในยุคดอกเบี้ยต่ำเช่นนี้ไม่มากก็น้อย

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, '

Most Viewed
Stock of the Day
GUNKUL เซ็น PPA ใหม่ คว้าโรงไฟฟ้า 3 โครงการ หนุนพอร์ตพลังงานสีเขียวโตต่อ ดันกำลังผลิตรวมพุ่งแตะ 2,121 MW
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
เปิดโผหุ้นรับอานิสงส์ 4 ยักษ์ใหญ่จีนลงทุนไทย อัดงบ 7 หมื่นล้าน ลุย EV-AI นิคม ยานยนต์ ชิ้นส่วน พลังงานเด่น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
มองครึ่งปีหลัง “สินทรัพย์เสี่ยง” ยังน่าสนใจ แต่ต้องเลือก... มองบวก “หุ้นไทย” ให้เป้าปีนี้ 1,630 – 1,660 จุด !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ประเทศไทย จาก “Sick Man of Asia” สู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทาน AI ดาวรุ่ง? Bloomberg ชี้โอกาสรับย้ายฐานผลิต หนุนไทยขึ้นแท่นฐานลงทุนโลก
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
แบงก์กลาง-เล็กกำไรแกร่ง TTB-KKP เซอร์ไพรส์ตลาด โบรกฯ มองงบกลุ่มอาจดีกว่าคาด แนะสะสมหุ้นเด่น KBANK-KTB
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us