ไม่อยากตกเทรนด์การลงทุน...“ตรุษจีน” ปีนี้มี ‘หุ้นจีน’ ติดพอร์ตแล้วหรือยัง?
“หุ้นจีน” กลับมาอยู่ในกระแสหลักของโลกการลงทุนอีกครั้ง ทั้งเศรษฐกิจที่คาดว่าจะโตได้อย่างโดดเด่นในปีนี้ ล่าสุด “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)” คาดการณ์เศรษฐกิจจีนปี21 โต 8.1% แซงหน้าเศรษฐกิจโลก
เป็นโอกาสดีลงทุนใน “หุ้นจีน” เหตุราคายังไม่แพงและกำไรมีแนวโน้มเติบโตสูง
“บลจ.กสิกรไทย” เองก็มีมุมมองเชิงบวกกับตลาดจีนเช่นเดียวกัน
วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจมาอัพเดทกันเช่นเคย
มองเศรษฐกิจจีนแกร่ง-เติบโตดี...ในขณะที่ ‘หุ้นจีน’ น่าสนใจ-ราคาถูก-กำไรโต
โดย “นาวิน อินทรสมบัติ” Chief Investment Officer บลจ.กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในปีที่ผ่านมา ‘จีน’ ถือเป็นประเทศที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ทำให้เศรษฐกิจของจีนฟื้นตัวกลับมาได้ใกล้เคียงระดับปกติ โดย ‘กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)’ คาดการณ์ว่าในปี 2021 เศรษฐกิจจีนจะเติบโต 8.1% ในขณะที่เศรษฐกิจโลกจะเติบโต 5.5%
บริษัทมีมุมมองที่เป็นบวกต่อการลงทุนใน ‘หุ้นจีน’ จากปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวดีต่อเนื่อง โดยจีนเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ประเทศเดียวที่กลับมาฟื้นตัวใกล้เคียงระดับปกติ ด้วยแรงหนุนจากอุปสงค์ทั้งในและนอกประเทศ โดยเฉพาะการเติบโตที่มาจากภายในประเทศ จากกลุ่มคนชั้นกลางของจีนกว่า 700 ล้านคนที่มีฐานะและกำลังซื้อมหาศาลที่พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รวมถึงรัฐบาลให้ความสำคัญกับการเติบโตระยะยาว เน้นลงทุนและวิจัย พัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี
“นอกจากนี้ระดับราคาหุ้นจีนยังมีความน่าสนใจและ Earning Growth มีแนวโน้มเติบโตดี อย่างไรก็ตามต้องจับตานโยบายของประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ที่มีต่อจีนในระยะถัดไป และมาตรการจากภาครัฐที่อาจเข้มงวดขึ้นหากเศรษฐกิจกลับสู่ภาวะปกติในระยะข้างหน้า”
ชู “กอง K-CHINA” ลุยหุ้นจีนทั่วโลก...เผย ‘กองทุนหลัก’ ปีที่แล้วโชว์ผลตอบแทนโดดเด่น 70.86%
ทั้งนี้ บริษัทชวนผู้ลงทุนมาคว้าโอกาสรับผลตอบแทนในหุ้นจีนกับ ‘กองทุนเปิดเค ไชน่า หุ้นทุน (K-CHINA)’ ที่เข้าลงทุนในหุ้นจีนครอบคลุมทุกตลาดทั่วโลก (All China) ได้แก่ หุ้นจีน A-Share, H-Share และหุ้นจีนที่จดทะเบียนในอเมริกา (ADR)
สำหรับ ‘กองทุน K-CHINA’ มีนโยบายลงทุนผ่านกองทุนหลัก ‘JPMorgan Funds – China Fund, Class JPM China I (acc) – USD’ ที่เน้นลงทุนในหุ้นจีนเติบโต (Growth) คุณภาพสูง (High Quality) และอยู่ในกลุ่มธุรกิจใหม่ (New Economy) อาทิ กลุ่มธุรกิจเทคโนโยลี, กลุ่มธุรกิจเฮลท์แคร์ และกลุ่มธุรกิจการบริโภค ยกตัวอย่างหุ้นชื่อดัง เช่น Tencent, Alibaba และ Meituan-Dianping
“ทั้งนี้กองทุนหลักดังกล่าวมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นติดอันดับ Top 10 จากกองทุนหุ้นจีนกว่า 154 กองทุนทั่วโลก (เทียบในกลุ่ม Morningstar Category EAA OE China Equity ณ 31 ธ.ค. 20) โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านกองทุนหลักทำผลตอบแทนอยู่ที่ 70.86% เอาชนะดัชนีชี้วัดซึ่งอยู่ที่ 30.75% (ข้อมูล ณ 31 ธ.ค. 20) และขนาดกองทุน ‘JPMorgan Funds – China Fund’ เติบโตถึง 208% ภายใน 7 เดือน (ข้อมูลจาก Citywire ณ ธ.ค. 20)”
นอกจากนี้ ‘กองทุน K-CHINA’ ยังมีนโยบายจ่ายเงินปันผลปีละไม่เกิน 4 ครั้ง เพื่อให้ผู้ลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนระหว่างการลงทุน ซึ่งที่ผ่านมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2013 -2020 กองทุนมีการจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งสิ้น 4.55 บาทต่อหน่วย
หลากหลาย “กองหุ้นจีน” ให้เลือกลงทุน...พร้อมจัดโปรโมชั่น ‘K-CHINA’ ลดค่าธรรมเนียมซื้อ 50% ต้อนรับตรุษจีน ถึง 15 มี.ค. นี้
นอกเหนือจาก ‘กองทุน K-CHINA’ แล้ว บริษัทยังมี “กองหุ้นจีน” อื่นๆ เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ลงทุน ได้แก่ ‘กองทุน K-CCTV’ ที่เน้นลงทุนในหุ้นจีน A- shares ผ่าน 2 กองทุนต่างประเทศในสัดส่วนประมาณ 70-90% ของ NAVส่วนที่เหลือลงทุนในเงินสดหรือกองทุนตราสารหนี้ ซึ่งกองทุนนี้เหมาะกับคนที่ต้องการลงทุนในหุ้นจีน แต่ไม่ต้องการรับความเสี่ยงในช่วงตลาดขาลง เนื่องจากกองทุนจะมีโมเดลควบคุมความเสี่ยงโดยผู้จัดการกองทุนของบลจ.กสิกรไทยจะคอยปรับพอร์ตให้ตลอดเวลา
ไม่เพียงเท่านี้ยังมี ‘กองทุน K-CHX’ ที่จะลงทุนในหุ้นจีน A- shares โดยมีกลยุทธ์การบริหารเชิงรับ (Passive) ซึ่งมุ่งหวังผลตอบแทนอ้างอิงตามดัชนี ‘FTSE China A50’ จึงเหมาะกับผู้ที่สามารถจับจังหวะซื้อ-ขายด้วยตนเอง
“ส่วนผู้ที่ต้องการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีพร้อมทั้งต้องการสะสมผลตอบแทนเพื่อวัยเกษียณ บริษัทยังมี ‘กองทุน KCHINARMF’ ซึ่งมีนโยบายลงทุนเดียวกันกับ ‘กองทุน K-CHINA’ โดยกองทุน KCHINARMF เป็นกองทุน RMF ของบลจ.กสิกรไทยที่มียอดขายสูงสุดในปี 2021 เมื่อเทียบกับกองทุน RMF อื่นๆ (ข้อมูล ณ 30 ม.ค.2021) อีกด้วย”
สำหรับผู้ที่สนใจลงทุน ‘กองทุน K-CHINA’ บริษัทได้จัดโปรโมชั่นพิเศษลดค่าธรรมเนียมการซื้อ (Front-end Fee) 50% จาก 1.50% เหลือ 0.75% เมื่อซื้อหรือสับเปลี่ยนเข้า ผ่านแอป K PLUS, K-My Funds และบริการ K-Cyber Invest ในระหว่างวันที่ 8 ก.พ. – 15 มี.ค. 21
สำหรับใครที่เชื่อมั่นในเศรษฐกิจจีนและแนวโน้มที่ดีของ ‘ตลาดหุ้นจีน’ เชื่อว่ากลุ่ม “กองหุ้นจีน” ของ ‘บลจ.กสิกรไทย’ น่าจะช่วยเติมเต็มพอร์ตหุ้นของคุณได้ไม่มากก็น้อย
