“UESG” ฟีดเดอร์กองทุนแรกในไทยที่เป็น “SRI Fund”... ตอบโจทย์การลงทุนเพื่อ “ความยั่งยืน” อย่างแท้จริง !!!
จะดีแค่ไหน?...ถ้าลงทุนได้ทั้ง “ผลตอบแทน” และได้ “รักษ์โลก” ไปพร้อมๆ กันแบบ “2 in 1”
จึงไม่น่าแปลกใจที่ “การลงทุนแบบยั่งยืน” (Sustainability Investment) ที่คำนึงถึง “ESG : Environmental, Social และ Governance” จะก้าวมาเป็นกระแสหลักของโลกการลงทุนในปัจจุบัน
ที่ไม่ใช่มาแค่ฉาบฉวย เกิดแล้วจะดับไปในระยะเวลาสั้นๆ แต่เป็นแนวโน้มใหญ่ที่เพิ่งเริ่มต้นและจะต่อเนื่องไปอีกนานนับจากนี้ จากความตื่นตัวของประชาคมโลกที่ร่วมกันผลักดันและให้ความสำคัญขับเคลื่อน ESG ไปในทุกมิติ รวมถึงมิติของการลงทุนด้วยเช่นกัน
ไทยเองก็ไม่อาจต้านกระแสโลกได้ แนวคิดการลงทุนแบบ ESG ได้ก้าวเข้ามาเป็นทางเลือกการลงทุนได้ระยะหนึ่งแล้ว และยังมีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน
วันนี้จะพามารู้จักกับ “กองทุนเปิด ยูไนเต็ด อิควิตี้ ซัสเทนเนเบิล โกลบอล ฟันด์” (UESG) กองทุนรวมฟีดเดอร์ “กองทุนแรกในไทย” ที่ได้รับการประกาศให้เป็นกองทุน “SRI Fund” ซึ่งเป็นไปตามหลักสากลและหลักเกณฑ์ที่ สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด

“บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย)”...ก้าวย่างสู่ความเป็น “ผู้นำ” การลงทุนด้าน “ESG” !!!
เมื่อพูดถึง “การลงทุนแบบยั่งยืน” (Sustainability Investment) ในอดีตอาจเป็นเรื่องที่ดูจะไกลตัวและจับต้องไม่ได้ แต่ในวันนี้การลงทุนที่คำนึงถึงเรื่องของ ESG เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ใครๆ ก็สามารถเข้าถึงและมีส่วนร่วมได้ง่ายๆ ผ่านรูปแบบของ “กองทุนรวม”
สำหรับ “บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย)” เป็นบลจ.ในยุคแรกๆ ที่ให้ความสำคัญในเรื่องการลงทุนแบบยั่งยืนในไทย ที่ถูกถ่ายทอดสู่รหัส DNA ของบริษัทจากวิสัยทัศน์ของ “กลุ่มธุรกิจจัดการกองทุน ยูโอบี” ซึ่งเป็นบริษัทแม่ที่มุ่งมั่นจะดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (Sustainable and Responsible Investing) ให้เกิดเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้จริง
โดยในเดือน “มกราคม 2020” กลุ่มธุรกิจจัดการกองทุน ยูโอบี ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทบริหารสินทรัพย์ระดับภูมิภาคแห่งแรกในสิงคโปร์ ได้ลงนามในหลักการสนับสนุนการลงทุนอย่างรับผิดชอบร่วมกับ “UNPRI” (UNPRI : Principles for Responsible Investment) และ “บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย)” ในฐานะบริษัทย่อย ร่วมยึดมั่นตามวิสัยทัศน์ โดยเป็นหนึ่งในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนแรกๆ ในประเทศไทย ที่ปฏิบัติตามแนวทางของ PRI เกี่ยวกับการบูรณาการปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมสังคมและธรรมาภิบาล (ESG) ในกระบวนการลงทุน

นอกจากนี้ ทาง “บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย)” ยังได้เข้าร่วมการประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือ “Sustainable Thailand 2021” ไปเมื่อเดือน “กันยายน 2021” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ นักลงทุนสถาบัน และธนาคารกว่า 40 องค์กร เพื่อร่วมกันผลักดันธุรกิจการเงินไทยสู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน และได้นำแนวคิดการลงทุนในแบบยั่งยืนมาปรับใช้ในการพัฒนาองค์กรในทุกมิติ
“รวมทั้งการบริหารจัดการกองทุนโดยนำปัจจัยด้าน ESG มาผนวกในการวิเคราะห์ คัดเลือก (Screening) และเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการลงทุน (ESG Integration) ซึ่งเชื่อมั่นว่า ESG จะช่วยเสริมกระบวนการลงทุนให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด พร้อมช่วยลดความเสี่ยงต่างๆ ในระดับบริษัทที่ลงทุน เพื่อโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจแก่ผู้ลงทุนได้ในระยะยาวพร้อมกับสร้างการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืน”
ด้วยความมุ่งมั่นผลักดันนำเอาแนวทางของ PRI เข้ามาในปรับใช้ในกระบวนการลงทุนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ส่งผลทำให้ “บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย)” ได้รับรางวัล “บริษัทจัดการกองทุนดีเด่น ด้านความยั่งยืน (ESG)” จากเวที SET Awards 2022 จัดขึ้นโดย “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” ร่วมกับ “วารสารการเงินธนาคาร” รางวัลดังกล่าวสะท้อนความเป็นผู้นำในการผลักดันนโยบาย ESG ในการดำเนินธุรกิจกองทุนรวม
“UESG”...ฟีดเดอร์กองทุนแรกในไทยที่เป็น “SRI Fund”
ล่าสุด “กองทุนเปิด ยูไนเต็ด อิควิตี้ ซัสเทนเนเบิล โกลบอล ฟันด์” (UESG) เป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ “กองทุนแรกในไทย” ที่ได้รับการประกาศให้เป็นกองทุน “SRI Fund” คือ เป็นกองทุนรวมที่มีการจัดการโดยมุ่งความยั่งยืน (sustainability) ตามหลักเกณฑ์ “17 Sustainable Development Goals” (SDGs) หรือ “17 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” ซึ่งเป็นไปตามหลักสากลและหลักเกณฑ์ที่ “สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์” (ก.ล.ต.) กำหนดอีกด้วย
หลายคนรู้จัก...“ESG Fund”
แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้จักกับ...“SRI Fund”
“SRI Fund” หรือ “กองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน” มีชื่อเต็มว่า “Sustainable and Responsible Investing Fund” เป็นกองทุนรวมที่มีลักษณะพิเศษคือ มีนโยบายลงทุนที่มุ่งเน้นความยั่งยืน หรือ ESG : Environmental, Social และ Governance เป็นหลัก ธุรกิจต่างๆ ที่ ‘SRI Fund’ เลือกที่จะเข้าไปลงทุนนั้นย่อมต้องมีมาตรการที่คำนึงถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม รวมถึงมีธรรมาภิบาลที่ดี เป็นสำคัญ
“ดังนั้น ‘SRI Fund’ จึงมีวัตถุประสงค์ในการนำเงินของผู้ลงทุนไปลงทุนเพื่อตอบโจทย์ ‘ความยั่งยืน’อย่างแท้จริง และบลจ. มีการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของ ‘SRI Fund’ อย่างครบถ้วน เพื่อให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลที่เพียงพอประกอบการตัดสินใจลงทุนนั่นเอง”

“SRI Fund” ลงทุนใน ‘ESG’ ครบทุกด้าน...ตอบโจทย์การลงทุนเพื่อ “ความยั่งยืน” อย่างแท้จริง !!!
ปัจจุบันมีกองทุนหลากหลายประเภทที่เน้นการลงทุนในบริษัทที่ให้ความสำคัญเรื่อง “ความยั่งยืน” โดยบางกองอาจจะเน้นในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น ให้ความสำคัญกับ “สิ่งแวดล้อม” (E) เป็นหลัก โดยที่อาจจะไม่ได้เน้นด้าน “สังคม” (S) หรือ “ธรรมาภิบาล” (G) ซึ่งสามารถทำได้ไม่ใช่เรื่องผิดแต่ประการใด แต่ก็อาจสร้างความเข้าใจผิดให้แก่ผู้ลงทุนได้ว่า กองทุนดังกล่าวนั้น ลงทุนในกิจการที่ให้ความสำคัญครบทั้ง 3 ด้าน ทั้ง ESG ทั้งที่จริงๆ แล้วอาจให้ความสำคัญกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นหลักเท่านั้น
“เพื่อไม่ให้ผู้ลงทุนเกิดความเข้าใจผิดว่า ‘กองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน’ ต้องลงทุนในกิจการที่เน้นทั้ง ด้าน E, S และ G ครบทั้ง 3 ด้าน จึงได้ใช้คำว่า ‘SRI Fund’ แทน”
สรุปว่า การพิจารณาการเป็น “ESG Fund” กับ “SRI Fund” นั้น เหมือนกันในด้านการลงทุนในกิจการที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน แต่ “SRI Fund” เป็นกองทุนที่ผู้ลงทุนมั่นใจได้ว่ามีการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนที่ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่ สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด และมีการบริหารจัดการกองทุนตามที่ได้เปิดเผยไว้ โดย “SRI Fund” จะได้รับตราสัญลักษณ์จากสำนักงาน ก.ล.ต. ด้วย ว่าเปิดเผยข้อมูลผ่านเกณฑ์ครบทุกข้อแล้ว จึงมั่นใจได้ว่ากองทุนนี้ เป็น “SRI Fund” จริงแท้แน่นอน
ปัจจุบันมีกองทุนที่เน้นลงทุนด้านความยั่งยืน 76 กอง เป็น “ESG Fund” อยู่ 59 กอง แต่ที่ได้เป็น “SRI Fund” มีเพียง 2 กอง เท่านั้น เป็นกองในประเทศ 1 กอง และกองต่างประเทศ 1 กอง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ “UESG” นั่นเอง

“Robeco’s Sustainable Global Stars Equities Fund”...กองทุนหลักบริหารโดย “Rebeco” ผู้นำการลงทุนอย่างยั่งยืนระดับโลก
สำหรับกองทุน “UESG” เน้นลงทุนในหุ้นยั่งยืนที่มีคุณภาพทั่วโลก กองทุนประเภท feeder fund ที่ลงทุนผ่าน “Robeco’s Sustainable Global Stars Equities Fund” (กองทุนหลัก) บริหารกองทุนโดย “Robeco Institutional Asset Management B.V.” ซึ่งเป็นบริษัทที่เป็นผู้นำระดับโลกด้านการลงทุนอย่างยั่งยืน โดยได้รับการจัดอันดับเป็นที่ “1 ใน 75” บริษัทผู้จัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สำหรับการปฏิบัติตามแนวทางการลงทุนที่ยั่งยืน โดย “ShareAction” องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่สนับสนุนการลงทุนเพื่อสิ่งที่ดี ซึ่งถือเป็น “จุดเด่น” ที่สำคัญของกองทุนหลักนี้เลย
หน้าตาพอร์ตกองทุนหลัก (ณ วันที่ 30 พ.ย. 22) นั้น มีการกระจายการลงทุนทั่วโลกทั้งอเมริกา, ยุโรป และเอเชีย โดย 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุดนั้นล้วนให้ความสำคัญในเรื่องของ ESG ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นInformation Technology, Health Care, Financials, Consumer Discretionary และ Industrials เป็นต้น
ปัจจุบันกองทุน “UESG” ได้มีการแบ่งชนิดหน่วยลงทุน (Class of Unit) ที่มีความหลากหลายตามแต่ละวัตถุประสงค์ของผู้ลงทุน ได้แก่
-
กองทุนเปิด ยูไนเต็ด อิควิตี้ ซัสเทนเนเบิล โกลบอล ฟันด์ (UESG)
-
กองทุนเปิด ยูไนเต็ด อิควิตี้ ซัสเทนเนเบิล โกลบอล ฟันด์ หน่วยลงทุนชนิดปันผล (UESG-D)
-
กองทุนเปิด ยูไนเต็ด อิควิตี้ ซัสเทนเนเบิล โกลบอล ฟันด์ หน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออม (UESG-SSF)
-
กองทุนเปิด ยูไนเต็ด อิควิตี้ ซัสเทนเนเบิล โกลบอล ฟันด์ หน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออมและจ่ายเงินปันผล (UESG-SSF-D)
สำหรับใครที่กำลังมองหาการลงทุนที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องของ “ผลตอบแทน” และ “รักษ์โลก” ไปพร้อมๆ กัน ได้มีส่วนรับผิดชอบต่อ “สิ่งแวดล้อม” (E), “สังคม” (S) และ “ธรรมาภิบาล” (G) ครบทั้ง 3 ด้าน ไปกับบริษัทชั้นนำทั่วโลก “กองทุน UESG” กองฟีดเดอร์ ‘กองแรกในไทย” ที่ได้ “SRI Fund” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ “การลงทุนอย่างยั่งยืน” ได้เป็นอย่างดี
ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) หมายเลขโทรศัพท์ 0-2786-2222 หรือดูข้อมูลได้ที่ www.uobam.co.th
