“หุ้นอาเซียน” ยังเป็น ‘Old Economy’…ไม่น่าสนใจในมุมมองต่างชาติ !!!
“กลุ่มอาเซียน” เป็นอีกหนึ่งภูมิภาคในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ที่ได้รับความสนใจไม่น้อยหน้าไปกว่าประเทศอื่นหรือภูมิภาคอื่นในกลุ่มเดียวกัน ด้วยมูลค่าตลาดของตลาดที่ยังไม่สูงเมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตของประเทศ
แต่ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของ ‘ไวรัส COVID-19’ ภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างสาหัส เพราะในบางประเทศนั้นยังมีความจำเป็นที่พึ่งพิงการค้าระหว่างประเทศ
จึงทำให้การล็อกดาวน์ประเทศของทั่วโลกเป็นอุปสรรคอย่างร้ายแรง เนื่องด้วยการค้าระหว่างประเทศที่ต้องชะลอหรือหยุดนั้น ยังได้ไปถึงภาคการท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ดีช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา ก็เริ่มมีความหวังอย่างการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัส COVID-19 จนในช่วงต้นปี 64 นี้ ภูมิภาค “อาเซียน” เป็นภูมิภาคแรกๆ ได้รับการแจกจ่ายวัคซีนผ่านโครงการ ‘COVAX’
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ ขอถือโอกาสนำเสนอมุมมองการลงทุนในตลาด “หุ้นอาเซียน” จากผู้เชี่ยวชาญอย่าง “ดร.สมชัย อมรธรรม” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนและลูกค้าสัมพันธ์ บลจ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน) มาแชร์ในแก่ผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้
ภาวะเศรษฐกิจที่ด้อยกว่าประเทศอื่น...ทำให้ “หุ้นอาเซียน” หมดความน่าสนใจ
“หุ้นอาเซียน” ที่เป็นที่รู้จักของนักลงทุนไทยก็จะมีสิงคโปร์, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, เวียดนาม และไทย
ตลาดหุ้นอาเซียนในปัจจุบันเรามีมุมมองว่าใน ‘ระยะสั้น’ ยังดูไม่น่าสนใจ เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่นๆเนื่องจากการเติบโตของเศรษฐกิจยังอ่อนด้อยกว่าประเทศอื่นอีก เนื่องจากการเติบโตของเศรษฐกิจส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพิงภาคการท่องเที่ยว แต่ด้วยผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวหายไปอย่างมีนัยสำคัญ
(ดร.สมชัย อมรธรรม)
“และต่อให้มีการแจกจ่ายวัคซีนต้านไวรัส COVID-19 ได้ทั่วโลก แนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาสู่สถานการณ์ปกติหรืออาจจะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร จึงทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจยังฟื้นตัวได้ยาก”
โดยรวมการเติบโตอาจจะต่ำ...แต่เจาะเป็นรายเป็นประเทศก็ยังมีอยู่บ้าง
แต่อย่างไรก็หากมองเป็นรายประเทศก็ยังมีบางประเทศที่เศรษฐกิจยังเติบโตได้สูง อย่าง “อินโดนีเซีย”, “ฟิลิปปินส์” แต่ด้านความเสถียรภาพทางการเงินเองก็ยังไม่ดีนักและบวกผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 จึงทำให้ในระยะสั้นดูยังไม่น่าสนใจ
“ส่วนประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตได้ในระดับกลางเป็น ประเทศ ‘มาเลเซีย’ แต่ด้วยสภาพคล่องจากนักลงทุนต่างชาติที่ค่อนข้างต่ำจึงยังไม่เหมาะที่จะลงทุนในปัจจุบันโดยอาจหันไปลงทุนในประเทศอื่นก่อน
“SET” ยังลงทุนเป็นรายตัว...หากมีความเข้าใจ
สำหรับ “ประเทศไทย” การเติบโตของเศรษฐกิจถืออยู่ในระดับต่ำที่สุดในกลุ่ม แต่หากนักลงทุนในประเทศมีความรู้และศึกษาข้อมูลบริษัทจดทะเบียนเป็นรายตัว ก็ถือว่าหุ้นไทยยังมีความน่าสนใจอยู่ เพราะทำให้การลงทุนมีประสิทธิภาพ สามารถเลือกลงทุนได้ตามจังหวะหรือตามธีมได้

“แต่ในมุมมองนักลงทุนต่างชาติ สตอรี่ของ ‘ตลาดหุ้นไทย’ ยังไม่น่าสนใจพอ จากการเติบโตของเศรษฐกิจที่ยังอยู่ในระดับต่ำ และแม้ว่าสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 จะคลี่คลายได้ แต่ทิศทางการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวก็ยังไม่ชัดเจน ทำให้ในระยะยาวก็ยังไม่น่าสนใจ”
“ตลาดหุ้นอาเซียน” โฟลว์ที่เข้ายัง ‘ไม่ถาวร’ และ ‘ยั่งยืน’...ลงทุนแต่ตลาดอาจจะไม่ไปไหน
สำหรับฟันด์โฟลว์ที่ไหลเข้ายัง “ตลาดอาเซียน” และ “ตลาดหุ้นไทย” ในช่วงที่ผ่านมามีให้เห็นเข้ามาบ้างแต่คาดการณ์ว่าเม็ดเงินดังกล่าวจะอยู่ได้ไม่นานหรืออยู่ได้ไม่ยั่งยืน เพราะเมื่อเทียบกับสตอรี่ของภูมิภาคอื่นที่เศรษฐกิจมีการเติบโตที่ดีกว่าจึงสามารถดึงดูดฟันด์โฟลด์ได้ดีกว่า ซึ่งภาพดังกล่าวได้เริ่มมีให้เห็นจากตลาดหุ้นไทยในช่วงต้นที่เม็ดเงินเริ่มไหลออก
โดยภาพรวมการลงทุน ก็ยังเชื่อว่าสามารถลงทุนได้แต่ทิศทางตลาดคงไม่ได้มีการปรับตัวขึ้นมากหรือขยับตัวมากนัก เนื่องจากภาพธุรกิจเป็น ‘Old Economy’ ทำให้นักลงทุนที่มองการเติบโตเป็นหลักอาจจะไม่ให้น้ำหนักการลงทุนมากนักในกลุ่ม ‘Old Economy’
“ก็ต้องยอมรับว่า ‘ตลาดหุ้นอาเซียน’ ในปัจจุบันนั้น ความน่าสนใจค่อนข้างน้อยพอสมควรเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นประเทศอื่นหรือภูมิภาคอื่นๆ เพราะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ด้อยกว่าแล้ว กลุ่มธุรกิจในบริษัทจดทะเบียนเองที่ส่วนใหญ่ยังเป็น ‘Old Economy’ ซึ่งสตอรี่ในระยะยาวยังไม่มีปัจจัยที่ทำให้โดดเด่นนัก จึงไม่แปลกนักที่จะตกสำรวจ แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่าใน ‘ระยะสั้น’ ยังไม่ถึงเวลา แต่ใน ‘ระยะยาว’ ก็อาจมีโอกาสลงทุนอยู่ได้ไม่มากก็น้อย”
