“KAF” สมดุลระหว่าง ‘หุ้น-ตราสารหนี้’…ตอบโจทย์นักลงทุน “สายกลาง” !!!
กองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Moderate Allocation” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุน “หุ้นไทย” พื้นฐานดี มีแนวโน้มเติบโตระยะกลาง-ยาว โดยเฉลี่ย 35 - 65% ของ NAV ตามสไตล์ “กองทุนผสมสายกลาง”
เพราะการกระจายเม็ดเงินลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ช่วยลดความเสี่ยงให้แก่พอร์ตการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นในตลาดหุ้นหรือตลาดกองทุนรวมก็ตาม
แต่จะมีกองทุนไหนบ้างที่น่าสนใจหรือมีการกระจายความเสี่ยงเพื่อเพิ่มสมดุลให้แก่พอร์ตนั้น ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอเป็นตัวแทนของกระบอกเสียง หยิบยก “กองทุนรวม” ที่น่าสนใจมาแบ่งปันกันในครั้งนี้

“KAF” ส่วนผสมที่ลงตัวระหว่าง ‘หุ้น-ตราสารหนี้’...ตอบโจทย์นักลงทุน “สายกลาง”
โดยกองทุนที่จะแนะนำในครั้งนี้มีชื่อว่า “กองทุนเปิดกาญจนอนันต์” หรือ “KAF” ที่เป็นหนึ่งในกองทุนยุคบุกเบิกของอุตสาหกรรมกองทุนรวมของไทย ภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)’ และเป็นอีกหนึ่งกองทุนที่ได้รับยอมรับจากองค์กรที่เป็นกลางอย่าง “มอร์นิ่งสตาร์” จัดเรทติ้งให้เป็น “กองทุน 5 ดาว”
ในส่วนของรายละเอียดของ KAF นั้น จะเป็นกองทุนผสมที่รักษาบาลานซ์หรือให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทยไม่มากหรือน้อยเกินไปตามสไตล์ “Moderate Allocation” ที่ได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2544 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2566) มีมูลค่าสินทรัพย์อยู่ที่ 8,155,631 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 20.01 บาทต่อหน่วย
“ขณะที่นโยบายการลงทุนของกอง จะลงทุนในหุ้นทุนของกิจการที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และมีแนวโน้มการเจริญเติบโตสูงในระยะปานกลางถึงระยะยาวโดยมีอัตราส่วนการลงทุน ‘ไม่เกิน 65% และไม่น้อยกว่า 35%’ ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ด้วยกลยุทธ์ที่มุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด ณ วันที่ 31 ม.ค. 23 มีการลงทุนใน ‘หุ้น’ 51.85% ที่เหลืออีก 48.15% เป็นเงินฝากธนาคารและอื่นๆ”
พร้อมกันนี้กองทุนดังกล่าว ยังมีรูปแบบการสร้างผลตอบแทนหรือรายได้ให้แก่ผู้ถือหน่วย อย่างนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่จะจ่ายอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ซึ่งตั้งแต่จัดตั้งกองทุนขึ้นมาจนถึงปัจจุบันได้มีการจ่ายเงินปันผลมาแล้วทั้งสิ้น 12 ครั้ง รวมเป็นเงิน 10.73 บาท ซึ่งน่าจะสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนได้เป็นอย่างดี
หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นขนาดกลาง” ที่เป็น “หุ้นเติบโต”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาพอร์ตของ ‘กอง KAF” มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นขนาดกลาง” ที่เป็น “หุ้นเติบโต” (Growth)
สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ประกอบไปด้วย
-กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 7.83%
-กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม 7.21%
-กลุ่มตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ 6.26%
-กลุ่มพาณิชย์ 5.63%
-กลุ่มพลังงาน 3.88%
“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ประกอบไปด้วย SNNP 4.61%, FORTH 4.02%, THCOM 3.81%, PRI 3.73% และ MAKRO 2.65%”

“ในแง่ของผลการดำเนินงานโดยรวมของ KAF ตั้งแต่จัดตั้งกองมาถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 31 ม.ค. 23) เฉลี่ยอยู่ที่ 7.34% ต่อปี แต่ในแง่ความผันผวนของผลการดำเนินนั้นอยู่ในระดับที่ต่ำเป็นอย่างมากตามสัดส่วนของหุ้นในพอร์ตหรือเฉลี่ยอยู่ที่เพียง 12.27% ต่อปี อย่างไรก็ดีในช่วงเวลา 5 ปีกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงถึง -21.14%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ ‘ครั้งแรก’ 10,000 บาท และ ‘ครั้งถัดไป’ 1,000 บาท
ส่วนนักลงทุนที่สนใจกองทุนได้มีเงื่อนไขการลงทุน “ขั้นต่ำในครั้งแรก” อยู่ที่ 10,000 บาท และ “ครั้งถัดไป” ของกองทุนจะอยู่ที่ 1,000 บาท ในส่วนการขายคืนนั้นผู้ลงทุนสามารถทำโดยอิสระหรือกองทุนไม่ได้มีการกำหนดมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำ แต่ยังคงมีระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 3 วันทำการ

ทั้งนี้สำหรับช่องทางการซื้อขายกองทุนก็สามารถทำได้หลากหลายช่องทางไม่ว่าจะเป็นในช่องทางออฟไลน์อย่างบริษัทหลักทรัพย์ เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) และตัวแทนสนับสนุนการขายและรับซื้อคืนที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนแต่งตั้งขึ้นหรือช่องทางออนไลน์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น อย่าง MFC WEALTH
“สำหรับนักลงทุนที่ ‘ไม่ชอบความเสี่ยง’ ของการลงทุนในหุ้นที่มีความผันผวนสูง แต่ก็ยังจากผลตอบแทนที่ดีและสูงกว่าเงินฝากหรือตราสารหนี้ในระยะยาว ‘กอง KAF’ ก็มีความน่าสนใจไม่น้อย ด้วยนโยบายการลงทุนที่ผสมระหว่าง ‘หุ้น’ และ ‘ตราสารหนี้’ อย่างลงตัว และผู้ลงทุนก็ยังมีโอกาสได้รับกำไรจากมูลค่าหน่วยลงทุนที่เพิ่มขึ้นและมีโอกาสได้รับเงินปันผลจากการพิจารณาจ่ายอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง อีกด้วย”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
