“K-PLAN3” คว้าโอกาสสร้างผลตอบแทนจาก ‘หุ้นไทย’... สไตล์ “Moderate Allocation” ไม่เสี่ยงมากอย่างที่คิด !!!

กองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก

ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม Moderate Allocation ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุน หุ้นไทยพื้นฐานดี” ไม่เกิน 55% ของ NAV โดยลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 30% ของ NAV


แม้ในปัจจุบัน จะมี “กองทุนผสม” ให้นักลงทุนได้ช้อปปิ้งอยู่อย่างหลากหลายตามสไตล์และความพอใจของแต่นักลงทุน ซึ่งใครที่ยังหาสไตล์การลงทุนหรือไม่รู้จะเริ่มต้นจากกองใด


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ ก็มี Moderate Allocation” กองทุนผสม “สายกลาง” ที่น่าสนใจและใช้เงินลงทุนขั้นต้นที่ไม่สูงมากนัก มานำเสนอให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุนที่สนใจกันในครั้งนี้





K-PLAN3” จัดสำรับ “หุ้นไทย” แบบสายกลาง...เพิ่มโอกาสทำกำไรใน ‘ระยะยาว’

ปัจจุบัน แนวคิดในการลงทุนโดยมองเป็น Portfolio” กำลังก้าวมามีบทบาทมากขึ้นในเรื่องของการลงทุน แทนการเลือกลงทุนแบบมองหากองทุนเด่น กองทุนดังเพื่อลงทุนให้ปังโดยหวังจะตอบโจทย์ความมั่งคั่งได้ด้วยกองทุนเดียว

           
สำหรับคนที่มีความรู้ ที่สำคัญมีเวลา และสามารถ “จัดสรรเงินลงทุน” (Asset Allocation) ได้เองถือเป็นเรื่องที่ดีและน่าสนับสนุน แต่คนส่วนใหญ่ที่ไม่มีความรู้ หรือมีความรู้แต่ไม่มีเวลา ทางเลือกที่ง่ายกว่า คือ การลงทุนในกองทุนที่จัดสำรับการลงทุนสำเร็จรูปมาให้เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่เลือกให้เหมาะกับความสามารถในการรับความเสี่ยงและเป้าหมายทางการเงินของตัวเองเท่านั้นเอง      


กองทุนผสม
ทางเลือกลงทุนที่อาจไม่ได้ถูกนักลงทุนพูดถึงบ่อยนัก ด้วยผลตอบแทนที่ไม่ได้หวือหวาเทียบเท่ากับกองทุนอื่นๆ ที่มุ่งเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง



โดยกองทุนนี้มีชื่อว่า “กองทุนเปิดเค แพลน 3” หรือ “K-PLAN3” ที่ได้ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัดเป็นผู้ก่อตั้งขึ้นมาและด้วยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพจนผลการดำเนินงานเป็นที่โดดเด่น จึงได้รับการยกให้เป็น “กองทุน 5 ดาว” จาก Morningstar”

ส่วนที่มาที่ไปของกองทุนดังกล่าว บริษัทได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนกองทุนขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2552 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 7 มีนาคม 2566) มูลค่าสินทรัพย์สุทธิก็ขึ้นมาอยู่ที่ 1,884,446,147 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 21.05 บาทต่อหน่วย

“สำหรับนโยบายการลงทุนของกอง อย่างที่ทราบกันว่าด้วยแนวทางการลงทุนหรือชนิดของกองทุนผสม จึงจะมีการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็น ตราสารทุน (หุ้น) ตราสารหนี้ และหรือเงินฝาก โดยจะลงทุนในหุ้นไม่เกิน 55% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 30% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยมีความยืดหยุ่นสามารถปรับสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเหมาะสม ณ วันที่ 31 ม.ค. 23 มีการลงทุนในหุ้น 34.02% ของ NAV”

ทั้งนี้กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน  (Efficient Portfolio Management) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Notes) ซึ่งรวมไปถึงการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้บริษัทจัดการเดียวกันได้ไม่จำกัดอัตราส่วน​



หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” และ “หุ้นเติบโต”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาพอร์ตของ กอง K-PLAN3” มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” (Value) และ “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ

หน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 31 ม.ค. 23) หากแบ่งตามทรัพย์สินที่ลงทุน จะประกอบไปด้วย

-ตราสารทุน                                 34.02%

-หุ้นกู้                                         32.81%

-หน่วยลงทุน                                17.16%

-พันธบัตร                                   13.37%

-เงินฝาก                                     4.0%

“ด้านการลงทุนในต่างประเทศกองทุนจะลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 30% ของ NAV โดยผู้จัดการกองทุนก็จะมีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนให้แก่ผู้ถือหน่วยไม่น้อยกว่า 90% ของมูลค่าเงินลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ แต่จะไม่มีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนของเงินลงทุนในตราสารทุนต่างประเทศแต่ประการใด”



“ในแง่ผลการดำเนินงานย้อนหลังของ ‘กอง K-PLAN3(ข้อมูล ณ วันที่ 31 ม.ค. 23) ตั้งแต่จัดตั้งนั้นเฉลี่ยอยู่ที่ 5.84% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 6.70% ต่อปี) ส่วนความผันผวนของความผลการดำเนินงานที่จะเฉลี่ยอยู่ที่ 8.48% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 7.60% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีกองทุนก็เคยมีผลขาดทุนโดยในช่วง 5 ปีกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -21.25%”



เงินลงทุนขั้นต่ำ
‘ครั้งแรก’ และ ‘ครั้งถัดไป’ เพียง 500 บาท

สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุนใน ‘K-PLAN3 กองทุนได้มีเงื่อนไขหรือมูลค่าขั้นต่ำของ “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” จะอยู่ที่ 500 บาท ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนจะอยู่ที่ 500 บาทเช่นเดียวกัน ขณะที่ยอดคงเหลือขั้นต่ำจะอยู่ที่ 50 บาท สำหรับระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนคือ 3 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน(T+3)



ส่วนช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่านรูปแบบออฟไลน์อย่างธนาคารกสิกรไทยและผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนอื่นที่บริษัทได้แต่งตั้งขึ้น ส่วนช่องทางออนไลน์สามารถเปิดบัญชีและซื้อขายได้ผ่านแอพพลิเคชั่นอย่าง K-My Funds, K-Cyber และ KPLUS

ข้อมูลเบื้องต้นของ ‘K-PLAN3 ที่เราหยิบยกขึ้นมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกองทุนที่มีความน่าสนใจด้วยเป็น กองทุน 5 ดาว ในกลุ่ม แต่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมกองทุนผสมในกลุ่ม ‘Moderate Allocation’ ซึ่งยังมีกองทุนที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน แต่หากนักลงทุนที่ยังไม่รู้จะเริ่มจากกองทุนใดก็อาจใช้โอกาสนี้ในการเริ่มต้นลงทุนผ่านกองทุนดังกล่าวได้เช่นกัน


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 12 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us