Official Update :

5 กอง RMF ผลงานเด่นแห่งปี 63

คงปฏิเสธไม่ได้การลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ในตลาดทุนไม่จะเป็นตราสารทุนหรือหุ้น ตราสารหนี้ ทองคำ น้ำมัน ไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์ ผู้ลงทุนส่วนใหญ่ต่างก็คาดหวังผลตอบแทนในแต่ละปีหรือตามเป้าหมายการลงทุนจึงคงมีนักลงทุนไม่น้อย ที่อาจจะไม่ได้ให้ความสนใจในกองทุนรวมที่จะต้องถือหน่วยลงทุนเป็นระยะเวลาพอสมควรเพื่อคาดหวังผลตอบแทน จึงทำให้ภาครัฐได้ออกนโยบายเพื่อดึงความสนใจและเม็ดเงินเข้ากองทุน

สิ่งที่หมายถึงนั้น ก็คือ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ(กองRMF)” หรือจะเป็น “กองทุนรวมเพื่อการออม(กองSSF)” ที่เป็นการลงทุนเพื่อผลตอบแทนแล้ว ยังสามารถได้รับสิทธิ์ทางภาษีอย่างการลดหย่อนภาษีด้วยเช่นกันแต่ในวันนี้เราจะมาพูดถึง กองRMF ที่ผลตอบแทนในช่วงปี63ที่ผ่านมา มีความโดดเด่นไม่ได้ด้อยไปกว่ากองทุนรวมอื่น ซึ่งในช่วงต้นปีนี้เองก็ยังนักลงทุนที่ยังคงเฟ้นหา “กองRMF” แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ซึ่งทาง Wealthy thai ก็อยากถือโอกาสดังกล่าว นำเสนอข้อมูลผลตอบแทนของกองRMFในปีที่ผ่านมา มาแชร์ให้แก่ผู้อ่านหรือผู้ที่สนใจกันในวันนี้

สำหรับกอง RMF ที่มีผลตอบแทนโดดเด่นที่สุด นักลงทุนหลายคนคงเดาได้ว่า คงเป็นกองทุนที่อิงตามกองทุนรวมอื่น อย่างกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี โรโบติกส์ และอินโนเวชั่น เป็นต้น ที่ได้สะท้อนออกมาตัวเลขให้แก่นักลงทุนได้เห็นเป็นที่ประจักษ์โดยกองที่มีผลตอบแทนที่สูงที่สุดมาจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) กรุงศรี จำกัด ที่มีชื่อว่า “กรุงศรีโกลบอลเทคโนโลยีอิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ (KFGTECHRMF)” ซึ่งจะนำเงินไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ T. Rowe Price Funds SICAV - Global Technology Equity Fund (Class Q) (กองทุนหลัก) ซึ่งกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาหรือใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี

โดยเน้นบริษัทที่เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีทั่วโลกซึ่งรวมถึงประเทศในตลาดเกิดใหม่ บางครั้งกองทุนอาจจะลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – investment grade) หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated securities) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนสำหรับเงื่อนไขการซื้อขั้นต่ำหน่วยลงทุน “KFGTECHRMF” จะอยู่ที่ 2,000 บาท ส่วนช่องทางการซื้อนั้นสามารถทำได้ผ่าน บลจ.กรุงศรี,Online Service,ตัวแทนสนับสนุนการขาย

ถัดมา “กองทุนเปิด วรรณ อัลติเมท โกลบอล อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ (ONE-UGERMF)” จากบลจ. วรรณ ซึ่งนโยบายของกองนั้นจะมีความแตกต่างจากกองแรกที่ กองทุนเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศทั่วโลก ซึ่งจัดตั้งหรือมีผู้ออกหลักทรัพย์อยู่ในต่างประเทศ โดยนอกจากตัวนโยบายที่น่าสนใจ เงื่อนไขการลงทุนขั้นต่ำในหน่วยลงทุน “ONE-UGERMF”  เองก็น่าสนใจไม่แพ้ ที่ใช้เงินแค่เพียง 1 บาทเท่านั้น ซึ่งสำหรับคนที่สนใจสามารถซื้อขายหน่วยลงทุนได้ผ่าน One Live บริการซื้อขายออนไลน์,โมบายแอพฯ ONEAM,บลจ. วรรณ และผู้สนับสนุนการขาย หรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน

ต่อมาอันดับที่ 3 และ 4 จะมาจากบลจ.เดียวกันหรือก็คือบลจ. แอสเซท พลัส แต่มีความแตกต่างในด้านนโยบายการลงทุน โดยกองแรกมีชื่อว่า “กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ดิสรัปทีฟ ออพพอร์ทูนิตี้ส์ เพื่อการเลี้ยงชีพ (ASP-DISRUPTRMF)” ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารทุน ที่ได้รับประโยชน์หรือใช้ประโยชน์ จากนวัตกรรม เทคโนโลยี และรูปแบบธุรกิจใหม่ (New business model)

ทั้งที่มีอยู่แล้วหรือสร้างขึ้นมาใหม่  เพื่อสร้างตลาดและมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ส่งผลกระทบต่อตลาดผลิตภัณฑ์เดิม (Disruptive) รวมไปถึงการลงทุนในหน่วย CIS หรือกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) ที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารทุนที่มีลักษณะดังกล่าว

ขณะที่ “กองทุนเปิด แอสเซทพลัส โรโบติกส์ เพื่อการเลี้ยงชีพ (ASP-ROBOTRMF)” จะมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ,เกี่ยวข้องกับการใช้หุ่นยนต์ในการประกอบกิจการ ,เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี และเกี่ยวข้องกับนวัตกรรมต่างๆ

รวมถึงลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในลักษณะดังกล่าวข้างต้นด้วย นอกจากนี้กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ที่อ้างอิงกับตราสารทุนและหน่วย CIS ต่างประเทศที่มีเงื่อนไขตามที่กำหนดไว

สำหรับเงื่อนไขการลงทุนขั้นต่ำในหน่วยลงทุนทั้ง 2 กองทุน “ASP-DISRUPTRMF” และ ASP-ROBOTRMF” อยู่ที่ 5,000 บาท ซึ่งอาจจะถือว่าสูงกว่ากองทุน 2 อันดับแรกแต่แลกกับการสร้างผลตอบแทนในระยะยาวได้ ก็คงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ส่วนช่องทางการซื้อขายหน่วยลงทุนสามารถทำได้ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด หรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่บริษัทแต่งตั้งขึ้น

อันดับสุดท้ายจาก บลจ.บัวหลวง ที่มีชื่อกองว่า “กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลอินโนเวชั่นและเทคโนโลยีเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-INNOTECHRMF)” โดยเป็นอีกหนึ่งกองทุนที่ลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยี แต่ตัวนโยบายจะลงทุนในหน่วยลงทุนของ Fidelity Funds - Global Technology Fund (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน Class Y-ACC-USD เพียงกองทุนเดียว ซึ่งในส่วนนโยบายของกองทุนหลักนั้น เป็นกองทุนรวมต่างประเทศที่มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนของบริษัททั่วโลกที่มีการพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์ กระบวนการ หรือบริการ อันจะนํามาซึ่งประโยชน์อย่างสูงจากความก้าวหน้าและการพัฒนาทางเทคโนโลยี

สำหรับเงื่อนไขการซื้อขั้นต่ำของหน่วยลงทุน “B-INNOTECHRMF” จะอยู่ที่ 500 บาท ขณะที่ช่องทางการซื้อขายหน่วยลงทุนสามารถทำได้ผ่านสาขาธนาคารกรุงเทพ ,บริษัทจัดการ ,ผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน และโมบายแอพฯ Bualuang iBanking ,Bangkok Bank Mobile Banking

“กอง RMF ก็ถือเป็นกองทุนอีกหนึ่งกองที่สามารถคาดหวังผลตอบแทนจากการลงทุนได้ดี ไม่ใช่เป็นแค่เพียงกองทุนที่ใช้ในการลดหย่อนภาษี แต่อย่างไรก็ดีเป้าหมายหลักของกอง RMF ก็ยังคงเป็นการส่งเสริมให้ผู้ลงทุนออมเงินระยะยาวไว้ใช้จ่ายยามเกษียณอายุ ทางเราจึงหวังว่าข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านได้ไม่มากก็น้อย”

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 5 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us