มั่นใจ “SVB” ไม่ลามเป็นวิกฤติรอบใหม่ อาจเป็นข่าวดี ทำ “FED” ชะลอขึ้นดอกเบี้ย... แนะ “หุ้นไทย” ต่ำกว่า 1,600 จุด น่าสนใจ-ทยอยลงทุนได้ !!!
Fun of Funds: “บลจ.ยูโอบี” เป็นหนึ่งในบลจ.ต่างชาติที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ในอุตสาหกรรมกองทุนของไทย เป็น “บลจ.ระดับภูมิภาค” ที่เข้ามาวางรากฐานและเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในไทยมายาวนาน
สิ้นปี22 มีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) กว่า 2.3 แสนล้านบาท และในปี23 นี้ตั้งเป้าการเติบโตมากกว่า 10%
พร้อมก้าวขึ้นมาเป็น “พันธมิตรการลงทุนที่น่าเชื่อถือที่สุดในไทย” (Most Trusted Investment Partner in Thailand) อย่างเต็มตัว ด้วยมาตรฐานและทีมงานระดับภูมิภาค มีเครือข่ายออฟฟิศ 9 แห่ง กระจายในภูมิภาคเอเชีย
ส่วนกรณีของ “SVB: Silicon Valley Bank” นั้น เป็นปัญหาเฉพาะธนาคารเท่านั้น ผลกระทบจำกัด และอาจส่งผลดีให้ “ธนาคารกลางสหรัฐ” (FED) ชะลอการขึ้นดอกเบี้ยซึ่งเป็น “ข่าวดีในข่าวร้าย” ประการหนึ่ง
ก้าวย่างจากนี้ไปของ “บลจ.ยูโอบี” และมุมมองการลงทุนในปีนี้เป็ยยังไงนั้น ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ ไปอัพเดทข้อมูลพร้อมๆ กันได้เลย

“บลจ.ยูโอบี” ตั้งเป้า AUM ปี23 โตขึ้นมากกว่า 10%...พร้อมใช้แนวทางที่ยั่งยืนขับเคลื่อนธุรกิจและการลงทุน
โดย “วนา พูลผล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ยูโอบี มองว่า บริษัทยังคงเติบโตได้ดีทั้ง 3 ธุรกิจ แม้ในช่วงวิกฤติ COVID-19 จะได้รับผลกระทบบ้างก็ตาม แต่ลูกค้าก็ยังคงมั่นใจและให้ความไว้วางใจใช้บริการอย่างต่อเนื่องทั้งลูกค้าบุคคลและลูกค้าสถาบัน ในปีนี้บริษัทยังคงใช้กลยุทธ์เพื่อที่จะเป็น “พันธมิตรการลงทุนที่น่าเชื่อถือที่สุดในไทย” (Most Trusted Investment Partner in Thailand) ในส่วนของ AUM ปีนี้ตั้งเป้าโตขึ้นมากกว่า 10% โดยบริษัทยังคงแสวงหาโอกาสการลงทุนและพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนทางเลือกใหม่ๆ ให้กับนัลงทุน การลงทุนในธุรกิจที่มีแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาขององค์กรอย่างยั่งยืนที่ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นที่ “กลุ่มยูโอบีในระดับภูมิภาค” รวมถึง “บลจ.ยูโอบี” ได้ให้ความสำคัญ โดยนำเอาแนวทางระดับสากลของ PRI (Principles for Responsible Investment) เข้ามาประกอบการตัดสินใจในการบริหารกองทุน
นอกจากนี้ยังได้พัฒนาขั้นตอนการลงทุนของกองทุนให้สอดคล้องกับเกณฑ์ของ ก.ล.ต. โดย ‘กองทุนเปิด ยูไนเต็ด อิควิตี้ ซัสเทนเนเบิล โกลบอล ฟันด์’ (UESG) เป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์กองทุนแรกในไทยที่ได้รับการประกาศให้เป็น “SRI Fund: กองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน” ที่มีการกำหนดหลักเกณฑ์แนวทางการลงทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการลงทุนเพื่อความยั่งยืน

(วนา พูลผล)
“ไม่เพียงเท่านี้ ‘บลจ.ยูโอบี’ ยังได้รับรางวัล Best ESG Manager จาก Asia Asset Management 2023 เป็นครั้งแรก และรางวัล SET Awards 2022 Asset Management Company Outstanding Awards ESG รางวัลดังกล่าวสะท้อนความเป็นผู้นำในการผลักดันนโยบาย ESG ในอุตสาหกรรมกองทุนรวมอย่างแท้จริง”
ชอบ “ตราสารหนี้” ให้น้ำหนัก “หุ้น” Neutral...ส่วน “หุ้นไทย” ที่ระดับต่ำกว่า 1,600 จุดน่าสนใจ มองเป้าปีนี้ไว้ที่ 1,700 จุด
สำหรับมุมมองการลงทุนในปีนี้ การจัดสรรเงินลงทุนทั่วโลก (Global Allocation) นั้น “วรรณจันทร์ อึ้งถาวร” รองกรรมการผู้จัดการ และหัวหน้าฝ่ายการลงทุนสินทรัพย์ทั่วโลก บลจ.ยูโอบี ให้น้ำหนัก “หุ้น” ที่ Neutral และชอบ “ตราสารหนี้” มากกว่า เพราะบริษัทของการลงทุนในปัจจุบันเป็นช่วงที่มีโอกาสเกิดเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ขึ้นในสหรัฐ แม้ว่าจะมองว่าจะไม่ลึกก็ตาม แต่ในช่วงเวลาเช่นนนี้การลงทุนใน “ตราสารหนี้” จะให้ผลตอบแทนที่ดีกับนักลงทุนได้ ปัจจุบันดอกเบี้ยก็อยู่ในระดับสูง โอกาสที่จะปรับขึ้นจนส่งผลต่อราคาตราสารหนี้เช่นในปีที่ผ่านมาค่อนข้างน้อย ความเสี่ยงค่อนข้างจำกัดในขณะที่โอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่ดีมีมากกว่า โดยยังแนะนำให้โฟกัสในกลุ่มของตราสารหนี้ที่เป็น Investment Grade เป็นสำคัญ

(วรรณจันทร์ อึ้งถาวร)
“ส่วนกรณีของ ‘SVB: Silicon Valley Bank’ นั้น เป็นเหตุการณ์เฉพาะกรณีและส่งผลกระทบจำกัด ด้านทางการสหรัฐก็ออกมาดูแลได้อย่างดีและไม่น่าจะลุกลามเป็นวิกฤติทั่วโลกอย่างที่กังวลกันแต่ประการใด ในทางตรงข้ามจากกรณีของ SVB นี้ อาจจะทำให้ FED อาจจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไป ซึ่งถือเป็น ‘ข่าวดีในข่าวร้าย’ ต่อตลาดการลงทุน จากเดิมที่คาดว่า FED อาจจะขึ้นดอกเบี้ยในการกระชุมครั้งหน้าถึง 0.5% จนตลาดแกว่งไปช่วงที่ผ่านมา แต่หลังกรณีของ SVB ตลาดมองว่า FED อาจจะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยหรือขึ้นน้อยกว่าที่ตลาดคาด คือ 0.25% เท่านั้น ซึ่งนั่นถือเป็นข่าวดีกับตลาด ในส่วนของบลจ.ยูโอบีเอง ไม่ได้มีการลงทุนโดยตรงใน SVB แต่ประการใด ที่มีอยู่ก็ผ่านกองทุนหลักในต่างประเทศซึ่งก็เป็นสัดส่วนที่น้อยมากไม่ได้มีนับสำคัญแต่ประการใด นักลงทุนจึงสบายใจได้ในเรื่องนี้”
ส่วน “หุ้นไทย” เอง บริษัทยังชอบและมองว่าตลาดปรับตัวลงจากข่าว SVB นั้นเป็นโอกาสการลงทุน โดยเฉพาะที่ระดับดัชนีต่ำกว่า 1,600 จุดลงมาถือเป็นระดับที่น่าสนใจเข้าลงทุน เรามองเป้าหมายดัชนีปีนี้ไว้ที่ 1,700 จุด แต่นักลงทุนอาจจะต้องเลือก Sector เพื่อลงทุนด้วยเช่นกัน โดยกลุ่มที่น่าสนใจยังอิงกับการ Reopening, Medical Tourism, EV and Renewables และ Digital Ecosystem
ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกลยุทธ์ “3P”
เพื่อที่จะเป็น “พันธมิตรการลงทุนที่น่าเชื่อถือที่สุดในไทย” (Most Trusted Investment Partner in Thailand) นั้น “รัชดา ตั้งหะรัฐ” กรรมการผู้จัดการอาวุโส สายพัฒนาธุรกิจ บลจ.ยูโอบี บอกว่า เราต้องเอาลูกค้าเป็นตัวตั้ง พร้อมขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ “3P” ทั้ง 1) Product ต้องมีโพรดักท์ที่หลากหลาย 2) Performance กองทุนของเราต้องมีผลตอบแทนที่ดีและที่สำคัญต้องดีอย่างสม่ำเสมอด้วย และ 3) Professional ให้บริการอย่างมืออาชีพ โดยจะโฟกัสทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวม กองทุนส่วนบุคคล และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยในส่วนของ Partner ของเรานั้น ก็ทั้งที่เป็นตัวแทนขายต่างๆ รวมถึงลูกค้าตรงของเราเองด้วยเช่นกัน
ในส่วนของพรดักท์นั้น บริษัทเป็นผู้นำเรื่อง “กองทุน ETF” ซึ่งในปีนี้ก็จะมีกองทุนใหม่ๆ เพิ่มเติมเข้ามาอีก ที่ผ่านมาบริษัทร่วมมือกับ “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” ในการพัฒนากองทุน ETF เพื่อเพิ่มโอกาสให้นักลงทุนไทยได้เข้าถึงกองทุน ETF ได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องนำเงินไปซื้อกองทุนในต่างประเทศโดยตรง และสามารถลงทุนได้ทั้งผ่านตลาดหลักทรัพย์หรือผ่านตัวแทนจำหน่ายกองทุน ได้แก่ ‘กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ฮีโร่ อีทีเอฟ’ (UHERO) เป็น Thematic ETF กองแรกในไทย ที่มาพร้อมโอกาสการลงทุนในเกมและอีสปอร์ตที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ต่อมาได้เปิดตัว ‘กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โรโบติกส์ & อาร์ติฟิเชียล อินเทลลิเจนซ์ อีทีเอฟ’ (UBOT) โอกาสการลงทุนในธุรกิจในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ (Robotics & Artificial Intelligence: AI) ซึ่งได้รับผลตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี โดยในปีนี้เรายังคงแสวงหาโอกาสการลงทุนเพื่อสรรหาผลิตภัณฑ์การลงทุนที่น่าสนใจให้กับนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง

(รัชดา ตั้งหะรัฐ)
“ด้านการพัฒนาระบบซื้อขายกองทุนออนไลน์ทางบลจ.ยูโอบี ได้ริเริ่มพัฒนา Mobile application ‘UOBAM Invest Thailand’ และบนเว็บไซต์ผ่านระบบ Premier Online ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเพื่อให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายขึ้น นอกจากการลงทุนในกองทุนรวมแล้ว ได้มีการขยายระบบออนไลน์เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าสำรองเลี้ยงชีพด้วย และด้วยสถานการณ์ COVID-19 ส่งผลให้นักลงทุนมีกาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการลงทุนมาทำธุรกรรมผ่านระบบออนไลน์กันมากขึ้น ในส่วนของตัวแทนขายปีนี้ก็จะมีการนำโพรดักท์ของเราไปร่วมมือกับพันธมิตรที่เป็นบริษัทประกันเพิ่มเติมอีกด้วย”
แนะ “จัดพอร์ต” ตอบโจทย์เป้าหมายการลงทุน...พร้อมเปิดโผ “กองทุนเด่น” รับปีกระต่ายทอง
ทาง บลจ.ยูโอบีอยู่ระหว่างการพัฒนาบริการ “Robo Advisory” จัดพอร์ตการลงทุนของลูกค้าได้ตามเป้าหมาย พร้อมปรับพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับภาวะตลาด (Rebalancing) โดยแบ่งปัน Know-how จาก “UOBAM Invest” ของประเทศสิงคโปร์ มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับนักลงทุนไทยมากไปกว่านั้น
ตอกย้ำความสำเร็จความผู้นำด้านดิจิตอล บลจ.ยูโอบี ได้รับรางวัล Best Digital Wealth Management
จาก Asia Asset Management ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 อีกด้วย
โดย “กุลฉัตร จันทวิมล” รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายพัฒนาธุรกิจ บลจ.ยูโอบี แนะนำให้นักลงทุนจัดพอร์ตเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการลงทุนของตัวเองในลักษณะของ “Portfolio Investment” การสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีความยืดหยุ่นจะช่วยลดผลกระทบจากปัจจัยความเสี่ยงดังกล่าวลงได้ควรเน้นการกระจายความเสี่ยงในตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศที่มีคุณภาพเพื่อรองรับความผันผวนของตลาด ขณะเดียวกันยังแนะนำให้แบ่งสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในหุ้นกลุ่มที่สามารถเติบโตได้อย่างมีคุณภาพในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะ “จีน” ที่เริ่มเปิดประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจจีน

(กุลฉัตร จันทวิมล)
โดยการจัดสรรการลงทุนดังกล่าว เราเชื่อว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงได้แม้ในช่วงเวลาที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจอาจชะลอตัวลง กองทุนรวมที่แนะนำเพื่อเป็นทางเลือกในการลงทุน มีดังนี้
-“กองทุนเปิดไทย แคช แมเนจเม้นท์ ชนิดเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป” (TCMF) และ “กองทุนเปิด ไทย แคช แมเนจเม้นท์ ชนิดเพื่อผู้ลงทุนนิติบุคคล” (TCMF-I) ซึ่งเป็นกองทุนรวมตลาดเงินที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีคุณภาพและมีสภาพคล่อง เน้นลงทุนในเงินฝาก พันธบัตรรัฐบาล และพันธบัตรภาคเอกชนที่อยู่ในระดับความน่าเชื่อถือตั้งแต่ A- ขึ้นไป กองทุนกลุ่มนี้มีสภาพคล่องสูงและมีความเสี่ยงต่ำเหมาะสำหรับการบริหารสภาพคล่องในภาวะที่ตลาดผันผวน
-“กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล อินคัม สตราทีจิค บอนด์ ฟันด์” (UGIS) ซึ่งเป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ที่ลงทุนผ่านกองทุนหลัก PIMCO GIS Income Fund (Class I) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการกระจายการลงทุนไปยังตราสารหนี้หลากหลายประเภททั้งภาครัฐและเอกชนทั่วโลก เพื่อกระจายแหล่งที่มาของรายได้ และสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ

กลุ่มกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศแนะนำ
-“กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล ควอลิตี้ โกรท ฟันด์” (UGQG-M) ที่ลงทุนผ่านกองทุนหลัก
United Global Quality Growth Fund (Class USD Acc) ที่มุ่งลงทุนในหุ้นคุณภาพที่มีโอกาสเติบโตอย่างโดดเด่นรวมถึงกองทุนรวมที่มีการลงทุนผ่านกองทุนหลักที่มีนโยบายเน้นลงทุนในกลุ่มธุรกิจ ESG เช่น “กองทุนเปิด ยูไนเต็ด อิควิตี้ ซัสเทนเนเบิล โกลบอล ฟันด์” (UESG-M) และ “กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ซัสเทนเนเบิล อิควิตี้ โซลูชั่น ฟันด์” (USUS-M)
“นอกจากนี้กองทุนรวมที่มีการลงทุนในกองทุนซึ่งมีนโยบายเน้นลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีแบตเตอรี่ขั้นสูงและการเดินทางและขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) ซึ่งสนับสนุนโดย ธีมพลังงานสะอาดผ่านการลงทุนใน
กองทุนเปิด ยูไนเต็ด แบตเตอรี่ แอนด์ อีวี เทคโนโลยี ฟันด์ (UEV-M) จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว”
ส่วนการลงทุนในจีนนั้นแนะนำให้ลงทุนผ่าน
-“กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ออล ไชน่า อิควิตี้ ฟันด์” (UCHINA-M) และ “กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไชน่า เอ แชร์ อินโนเวชั่น ฟันด์” (UCI-M) โดยกองทุนหลักลงทุนในตลาดจีน ซึ่งมีความน่าสนใจมากขึ้นหลังจากทางการจีนผ่อนคลายมาตรการด้าน COVID-19 โดยสร้างความเชื่อมั่นที่มีต่อตลาดหุ้นจีนมากขึ้นในปีนี้
ก้าวย่างของ “บลจ.ยูโอบี” ในครั้งนี้ ยังคงตอกย้ำถึง “หัวใจไทย” ที่มีรหัส DNA เป็น “บลจ.ระดับภูมิภาค” นำมาให้บริการนักลงทุนไทยอย่างต่อเนื่องเพื่อก้าวสู่การเป็น “พันธมิตรการลงทุนที่น่าเชื่อถือที่สุดในไทย” (Most Trusted Investment Partner in Thailand) นั่นเอง และคงเป็นก้าวย่างที่บลจ.ร่วมอุตสาหกรรมคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิดแน่นอน
