Official Update :

ลุย “หุ้นไทย-ปันผลดี” แบบเซฟๆ...ด้วยเงินเพียง “1 บาท” !!!

กองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Equity General” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุน “หุ้นที่มีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ” ในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 65% และไม่เกิน 70% ของ NAV


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูล “กองทุนรวมหุ้นไทย” ที่น่าสนใจและอาจตอบโจทย์นักลงทุนที่อยากจะปิดความเสี่ยงการลงทุนในหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง มาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านกันในครั้งนี้


 

“SCBLT1” ลุย “หุ้นไทยพื้นฐานดี”...ระหว่างทางมี “ปันผล”


แม้ว่า “เทศกาลจ่ายเงินปันผล” ของบริษัทจดทะเบียนไทยจะผ่านพ้นไปในช่วงที่มาหรือหลังจากที่มีการประกาศผลการดำเนินงานในปี 2565 ซึ่งอาจจะเป็นที่น่าพอใจและไม่พอใจแก่นักลงทุนหลายๆ คน


ด้วยตัวเลขของผลประกอบการหลายบริษัทที่ประกาศออกมาไม่ได้เป็นไปตามที่นักลงทุนคาดการณ์นัก ทำให้อัตราการจ่ายเงินปันผลมีการปรับตัวลดลง


และแน่นอนว่าความเสี่ยงดังกล่าวก็เป็นสิ่งที่นักลงทุนหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่จะดีกว่าหรือไม่...หากนักลงทุนสามารถปิดความเสี่ยงดังกล่าวด้วยการกระจายเงินลงทุนผ่านกองทุนรวมที่มีความหลากหลายในการลงทุนหุ้นรายตัว ที่สำคัญ ยังมีการ “จ่ายปันผล” คืนกลับมาให้ในระหว่างการลงทุน




โดยกองทุนนี้มีชื่อว่า “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวปันผล 70/30 (ชนิดหุ้นระยะยาว)” หรือ “SCBLT1” ที่ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด’ เป็นผู้จัดตั้งขึ้นมา ซึ่งด้วยภายใต้นโยบายและผลการดำเนินงานที่ทำได้ดีเสมอมา จึงถูกยกให้เป็น “กองทุน 5 ดาว” จาก “Morningstar” ด้วยเช่นกัน


สำหรับรายละเอียดของกองทุนดังกล่าว จะเป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นไทยเป็นหลัก โดยได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2547 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 10 มีนาคม 2566) ก็มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 22,625,915,895 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 16.48 บาทต่อหน่วย


“ด้านนโยบายลงทุนแน่นอนว่าจะต้องเป็นการลงทุนในหุ้นไทยเป็นหลัก โดยเน้นการลงทุนในหุ้นที่มีนโยบายหรือมีการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ แต่จะลงทุนในสัดส่วนที่เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ แต่จะไม่เกิน 70% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันที่ 31 ม.ค. 23 มีการลงทุนใน ‘หุ้น’ 78.70%”

 

หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” และ “หุ้นเติบโต”


จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาพอร์ตของ ‘กอง SCBLT1” มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” (Value) และ “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ

ในส่วนของหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 31 ม.ค. 23) 5 อันดับอุตสาหกรรมที่ลงทุนสูงสุด รวม 25.85% ประกอบไปด้วย

-พลังงานและสาธารณูปโภค                       17.21%

-พาณิชย์                                               10.61%

-ธนาคาร                                              9.37%

-พัฒนาอสังหาริมทรัพย์                            8.55%

-ขนส่งและโลจิสติกส์                                6.97%

“โดยหุ้น Top5 ที่กองลงทุนอยู่นั้น ประกอบไปด้วย 1) AOT 5.40%, 2) GULF 4.91%, 3) KBANK 3.98%, 4) BBL 3.12% และ 5) CPALL 3.07%”


ส่วนที่เหลือจะลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัททั้งที่จดทะเบียนและไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตลอดจนตราสารการเงินอื่นๆ ในสัดส่วนที่เหมาะสมของแต่ละช่วงเวลา ทั้งนี้ อาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) รวมไปถึงลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนไม่เกิน 100%ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน


“ด้านผลการดำเนินงานของ SCBLT1 นั้น ข้อมูลตั้งแต่จัดตั้งกองทุนจนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 31 ม.ค. 23) มีผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 5.46% ต่อปี ในขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานที่เฉลี่ยอยู่ 13.99% ต่อปี แต่อย่างไรก็ดีตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -28.90%”


แต่อีกหนึ่งไฮไลท์ของกองทุนที่นอกจากจะทำผลการดำเนินงานได้อย่างสม่ำเสมอ ก็คือ นโยบายการจ่ายเงินปันผลที่จะจ่าย “ไม่เกินปีละ 2 ครั้ง” ซึ่งตั้งแต่จัดตั้งกองทุนจนถึงปัจจุบันได้มีจำนวนการจ่ายไปแล้วรวม 29 ครั้ง และคิดเป็นเงินปันผลทั้งหมดรวม 6.52 บาท

 

เงินลงทุนขั้นต่ำ ‘ครั้งแรก’ และ ‘ครั้งถัดไป’ เพียง 1 บาท


โดยนักลงทุนหรือผู้อ่านที่สนใจอยากจะลงทุนในกองดังกล่าวด้วยเงื่อนไขการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” อยู่ที่ 1 บาท ส่วนการขายคืนขั้นต่ำและยอดคงเหลือก็จะอยู่ที่ 1 บาทเช่นเดียวกัน โดยเงื่อนไขการได้รับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 2 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV (T+2)




สำหรับรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันจะสามารถทำได้ทั้งผ่านช่องทางออฟไลน์อย่าง ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ จํากัดหรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นและยังมีช่องทางออนไลน์ที่สามารถทำได้ผ่านแอพพลิเคชั่น SCB EASY


“เงินปันผล อีกหนึ่งรวมรูปแบบการสร้างผลตอบแทนแบบประจำปี ที่นักลงทุนหลายๆ คนมีความสนใจ ซึ่งการลงทุนผ่านกองทุนรวมเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยบริหารจัดการให้แก่ผู้ลงทุนพร้อมกับการบริหารความเสี่ยงและปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เข้ากับสถานการณ์หรือภาวะในปัจจุบัน โดยเฉพาะนักลงทุนที่ต้องการ ‘ปันผล’ ระหว่างทางลงทุน เชื่อว่า ‘กอง SCBLT1’ น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับนักลงทุนได้ไม่มากก็น้อย”


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม

Most Viewed
Stock of the Day
หุ้นไทยจ่อเปลี่ยนกลุ่มเล่น เงินเริ่มหมุนออกจากแบงก์ จับตาบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ จ่อพีคเดือนต.ค. BGRIM-GPSC เด่น รับอานิสงส์ยีลด์ขาลง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“กองหุ้นเวียดนาม” ปีนี้ซบตามตลาด เฉลี่ยติดลบ -4.75% “TVIETNAM” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +2.45% ส่วน “UVO” ร่วงสุด -12.36% แนะโอกาสสำหรับการลงทุน “ระยะกลาง-ยาว” !!!
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
GC และ SCGC แจ้งความก้าวหน้าการศึกษาจัดตั้งโครงการร่วมทุน เร่งหารือและกำหนดเงื่อนไขสำคัญของธุรกรรมร่วมกัน
เมื่อ 15 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
CPF–Bosch ต่อยอดความร่วมมือ ใช้ Data–AI ยกระดับการผลิตอาหาร หนุนเป้าหมาย Net-Zero
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
XO ส่งซิกครึ่งปีหลังโตเด่น ดันรายได้ปี 69 แตะ 2.4 พันลบ. ทุ่ม 1.3 พันลบ. สร้างโรงงานใหม่ ปูทางสู่เบอร์ 1 ตลาดซอสศรีราชาโลก
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us