Official Update :

การกลับมาของ “หุ้นเอเชีย” กับ Story of Growth…ชู “จีน” เป็น Top Pick!!!

อย่างที่ทราบกันดีว่า “ตลาดหุ้นทั่วโลก” ในปีที่ผ่านมานั้นมีแค่ตลาดหุ้นไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่ดัชนีมีการปรับขึ้นอย่างโดดเด่นกว่าตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคหรือทั่วโลก


จากเทรนด์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่ได้สร้างแรงกระเพื่อมให้แก่ธีมการลงทุนอย่างเทคโนโลยี อินโนเวชั่น แฮลธ์แคร์ ให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว


แต่ด้วยการที่ปรับตัวขึ้นนั้น ก็ย่อมหมายความว่ามูลค่าของหน่วยดังกล่าวมีราคาที่แพงขึ้นตามไปด้วย จึงทำให้การจะมองหาโอกาสที่จะลงทุนเป็นไปได้ยากนักในระยะสั้น เพราะราคาหุ้นในภาพรวมค่อนข้างตึงตัวกันหมดแล้ว


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงมีอีกหนึ่งมุมมองการลงทุนจาก “อดิศร เสริมชัยวงศ์” กรรมการผู้จัดการ TMBAM Eastspring และ Thanachart Fund Eastspring มาแชร์ให้แก่ผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้



ปีนี้ “ตลาดหุ้นเอเชีย” เย้ายวนสุด...เหตุเศรษฐกิจฟื้นตัวไว

โดยมุมมองการลงทุนในปีนี้ เราได้ให้น้ำหนักค่อนข้างสูงหรือความน่าสนใจใน “ตลาดหุ้นเอเชีย” เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหรือการเติบโตของเศรษฐกิจนั้นมีอัตราการเติบโตที่เร็วกว่าและแข็งแรงกว่า ‘สหรัฐฯ’ และ ‘ยุโรป’ แม้ว่าจะมีย่อตัวลงไปบ้างในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19


ซึ่งประเทศใหญ่ๆ อย่างประเทศจีน อินเดีย หรือใน ‘ภูมิภาคอาเซียน’ เช่น อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม และไทยนั้น ทิศทางเศรษฐกิจก็ยังคงไปต่อได้ดี ซึ่งในมุมผู้ลงทุนอย่าง บลจ.นั้น การจะลงทุนในประเทศที่เศรษฐกิจมีการเติบโตอย่างเดียวไม่ได้ แต่จะต้องมีความแข็งแรงทางด้านเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน



(คุณอดิศร เสริมชัยวงศ์)




“ขณะเดียวกันตลาดเอเชียยังเป็นตลาดที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายของ ‘โจ ไบเดน’ ที่อาจกลับเข้ามาสู่ ‘ข้อตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP)’ และเป็น Magnet ที่ทำให้ประเทศที่กำลังพิจารณาเข้าร่วม อาจตัดสินใจเข้าร่วมการเป็นสมาชิก ‘ข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP)’ และส่งผลให้การค้าการลงทุนเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งทำให้ในแง่ของ Fundamental น่าสนใจ ทั้งนี้การมี ‘ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP)’ อาจทำให้สหรัฐฯ ยิ่งต้องเร่งกลับเข้ามาร่วม CPTPP อย่างเร่งด่วน”



“จีน-อินเดีย”...2 ประเทศที่สะท้อนการเติบโตและความแข็งแรงของภูมิภาค

สำหรับ 2 ประเทศที่ควรโฟกัสหรือมีความน่าสนใจนั้น คงเป็นประเทศ “จีน” และ “อินเดีย” เนื่องจากธุรกิจใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็น ฟินเทค อีคอมเมิร์ซได้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและมีความแข็งแรงค่อนข้างสูงโดยเฉพาะใน 2 ตลาดดังกล่าว จึงประเมินจะช่วยทำให้ตลาดเอเชียมีการเติบโตที่เร็วกว่าตลาดสหรัฐฯ และยุโรปได้



ภาพลงทุนระยะยาว...“การลงทุนต่างประเทศ” ยังคงเป็นทางเลือกที่ดี

ภาพการลงทุนในระยะยาวโอกาส “การลงทุนในต่างประเทศ” ยังคงให้ผลตอบแทนได้ดีกว่าการลงทุนใน ‘ตลาดหุ้นไทย’ เนื่องจากกลุ่มธุรกิจที่มีน้ำหนักส่วนใหญ่ในตลาดหุ้นไทยเป็นกลุ่ม ‘Old Economy’ ต่างจากประเทศเพื่อนบ้านที่ธุรกิจส่วนใหญ่เป็น ‘New Economy’ ที่มีการเติบโตได้ดีกว่าในอนาคตและอิงตามธีมเมกะเทรนด์







ซึ่ง 5 ธีมเมกะเทรนด์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะประกอบไปด้วย ‘Urbanization’ หรือสังคมเมืองมากขึ้น โดยจะเห็นการพัฒนาของเมืองให้เป็น New CBD มากขึ้น ซึ่งจะผลักดันให้เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แพร่หลายมากขึ้น นำไปสู่ ‘Future of Mobility’, พลังงานบริสุทธิ์รูปแบบใหม่ (Future of Energy) และ การขนส่งหรือโลจิสติกส์รูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น (Smart is the New Green)


รวมไปถึงธีม ‘Health, Wellness and Wellbeing’ ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยีต่างๆนั้น จะช่วยให้ค่ารักษาพยาบาลและการดูแลสุขภาพมีต้นทุนที่ถูกลง จึงทำให้การเข้าถึงของประชากรนั้นเป็นไปได้ง่ายขึ้น



ชู
“จีน”..เป็น Top Pick

โดยคำแนะนำการลงทุนในภาพระยะยาว จึงอยากแนะนำนักลงทุนให้ลงทุนอิงตามธีมดังกล่าว ซึ่งโฟกัสยัง “ประเทศจีน” ที่นโยบายของจีนมีความเป็น ‘New Economy’ มากขึ้นสอดรับกับการเติบโตในอนาคต มีการผลักดันในด้านนวัตกรรม รวมถึงการเติบโตของด้านการวิจัยแซงสหรัฐฯ ขณะที่ด้านเทคโนโลยีของจีน เริ่มมีการล้ำหน้าประเทศอื่นทั่วโลกแล้ว ยังไม่นับรวมถึง ‘เกาหลี’ และประเทศอย่าง ‘อินเดีย’ และ ‘ไต้หวัน’ ที่เริ่มเร่งพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยี


“สำหรับใครที่ยังมองหาโอกาสการลงทุนในตลาดทุน การลงทุนใน ‘ตลาดเอเชีย’ ที่มีตลาดหลักอย่างจีนและอินเดีย ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจได้รวดเร็วกว่าสหรัฐฯ และยุโรปนั้น ก็ถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจเพราะสิ่งหนึ่งยืนยันว่าตลาดทุนก็จะมีทิศทางที่ดีขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน”

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

Most Viewed
Stock of the Day
หุ้นไทยจ่อเปลี่ยนกลุ่มเล่น เงินเริ่มหมุนออกจากแบงก์ จับตาบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ จ่อพีคเดือนต.ค. BGRIM-GPSC เด่น รับอานิสงส์ยีลด์ขาลง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“กองหุ้นเวียดนาม” ปีนี้ซบตามตลาด เฉลี่ยติดลบ -4.75% “TVIETNAM” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +2.45% ส่วน “UVO” ร่วงสุด -12.36% แนะโอกาสสำหรับการลงทุน “ระยะกลาง-ยาว” !!!
เมื่อ 15 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
GC และ SCGC แจ้งความก้าวหน้าการศึกษาจัดตั้งโครงการร่วมทุน เร่งหารือและกำหนดเงื่อนไขสำคัญของธุรกรรมร่วมกัน
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Digital Asset
ก.ล.ต. ย้ำเตือนผู้ลงทุนให้ดำเนินการต่อทรัพย์สินของตนในแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO ก่อนการปิดกั้น ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
XO ส่งซิกครึ่งปีหลังโตเด่น ดันรายได้ปี 69 แตะ 2.4 พันลบ. ทุ่ม 1.3 พันลบ. สร้างโรงงานใหม่ ปูทางสู่เบอร์ 1 ตลาดซอสศรีราชาโลก
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us