หวังฟื้น “LTF” ดึงเงินเข้า “ตลาดหุ้นไทย” อีกครั้ง-หลัง “SSF” ไม่ตอบโจทย์... ส่วน “RMF-หุ้นตปท.” โชว์ผลงาน 5 ปี เหนือหุ้นไทย เฉลี่ย 7.6% ต่อปี !!!

สาระ Fund วันละนิด: วันนี้ จะพามาส่องกระแสเงินทุนในกลุ่ม “กองทุนประหยัดภาษี” (Tax Fund) ในช่วงไตรมาสที่1/23 ที่ผ่านกันมาบ้าง


มีเงินไหลเข้าสุทธิ 1.5 พันล้านบาท แบ่งเป็น “กองทุนรวมเพื่อการออม” (SSF) 1.1 พันล้านบาท และ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” (RMF) อีก 400 ล้านบาท


ซึ่งไม่ได้ผิดคาดแต่ประการใด เพราะเป็นที่รู้กันว่าเม็ดเงินลงทุนในกองทุนประเภทนี้นั้นมีลักษณะของฤดูกาลเช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะไปใส่กันเต็มๆ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนั่นเอง


ส่วน “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว” (LTF) ในไตรมาสแรกมีเงินไหลออกสุทธิ 1.03 หมื่นล้านบาท ยังต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ไหลออกสุทธิ 1.6 หมื่นล้านบาท


พร้อมกับการนับถอยหลังของกอง SSF’ ที่จะลงทุนได้ปีหน้าเป็นปีสุดท้าย (ลงทุนได้ 5 ปี 2020-2024) ก็เริ่มมีการพูดถึงการคืนชีพ  กอง LTF’ กันอีกครั้ง


ความเคลื่อนไหวของกลุ่ม “กองทุนประหยัดภาษี” ในไตรมาสที่1/23 ที่ผ่านมาเป็นยังไงกันบ้างนั้น ตามทีมงาน ‘Wealthythai’ ไปอัพเดทพร้อมๆ กันได้เลย




SSF+SSFX” ไตรมาส1/23 เงินไหลเข้าสุทธิ 1.1 พันล้านบาท...“กองหุ้นใหญ่” รับมากสุดกว่า 300 ล้านบาท

จากข้อมูลของ “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสริ์ช (ประเทศไทย)” ระบุว่า ณ สิ้นไตรมาสที่1/23 กองทุนเพื่อการออม” (SSF) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% จากสิ้นปี22 โดยในไตรมาสแรกนี้มีเงินไหลเข้าสุทธิ 1.1 พันล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วเล็กน้อยที่ 1.3 พันล้านบาท


โดยกองทุนกลุ่ม “กองหุ้นใหญ่” (Equity Large-Cap) มีมูลค่าการลงทุนแบบกองทุนเพื่อการออม 1.5 หมื่นล้านบาท มีเงินไหลเข้าสุทธิสูงสุดในไตรมาสแรกเกือบ 3 ร้อยล้านบาท แต่มูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงจากสิ้นปีที่แล้ว 2.8% เนื่องจากมีผลตอบแทนเฉลี่ย -3.8%


สำหรับกองทุนที่ได้รับความนิยมนั้นส่วนใหญ่มาจากบลจ.รายใหญ่ เช่น บลจ.ไทยพาณิชย์, บลจ.กรุงศรี และบลจ.บัวหลวง โดยมีเงินไหลเข้าในกองทุนของบลจ. 3 แห่งนี้ราว 200 ล้านบาท




“กลุ่ม กองหุ้นโลก’ (Global Equity) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3% เป็นผลจากผลตอบแทนเฉลี่ยเป็นบวกและเงินไหลเข้าสุทธิ ไตรมาสแรกนี้ทุกกองทุนในกลุ่มนี้มีผลตอบแทนเป็นบวก หรือเฉลี่ยที่ 6.2% นำโดย Principal Global Opportunity SSF (PRINCIPAL GOPP-SSF) 17.0%, ONE Ultimate Global Growth ASSF (ONE-UGG-ASSF) 14.4% และ Krungsri Global Growth SSF (KFGGSSF) 13.7%


แม้ว่าเงื่อนไขการลงทุนของ ‘กอง SSF’ จะเป็น 10 ปี แบบ วันชนวัน ซึ่งนักลงทุนสามารถจะลงทุนวันไหนของปีก็ได้ แต่ด้วยพฤติกรรมและความคุ้นชินของนักลงทุนไทยเองก็ยังคงลงทุน “กระจุกตัว” ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีอยู่เช่นเดิม


“กอง
RMF” มีเงินไหลเข้าสุทธิกว่า 400 ล้านบาท…เน้นกองหุ้นทั้งในและตปท.

ส่วน ‘กอง RMF’ มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม 4.1 แสนล้านบาท ลดลง 1.0% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยประเภทการลงทุนหลักอย่างกองทุนตราสารทุนมีการหดตัวลงเล็กน้อยหรือ -0.3% ในไตรมาสแรกที่ผ่านมานี้มีเงินไหลเข้าสุทธิกว่า 4 ร้อยล้านบาท ในขณะที่ช่วงเดียวกันของปีที่แล้วเป็นเงินไหลออกสุทธิ 1.6 พันล้านบาท




“จากมูลค่าเงินไหลเข้าสุทธิกว่า 400 ล้านบาท นั้น พบว่าเป็นเงินไหลเข้าสุทธิ กองทุนหุ้น เกือบ 2.0 พันล้านบาท โดยมูลค่า 1.0 พันล้านบาท หรือราวครึ่งหนึ่งเป็นเงินไหลเข้า กองหุ้นจีน ในขณะที่กองทุนประเภทอื่นเป็นเงินไหลออกสุทธิ โดยไหลออกสุทธิสูงสุดจากกลุ่ม กองตราสารหนี้ 1.0 พันล้านบาท”

“กอง RMF-หุ้นตปท.” โชว์ผลงาน 5 ปี ‘เหนือหุ้นไทย’...Top5 ผลตอบแทนเฉลี่ย 7.6% ต่อปี

ทั้งนี้ จะพบว่า ทั้ง ‘กอง RMF’ และ กอง SSF’ เองมีนโยบายลงทุนที่หลากหลาย และการลงทุนในต่างประเทศเองก็เป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนไทย ในส่วนของการลงทุนในหุ้นเองนั้น ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา “หุ้นไทย” ไม่ไปไหนผลตอบแทนเฉลี่ย +1.1% ต่อปี ในขณะที่ “หุ้นสหรัฐ” ดัชนี Nasdaq +12.6% ต่อปี และดัชนี S&P500 +11.2% ต่อปี




“จึงไม่น่าแปลกใจว่า Top5 ‘กอง RMF’ ที่มีผลงานดีสุดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จะเป็นกองหุ้นต่างประเทศทั้งหมด โดยกระจายไปในกลุ่มหุ้นสุขภาพ, หุ้นยุโรป และหุ้นสหรัฐ นำมาโดย อันดับ1) KGHRMF ทำผลตอบแทนได้ +7.96% ต่อปี, 2) TMBEGRMF +7.65% ต่อปี, 3) TMBUS500RMF +7.56% ต่อปี, 4) TUSRMF-A +7.49% ต่อปี และ 5) SCBRMGHC +7.20% ต่อปี”

นั่นจึงไม่น่าแปลกใจว่าความสนใจของนักลงทุนในกลุ่ม ‘กอง RMF’ และ กอง SSF’ เองนั้นแม้จะยังมีส่วนของหุ้นไทยอยู่บ้างแต่ก็มีการกระจายไปยังหุ้นต่างประเทศเพิ่มขึ้นเช่นกัน

“กอง LTF” ไตรมาสแรก ‘เงินไหลออกสุทธิ 1.0 หมื่นล้านบาทผลงาน 5 ปี กอง Top5 ตั้งแต่ 3 – 10% ต่อปี

ส่วน ‘กอง LTF’ มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิที่ 3.0 แสนล้านบาท ลดลง 8.5% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยในปีนี้เงินลงทุนในรอบปี 2017 จะสามารถไถ่ถอนได้ตามเงื่อนไขถือครอง 7 ปีปฏิทิน ทำให้มีเงินไหลออกต้นปีสูงระดับ 1.0 หมื่นล้านบาท แต่ยังต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่มูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท อันอาจมีสาเหตุจากตลาดหุ้นไทยมีผลตอบแทนเป็นลบ (SET TR -2.7%) ทำให้นักลงทุนที่ครบเงื่อนไขแล้วอาจจะรอจังหวะให้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นแล้วมีกำไรค่อยขายออกมา


“ต้องยอมรับว่าผลตอบแทนของ หุ้นไทย ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาก็ไม่ได้ไปไหนไกล ทำให้ความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทยดูไม่มากนักหากเทียบกับ หุ้นต่างประเทศ ดังจะเห็นได้จากแทบไม่มีเงินทุนไหลเข้าสุทธิเข้ามาในกลุ่ม กองหุ้นไทย (ไม่รวม LTF, RMF, SSF) ตั้งแต่ปี20 เป็นต้นมา เพิ่งมาในไตรมาสที่1/23 นี้ที่เห็นเงินไหลเข้าสุทธิกว่า 3.3 พันล้านบาท เป็นเงินไหลเข้าระดับพันล้านครั้งแรกในรอบ 3 ปี ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเพราะตลาดหุ้นปรับตัวลงมามากในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาด้วย ทำให้นักลงทุนกลับเข้ามาลงทุนกัน”




ทั้งนี้ หากดูผลงาน ‘กอง LTF’ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ภาพรวมยังสู้กองหุ้นต่างประเทศไม่ได้และบางกองทุนยังมีผลตอบแทนติดลบอยู่ก็มีเช่นกัน ส่วน Top5 ที่มีผลงานดีสุด นำมาโดยอันดับ1) MIDSMALLLTF ทำผลตอบแทนได้ +10.06% ต่อปี, 2) ASP-SMELTF-T +8.50% ต่อปี, 3) ASP-GLTF-T +4.61% ต่อปี, 4) TDSLTF-B +3.79% ต่อปี และ 5) TMSLTF-B +3.40% ต่อปี



คืนชีพ “กอง
LTF” ความหวังดึงเม็ดเงินกลับเข้า “ตลาดหุ้นไทย”...แต่ทุกอย่างขึ้นกับ “เงื่อนไขการลงทุน” เป็นสำคัญ

เมื่อสัดส่วน “นักลงทุนสถาบัน” ใน “ตลาดหุ้นไทย” ลดลง ซึ่งทำให้ไม่มีแรงซื้อหนุนเข้ามาช่วยพยุงตลาดไว้ในยามที่ตลาดปรับตัวลงแรง ตลอดจนช่วงอายุของ ‘กอง SSF’ ที่จะครบอายุในปีหน้า อาจเป็นหลายๆ ปัจจัยที่ทำให้มีการโยนหินถามทางถึงการคืนชีพ กอง LTF’ ขึ้นมาอีกครั้ง


“ซึ่งเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์และตรงจุดที่สุดในการดึงเงินเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย เพราะ ‘กอง LTF’ ลงทุนหุ้นไทยเป็นหลัก แต่ท้ายสุดจะเกิดได้หรือไม่นั้นขึ้นกับ ภาครัฐ ด้วยเช่นกัน ซึ่งคงยังไม่มีบทสรุปในระยะเวลาอันใกล้นี้ รวมถึงเงื่อนไขสำคัญ คือ เงื่อนไขการลงทุน ซึ่งเคยเป็นประเด้นกันมาตั้งแต่ตอนจะมี กอง SSF’ แล้วถึงระยะเวลาการลงทุนที่นานเกินไป หรือมูลค่าเงินลงทุนเพื่อใช้ประโยชน์ทางภาษี สิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นตัวชี้ขาดว่าถ้ามีแล้วจะบรรลุเป้าหมายดั่งใจหวังหรือไม่ เรียกว่ายังเร็วไปที่จะพูดถึงในตอนนี้ แต่ถ้ามีเกิดขึ้นจริงก็คงส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นไทยไม่มากก็น้อย”


ทั้งหมดนี้ คือ ความเคลื่อนไหวของกลุ่ม “กองทุนประหยัดภาษี” ที่น่าสนใจ และยังเป็นทางเลือกในการลงทุนเพื่อประโยชน์ทางภาษีได้อย่างถูกต้อง มีนโยบายให้เลือกหลากหลายทั้ง ‘SSF’ และ ‘RMF’ ที่สำคัญ สามารถลงทุนได้เลยไม่ต้องรอปลายปีแต่ประการใด

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’