“หุ้นเทคฯ” ฟื้นหนุน “การลงทุนอย่างยั่งยืน” ผลงาน Outperform… Top5 “กอง ESG-ตปท.” โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีเฉลี่ย +9.94% !!!
สาระ Fund วันละนิด: วันนี้ จะพามาว่องดู “การลงทุนอย่างยั่งยืน” (Sustainable Investing) ที่ไม่ใช่แค่กระแสหากแต่เป็นหนึ่งใน Mega Trend หลักเทรนด์หนึ่งของโลกการลงทุนเลยทีเดียว
เป็นการลงทุนแบบรับผิดชอบ มีส่วนร่วมสนับสนุนให้กับบริษัทที่ทำดีและให้ความสำคัญในเรื่องของ “ESG” ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล ที่จะเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนทั่วโลก
เป็นการลงทุนที่ได้ทั้ง “ผลตอบแทนแทน” และได้ “รักษ์โลก” ไปพร้อมๆ กันแบบ 2 in 1 กันไปเลย !!!
ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน Top5 “กองทุน ESG-ต่างประเทศ” โชว์ผลตอบแทนได้โดดเด่นเฉลี่ย +9.94%
ตรงข้ามกับ Top5 “กองทุน ESG-ไทย” ที่ผลตอบแทนยังติดลบเฉลี่ย -5.28% ซึ่งเป็นภาพที่ค่อนข้างจะ “แตกต่างกัน” พอสมควรเลยทีเดียว
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของกลุ่ม “กองทุน ESG” มาฝากกัน
“การลงทุนอย่างยั่งยืน” ไตรมาสที่1/23 ผลตอบแทน outperform จากกลุ่ม Technology
จากข้อมูลของ “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ระบุว่า “กองทุนยั่งยืน” (ESG Fund) ในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนต่างประเทศ ทำให้การฟื้นตัวของตลาดหุ้นต่างประเทศโดยเฉพาะทางฝั่งสหรัฐส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนยั่งยืนในไตรมาสที่1/23 ขึ้นมาอยู่ที่ 5.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% จากสิ้นปีที่แล้ว แต่มีเงินไหลออกสุทธิเล็กน้อยรวมราว 200 ล้านบาท อย่างไรก็ดี หากมองย้อนกลับไปในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาจะพบว่ากองทุนยั่งยืนมีเม็ดเงินไหลเข้า-ออกอย่างจำกัด โดยเฉพาะหลังจากปี21 เป็นต้นมา ซึ่งอาจมีส่วนมาจากสภาวะการลงทุนที่มีปัจจัยลบค่อนข้างมากในช่วงปี22

“อย่างไรก็ตาม ในแง่ของผลตอบแทนการลงทุนอย่างยั่งยืนในไตรมาสล่าสุดถือว่ามีความโดดเด่น ทำได้ดีกว่า broad index โดย ‘Morningstar Global Sustainability Leaders Index’ อยู่ที่ 14.4% สูงกว่า ‘Morningstar Global Markets Large-Mid Index’ ถึงเท่าตัว ขณะเดียวกันภาพระยะยาวดัชนีการลงทุนอย่างยั่งยืนก็ให้ผลตอบแทนที่มากกว่าเช่นกัน ทั้งนี้มีเหตุมาจาก ‘หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี’ ที่ฟื้นตัวขึ้นมาได้ดี โดยดัชนี ‘Morningstar Global Technology Index’ รอบไตรมาสแรกอยู่ที่ 21.2% ซึ่งสูงสุดเมื่อเทียบกับหมวดอุตสาหกรรมอื่นๆ และดัชนี Morningstar Global Sustainability Leaders Index มีสัดส่วนในกลุ่ม Technology ราว 38% นำโดย NVIDIA Corp ที่ในไตรมาสแรกนี้มีผลตอบแทนถึง 90% จึงทำให้ภาพรวมของการลงทุนอย่างยั่งยืนในช่วงไตรมาสแรกออกมาค่อนข้างดีเลยทีเดียว”
Top5 “กองทุน ESG-ต่างประเทศ” โชว์ผลงานตั้งแต่ต้นปีสุดเจ๋งเฉลี่ย +9.94%...ด้าน “ABEG” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +12.6%
ทั้งนี้ หากดูผลตอบแทนของกลุ่ม “กองทุน ESG” ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 21 เม.ย. 23) พบว่า กองทุนที่มีผลงานดีสุด 5 อันดับแรกของกลุ่ม “กองทุน ESG-ต่างประเทศ” ผลตอบแทนฟื้นตัวชัดเจนและสามารถโชว์ผลตอบแทนที่เป็นบวกได้ทั้งหมดเฉลี่ย +9.94%

“ทั้ง 5 กองทุน Top5 มีทั้งหุ้นยุโรป, หุ้นพลังงานทดแทน และหุ้นทั่วโลก นำมาโดย อันดับ1) ABEG ทำผลตอบแทนได้ +12.6%, 2) SCBRMPOP +11.0%, 3) MRENEW-SSF +8.8%, 4) USUS-SSF +8.7% และ 5) TGESG +8.6%”
ส่อง Top5 “กองทุน ESG-ไทย” ซบตามตลาดตั้งแต่ต้นปีติดลบเฉลี่ย -5.28%...ส่วน “BKIND” แชมป์กลุ่มผลตอบแทนติดลบ -4.1%
ส่วนกลุ่ม “กองทุน ESG-ไทย” นั้น กองทุนที่มีผลงานดีสุด 5 อันดับแรก ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันก็ยังติดลบเฉลี่ย -5.28% ซึ่งเป็นไปตามทิศทางของตลาดหุ้นไทยในปีนี้ที่ดูจะไม่ค่อยสดใสเท่าไรนัก

“โดย ‘กองทุน ESG-ไทย’ ที่มีผลงานดีสุด 5 อันดับแรก นำมาโดย อันดับ1) BKIND ผลตอบแทนติดลบไป -4.1%, 2) KKP SET50 ESG -4.9%, 3) TISCOWB-SSF -5.0%, 4) KTHAICGRMF -6.2% และ 5) KT-ESG-A -6.2%”
สำหรับธีม “การลงทุนอย่างยั่งยืน” (Sustainable Investing) อาจจะดูไม่หวือหวาอะไร แต่ตลาดคาดว่ามี Momentum ในการเติบโตระยะยาวที่แข็งแกร่ง จากการตื่นตัวของรัฐบาลทั่วโลกที่ร่วมกันผลักดันในเรื่องของ ESG จะเป็นหนึ่งในปัจจัยบวกที่สำคัญของธีมการลงทุนนี้เลยทีเดียว สำหรับใครที่สนใจ ก็สามารถเลือกลงทุนง่ายๆ ผ่าน “กองทุน ESG” นั่นเอง
