ลุ้น “หุ้นเทคฯ” วิ่งแรง-รับข่าว Fed ขึ้นดอกเบี้ยครั้งสุดท้าย... ชู “หุ้นเทคฯ สหรัฐ” เด่นสุดธีมลงทุนประจำปี23 !!!
Fun of Funds: ดูเหมือนฝันร้ายของ “หุ้นเทคโนโลยี” กำลังจะหมดไป พร้อมๆ กับ “จุดจบ” ดอกเบี้ยขาขึ้นของ “ธนาคารกลางสหรัฐ” (Fed) ที่กำลังจะมาถึง
สะท้อนผ่านดัชนี “Nasdaq100” ตั้งแต่ต้นปีมาถึงปัจจุบันปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นบวกไปกว่า +18%
พร้อมๆ กันกับผลประกอบการของกลุ่มหุ้น Big Tech ที่สำคัญอย่าง Meta ที่ประกาศออกมาดีกว่าคาด ก็เป็นแรงหนุนให้บรรยากาศการลงทุนในหุ้นเทคฯ ดูสดใสและคึกคักยิ่งขึ้น
“หุ้นเทคฯ สหรัฐ” เป็นอีกหนึ่งธีมในปีนี้ ที่ตลาดมองว่าเป็นดาวเด่นและแนะนำให้ลงทุนกัน
ทำไม “หุ้นเทคฯ สหรัฐ” จึงน่าสนใจ ตามทีงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ ไปค้นหาคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญไปพร้อมๆ กันได้เลย

“หุ้นเทคฯ สหรัฐ” กลับมา Outperform…แนวโน้มกำไรฟื้นกลับมาดี
โดย “นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ไทยพาณิชย์ มองว่า “หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ” มีการฟื้นตัวมาอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยบวกด้านแผนการควบคุมค่าใช้จ่ายของบริษัทเทคฯ และการเร่งพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผลการดำเนินงาน หุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี (US Tech) เป็นกลุ่มเดียวที่นักวิเคราะห์ปรับเพิ่มการคาดกาณ์ผลการดำเนินงาน (Earnings reversions) เมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น โดยราคาหุ้นในกลุ่มนี้ได้ปรับตัวลงแรงในช่วงปีที่ผ่านมา จากปัจจัยกดดันด้านความกังวลของภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ปัจจุบันราคาหุ้นในกลุ่มมีอัตราส่วน P/E ที่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย อีกทั้ง การมาของ ChatGPT ได้ทำให้ผู้คนหันมาให้ความสนใจในตลาด AI เพิ่มขึ้นอย่างมาก (AI Boom) จึงมีผลให้บริษัทด้านเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในตลาด เร่งปรับตัวออกผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

(นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส)
“โดย ‘Internet Data Center: IDC’ ได้คาดการณ์รายได้ทั่วโลกของตลาด AI จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 19% ต่อปี และประเมินว่าอาจแตะระดับ 9 แสนล้านดอลลาร์ ในปี26 และส่งผลให้หุ้นกลุ่มเทคฯ อื่นๆ เช่น Semiconductors และ Cybersecurity มีแนวโน้มจะได้ประโยชน์เพิ่มเติมจากการมาของ AI โดยหุ้นเทคฯ กลุ่ม Semiconductors ได้รับปัจจัยบวกจากการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า และอุปกรณ์สื่อสาร ในขณะที่หุ้นเทคฯ กลุ่ม Cybersecurity ได้รับปัจจัยบวกจากการที่ผู้บริหารองค์การล้วนตระหนักถึงความสำคัญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ จึงมีการเพิ่มงบลงทุนในส่วนนี้ในอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) อยู่ที่ 13% จึงเป็นช่วงที่จังหวะเหมาะสมต่อการเข้าซื้อหุ้นที่มีโอกาสเติบโตสูง ในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยเข้าใกล้จุดสูงสุด เพื่อหาโอกาสสร้างผลตอบแทนได้”
ชี้ “ดอกเบี้ยขาขึ้น” ใกล้สิ้นสุด...ปัจจัยบวกหนุน “หุ้นโลก-หุ้นเทคฯ” ให้ดีขึ้น
ภาพรวมของเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยเฉพาะจากภาคบริการ และภาคแรงงานที่มีความแข็งแกร่ง ประกอบกับผลการประชุม “ธนาคารกลางสหรัฐ” (Fed) ล่าสุด ได้ส่งสัญญาณว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยน่าจะ “ใกล้ถึงจุดสูงสุด” แล้ว จึงเป็นปัจจัยหนุนให้ “ตลาดหุ้นโลก” ซึ่งรวมถึง “ตลาดหุ้นสหรัฐ” ปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น
“โดยที่ผ่านมาสินทรัพย์ประเภทหุ้น โดยเฉพาะ ‘Growth Stock’ หรือ ‘หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี’ ซึ่งเป็นหุ้นคุณภาพสูง (High-quality stocks) จะ outperform กว่าสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Yield) เริ่มปรับลด (ดอกเบี้ยเข้าสู่จุดสูงสุด) นั่นทำให้ ‘หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐ’ น่าสนใจ ด้วยปัจจัยหนุนจากการที่เทคโนโลยี หรือนวัตกรรมรูปแบบใหม่ๆ เข้ามามีบทบาทต่อการเปลี่ยนแปลงของการดำเนินธุรกิจและพฤติกรรมของผู้บริโภค และมองว่ามีโอกาสที่หุ้นกลุ่มนี้จะกลับมามีผลการดำเนินงานและกำไรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังจากที่ชะลอตัวในปีที่ผ่านมา”
“หุ้นเทคฯ” ลุ้นราคาวิ่งแรง-รับข่าว Fed ขึ้นดอกเบี้ยครั้งสุดท้าย...ชู “หุ้นเทคฯ สหรัฐ” เด่นสุด
เช่นเดียวกับ “สาห์รัช ชัฏสุวรรณ” รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.ทิสโก้ ที่มองว่า การประชุม “ธนาคารกลางสหรัฐ” (Fed) ในวันที่ 5 พ.ค. 23 นี้ นักลงทุนต่างคาดว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็น “ครั้งสุดท้าย” ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงจะทำให้อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้สหรัฐ (Bond yield) อายุ10 ปี ปรับตัวลดลง ประเด็นนี้จะส่งผลบวกโดยตรงต่อหุ้น “กลุ่มเทคโนโลยี” ซึ่งราคาหุ้นมักจะเคลื่อนไหวสวนทางกับ Bond yield 10 ปี ของสหรัฐมาโดยตลอด นอกจากนี้ ในปัจจุบันมูลค่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีถือว่าอยู่ในระดับที่น่าสนใจเพราะได้ปรับลงสะท้อนข่าวนักวิเคราะห์ปรับลดคาดการณ์กำไรไปมากแล้ว และในอดีตเมื่อดอกเบี้ยผ่านจุดสูงสุุด ราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมักจะเริ่มฟื้นตัวได้

(สาห์รัช ชัฏสุวรรณ)
“หุ้นเทคโนโลยีมีลุ้นราคาหุ้นขึ้นแรงรับข่าว Fed ประกาศขึ้นดอกเบี้ยรอบสุดท้าย พร้อมเปิดสถิติในอดีต ราคาหุ้นเทคฯ มักจะฟื้นตัวได้ในช่วงดอกเบี้ยผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ส่วนปัจจัยลบเริ่มหมดหลังมูลค่าหุ้นลงมาน่าสนใจสะท้อนข่าวนักวิเคราะห์ปรับลดคาดการณ์กำไรลงมามากแล้ว จึงไม่อยากให้นักลงทุนพลาดโอกาสการลงทุนสำคัญก่อนที่ Fed จะประกาศขึ้นดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายไป โดยหลังจากนี้จะเป็นช่วงอัตราดอกเบี้ยคงที่ หรืออัตราดอกเบี้ยขาลง ประเด็นดังกล่าวจะทำให้ต้นทุนทางการเงินของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดีขึ้น ส่งผลบวกโดยตรงต่อราคาหุ้นเทคฯ โดยกลุ่มที่น่าสนใจยังคงเป็น ‘หุ้นเทคฯ สหรัฐ’ เป็นสำคัญ ที่มีหุ้นที่ยังมีปัจจัยบวกรออยู่มากมายไม่ว่าจะเป็น Microsoft , Apple และ Nvidia เป็นต้น”
“หุ้นเทคฯ” ในปีที่ผ่านมาผลตอบแทนวิ่งสวนทางกับดอกเบี้ยขาขึ้นเล่นเอานักลงทุนทั่วโลกบาดเจ็บไปตามๆ กัน แต่มาปีนี้ภาพดูจะต่างกันออกไป เสมือนฝันร้ายใกล้จะสิ้งสุดลงพร้อมกับ “จุดจบดอกเบี้ยขาขึ้น” ที่ใกล้จะเข้ามาเยือน ทำให้ปีนี้ “หุ้นเทคฯ” เป็นกลุ่มที่สร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น โดยเฉพาะ “หุ้นเทคฯ สหรัฐ” ที่ตลาดแนะนำให้เป็นหนึ่งในธีมที่น่าสนใจลงทุนประจำปีนี้เลยทีเดียว
