“PRINCIPAL GIF”...โอกาสกระจายลงทุนในธุรกิจ “โครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก” !!!
กองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Global Equity” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนในหุ้นหรือเทียบเท่าของธุรกิจ “โครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก” (Global Infrastructure Sector)
การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค เป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ที่อาจไม่ได้ถูกพูดถึงบ่อยนักในปัจจุบัน แม้ว่าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา จะได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากนักลงทุน
แต่ถึงเช่นนั้นก็ยังมีนักลงทุนอีกไม่น้อยที่ยังคงให้ความสนใจ พร้อมกับแสวงหาการลงทุนอยู่อย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นทั้งตลาดในประเทศหรือต่างประเทศก็ตาม
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้ทำการหยิบยก “กองทุนหุ้นทั่วโลก” ที่น่าสนใจ โดยมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกับหลักทรัพย์ข้างต้นมาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุนที่สนใจ"

“PRINCIPAL GIF”...ร่วมเติบโตไปกับธุรกิจ “โครงสร้างพื้นฐาน” ทั่วโลก
โดยกองทุนดังกล่าวมีชื่อว่า “กองทุนเปิดพรินซิเพิล โกลบอล อินฟราสตรัคเจอร์ อิควิตี้” หรือ “PRINCIPAL GIF” ที่เป็นหนึ่งในกลุ่มกองทุนภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด’ พร้อมกับยังเป็นกองทุนที่ได้รับการจัดอันดับจาก “มอร์นิ่งสตาร์” ให้เป็น “กองทุน 5 ดาว” อีกด้วย
สำหรับรายละเอียดของ ‘กองทุน PRINCIPAL GIF’ เป็นกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนกองทุนต่างประเทศแบบฟีดเดอร์ฟันด์หรือมีกองทุนหลักเพียงกองเดียว โดยได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 20 เมษายน 2566) มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 282,948,296 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 15.84 บาทต่อหน่วย
ด้านนโยบายลงทุนหรือกองทุนหลักเป็นกองทุน ‘Lazard Global Listed Infrastructure Equity Fund’ ซึ่งจะส่งผลให้กองทุนมี net exposure ในหน่วย CIS ของกองทุนดังกล่าว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
“ขณะที่นโยบายการลงทุนของกองทุนหลักจะเน้นลงทุนในตราสารทุนและตราสารที่เทียบเท่าตราสารทุน (หุ้นสามัญ, หุ้นบุริมสิทธิ์ และ Depository Receipts) ของธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกที่จดทะเบียนหรือซื้อขายในตลาดที่ได้รับการกำกับและดูแล”
นอกจากนี้ เพื่อที่จะบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุน อาจมีการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหรือโครงการจัดการลงทุน (CIS) อื่น ซึ่งรวมถึง ETF เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนของกองทุน ผ่านการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก (Global Infrastructure Sector) ณ วันที่ 31 มี.ค. 23 กองทุนมีการลงทุนในกองทุนหลัก 97.86% ของ NAV”

หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า” และ “หุ้นเติบโต”
สำหรับการจัดสรรเม็ดเงินลงทุนหรือการกระจายเงินลงทุน ( ณ วันที่ 31 มี.ค. 23) แบ่งเป็นรายประเทศ 5 อันดับแรกที่มีมูลค่าลงทุนสูงสุด ประกอบไปด้วย
-อเมริกาเหนือ 27.1%
-สหราชอาณาจักร 20.2%
-เอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) 10.7%
ส่วน 4 อุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ได้แก่
-Utilities 44.8%
-Energy 5.6%
-Telecommunications 3.2%

“ในแง่ผลการดำเนินงานย้อนหลังของ ‘กอง PRINCIPAL GIF’ ตั้งแต่จัดตั้งนั้นเฉลี่ยอยู่ที่ 6.32% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 6.81% ต่อปี) ส่วนความผันผวนของความผลการดำเนินงานจะเฉลี่ยอยู่ที่ 14.49% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 14.63% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีการลงทุนมักมีความเสี่ยงเช่นเดียวกัน โดยในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -30.77%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ ‘ครั้งแรก’ และ ‘ครั้งถัดไป’ เพียง 1,000 บาท
สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุนในกองทุนดังกล่าว สามารถลงทุนได้ด้วยเงิน 1,000 บาท ตามข้อกำหนดเงื่อนไขหรือมูลค่าขั้นต่ำของ “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำทำได้โดยไม่มีข้อกำหนดสำหรับระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนคือ 6 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน (T+6)

ส่วนช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่านรูปแบบออฟไลน์อย่างธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จํากัด (มหาชน) และผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนอื่นที่บริษัทได้แต่งตั้งขึ้น ส่วนช่องทางออนไลน์สามารถเปิดบัญชีและซื้อขายได้ผ่านแอพพลิเคชั่นอย่าง Principal TH
“การลงทุนในสินทรัพย์หรือหลักทรัพย์กลุ่มอุตสาหกรรม ‘โครงสร้างพื้นฐาน’ ที่เป็นหนึ่งในปัจจัย4 ของการดำรงชีวิตประจำวัน จึงเป็นตัวการันตีถึงการเติบโตของกลุ่มอุตสาหกรรมได้อย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นในปัจจุบันหรืออนาคตก็ตาม เชื่อว่า ‘กอง PRINCIPAL GIF’ น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้ไม่มากก็น้อย”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
