“B-ASIA” ร่วมเติบโตไปกับ “หุ้นเอเชีย”...หัวใจขับเคลื่อนศก.โลก !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Asia Pacific Ex Japan” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุน “หุ้นเอเชีย” หรือจดทะเบียนอยู่นอกเอเชียแต่ดำเนินธุรกิจหลักในเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์)
แต่การจะลงทุนในหุ้นต่างประเทศนั้น ก็ต้องอาศัยเครื่องมือการลงทุนอย่าง “กองทุนรวม” เป็นตัวช่วยอีกทางหนึ่ง ซึ่งในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ ก็มี “กองทุนหุ้นเอเชีย” ที่น่าสนใจมาแบ่งปันกันในครั้งนี้

“B-ASIA”...ลุย “หุ้นเอเชีย” หัวใจขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
“เอเชีย” หัวใจของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก มีประชากรมากกว่า 4,000 ล้านคน เป้าหมายเม็ดเงินลงทุนจากทั่วโลก และหลังวิกฤติ COVID-19 “หุ้นเอเชีย”เริ่มมีมุมมองการลงทุนที่สดใสมากขึ้น หลังจากที่พี่ใหญ่แดนมังกรหรือจีน ได้กลับมาเปิดประเทศอีกครั้งและมีคาดการณ์ว่าจะเห็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจพร้อมทั้งนโยบายอัตราดอกเบี้ยที่ผ่อนคลายลง
“ทำให้ในด้านการลงทุนก็เป็นที่น่าสนใจแก่นักลงทุนสำหรับสนใจหรือกำลังมองหาโอกาสการลงทุนในหุ้นต่างประเทศโดยเฉพาะในตลาด ‘หุ้นเอเชีย’ ที่อยู่นอกเรดาร์การลงทุนมาเป็นเวลาหนึ่ง”

โดยกองทุนดังกล่าวมีชื่อว่า “กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นเอเชีย” หรือ “B-ASIA” ที่เป็นหนึ่งในช่องทางการลงทุนในหุ้นต่างประเทศผ่าน ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด’ ซึ่งยังเป็นหนึ่งในกองทุนที่ได้รับการยอมรับและการันตีจาก “มอร์นิ่งสตาร์” จัดให้เป็น “กองทุน 5 ดาว”
สำหรับรายละเอียดของกองดังกล่าว เป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นต่างประเทศหรือลงทุนในกลุ่มเอเชียแปซิฟิก ประเภทฟีดเดอร์หรือลงทุนในหน่วยลงทุนต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว ที่ได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นในวันที่ 2 เมษายน 2558 ซึ่งจนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 8 มิถุนายน 2566) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 5,218,051,281 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุนที่ 14.17 บาทต่อหน่วย
“สำหรับกองทุนหลักหรือหน่วยลงทุนต่างประเทศของกองทุนก็คือ ‘Invesco Funds - Invesco Asian Equity Fund, Class C’ ซึ่งนโยบายลงทุนในหุ้นของบริษัทหรือนิติบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะจดทะเบียนในประเทศภูมิภาคเอเชียหรือจดทะเบียนในประเทศที่อยู่นอกภูมิภาคเอเชียแต่ดำเนินธุรกิจหลักในประเทศภูมิภาคเอเชีย และบริษัทโฮลดิ้งที่มีการลงทุนหลักในบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศภูมิภาคเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์) ณ วันที่ 30 เม.ย. 23 กองทุนลงทุนในกองทุนหลัก 94.10% ของ NAV”
หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของ ‘กอง B-ASIA’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ
โดยการจัดสรรเม็ดเงินลงทุน (ณ วันที่ 30 เม.ย. 23) แบ่งเป็นรายประเทศ จะประกอบไปด้วย
-จีน 36.6%
-เกาหลีใต้ 15.8%
-อินเดีย 13.4%
-ไต้หวัน 12.9%
-ฮ่องกง 7.5%
“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ล้วนเป็นหุ้นที่นักลงทุนทั่วโลกคุ้นเคย ได้แก่ 1) Taiwan Semiconductor Manufacturing Co Ltd 6.8%, Samsung Electronics Co Ltd 6.4%, Tencent Holdings Ltd 5.7%, Housing Development Finance Corp Ltd 4.2% และ AIA Group Ltd 3.7%”


“ในด้านผลการดำเนินงานของ ‘กองทุน B-ASIA’ ตั้งแต่จัดตั้งกอง (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เม.ย. 23) จะเฉลี่ยอยู่ที่ 4.30% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 3.25% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานอยู่ที่ 17.13% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 16.91% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -34.93%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 500 บาท เท่านั้น
สำหรับเงื่อนไขการซื้อขั้นต่ำของหน่วยลงทุน “B-ASIA” ในครั้งแรกและครั้งถัดไปจะอยู่ที่ 500 บาท ขณะที่การขายหน่วยลงทุนนักลงทุนสามารถทำได้โดยไม่มีกำหนดเงื่อนไขการขายขั้นต่ำและยอดคงเหลือขั้นต่ำ แต่ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะได้ภายใน 4 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน (T+4)

ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ผ่านสาขาธนาคารกรุงเทพ, บริษัทจัดการ, ผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน และในส่วนของช่องทางออนไลน์ อย่าง โมบายแอพฯ Bualuang iBanking และ Bangkok Bank Mobile Banking
“สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนใน ‘หุ้นเอเชีย’ ก็อาจจะใช้กองทุนรวมเป็นเครื่องมือในการลงทุนหุ้นต่างประเทศอีกหนึ่งทาง โดยใช้เงินลงทุนที่ไม่มากนักและยังสามารถกระจายเม็ดเงินลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์เพื่อกระจายความเสี่ยง และ ‘กอง B-ASIA’ น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ให้ได้ไม่มากก็น้อยเช่นเดียวกัน”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
