“K-EUX”…พาลุย 50 “หุ้นบลูชิพ” กลุ่มยูโรโซน-ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “European Equity” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนในหุ้นดัชนี “EURO STOXX 50” ซึ่งเป็นหุ้นที่มี Market Cap มากสุด 50 ตัวแรกในกลุ่ม Eurozone
แม้ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ยุโรปจะเป็นศูนย์กลางความขัดแย่งระหว่างยูเครน-รัสเซียก็ตาม แต่ดัชนี EURO STOXX50 ย้อนหลัง 1 ปี บวกไปกว่า 28% และตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันก็ยังบวกอยู่ 14% สวนทางความคิดของนักลงทุนส่วนใหญ่
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงจะพาผู้อ่านและนักลงทุนที่มีความสนใจในการลงทุนหุ้นอิงดัชนีดังกล่าว ไปดู “กองทุนหุ้นยุโรป” ที่น่าสนใจโดยมีการลงทุนใน EURO STOXX 50 กัน

“K-EUX”...ลุย 50 “หุ้นบลูชิพ” ในกลุ่มยูโรโซน
“ตลาดหุ้นยุโรป” ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมานั้น ได้เจอปัจจัยลบอย่างสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนเข้ามาผลกระทบยังตลาดหุ้นรวมภาพรวมเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสถานการณ์ในปัจจุบันก็ยังคงยืดเยื้ออย่างไม่รู้จบ
นอกจากนี้ยุโรปยังมีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ “เศรษฐกิจถดถอย” (Recession) ตามสหรัฐด้วยเช่นกัน เงินเฟ้อที่ยังสูง นโยบายดอกเบี้ยที่ยังตึงตัว และเศรษฐกิจที่ชะลอตัว จนทำให้ภาพการลงทุนในตลาดหุ้นดังกล่าวถูกลดทอนความสำคัญลงเป็นอย่างมากหรือบางคนเองก็หมุนเงินลงทุนไปยังตลาดหุ้นอื่นที่มีความน่าสนใจมากกว่าหรือมีความเสี่ยงที่น้อยกว่า
แต่อย่างไรก็ดี “ตลาดหุ้นยุโรป” ก็ใช่ว่าภาพรวมตลาดจะแย่ไปเสียหมด เพราะทางดัชนี “EURO STOXX 50” ก็เริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวขึ้นมาให้เห็นแล้วเช่นกัน และถือเป็นอีกตลาดที่ไม่ควรมองข้ามเช่นเดียวกัน


โดยกองทุนนี้มีชื่อว่า “กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นยุโรป” หรือ “K-EUX” ที่สามารถผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 23 มิ.ย.66) ไปกว่า 13.82% ซึ่งกองทุนดังกล่าวอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด’ และยังเป็น “กองทุน 5 ดาว” ที่ได้รับการยอมรับจาก “มอร์นิ่งสตาร์”ะเป็นก ด้วยเช่นกัน
สำหรับรายละเอียดของกองทุนนั้น เป็นกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศแลองทุนรวมดัชนี ประเภทฟีดเดอร์ฟันด์หรือลงทุนในกองทุนต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว ซึ่งได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นในวันที่ 27 เมษายน 2559 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 23 มิ.ย.66) มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 1,076,838,288 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 16.48 บาท
“ด้านนโยบายการลงทุนหรือกองทุนหลักที่เข้าลงทุน จะเป็น ‘iShares EURO STOXX 50 UCITS ETF (DE)’ ซึ่งเป็นกองทุนอีทีเอฟที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้น XETRA และมีนโยบายลงทุนให้มีผลตอบแทนตามดัชนี EURO STOXX 50 ที่ประกอบด้วยหุ้นที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดมากที่สุด 50 ตัวแรกในกลุ่มประเทศ Eurozone ณ วันที่ 28 เม.ย. 23 มีการลงทุนในกองทุนหลัก 100% ของ NAV”
หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” และ “หุ้นเติบโต"
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของ ‘กอง K-EUX’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น ส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” (Value) และ “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ
ทั้งนี้ การจัดสรรเงินลงทุนของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 26 มิ.ย. 23) ในหุ้นแบ่งเป็นรายอุตสาหกรรม 5 อันดับแรก ประกอบไปด้วย
-สินค้าฟุ่มเฟือย 20.10%
-การเงิน 18.49%
-เทคโนโลยี 14.99%
-ภาคอุตสาหกรรม 14.30%
-สินค้าจำเป็น 8.13%
โดย 5 ประเทศที่กองทุนหลัก มีการลงทุนมากสุด ประกอบไปด้วย
-France 41.31
-Germany 26.52
-Netherlands 13.74
-Spain 6.45
-Italy 6.18

“ในแง่ผลการดำเนินงานย้อนหลังของ ‘กอง K-EUX’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 28 เม.ย. 23) นั้น เฉลี่ยอยู่ที่ 7.53% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 8.28% ต่อปี) ส่วนความผันผวนของความผลการดำเนินงานที่จะเฉลี่ยอยู่ที่ 19.21% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 19.76% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีกองทุนก็เคยมีผลขาดทุนโดยในช่วง 5 ปีกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -38.82%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 500 บาท เท่านั้น
สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุนใน ‘K-EUX’ กองทุนได้มีเงื่อนไขหรือมูลค่าขั้นต่ำของ “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” จะอยู่ที่ 500 บาทส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนจะอยู่ที่ 500 บาทเช่นเดียวกัน ขณะที่ยอดคงเหลือขั้นต่ำจะอยู่ที่ 50 บาท สำหรับระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนคือ 3 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน (T+3)

ส่วนช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่านรูปแบบออฟไลน์อย่างธนาคารกสิกรไทยและผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนอื่นที่บริษัทได้แต่งตั้งขึ้น ส่วนช่องทางออนไลน์สามารถเปิดบัญชีและซื้อขายได้ผ่านแอพพลิเคชั่นอย่าง K-My Funds, K-Cyber และ KPLUS
“หุ้นยุโรปในช่วงที่ผ่านมา อาจเป็นตลาดที่ถูกละเลยไปจากปัจจัยลบที่เข้ามารบกวน แต่กลับเป็นอีกตลาดที่ Perform ได้ดีสวนกระแส จึงถือเป็นโอกาสให้แก่นักลงทุนที่สนใจเข้าทยอยสะสมหรือหาผลตอบแทนได้เพิ่มเติม เพียงแต่อาจจะต้องใช้จังหวะและการศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนที่จะเข้าลงทุน ซึ่ง ‘กอง K-EUX’ เองนั้น น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ให้ได้ไม่มากก็น้อย”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
