“กอง ESG ไทย” ขอเวลาพิสูจน์ผลงาน...ใน ‘ระยะยาว’ จะดีกว่าลงหุ้นปกติจริงหรือไม่?

“อุตสาหกรรมกองทุนรวม” เองมีการตื่นตัวและตระหนักถึงการลงทุนอย่างยั่งยืนซึ่งเป็นกระแสหลักของโลกการลงทุนมาระยะหนึ่งแล้ว รูปแบบของกองทุนก็พัฒนาอิงกับความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่มีในแต่ละระยะๆ


ในปีที่ผ่านมา “ดัชนีหุ้นยั่งยืน (THSI)” สู้ผลตอบแทน “ตลาดหุ้นไทย (SET)” ไม่ได้ เหตุผลสำคัญเพราะหุ้นแบงก์กดดัชนีโดยรวมเอาไว้


แต่มาในปีนี้ “ดัชนีกลุ่มแบงก์ (BANK) ก็ให้ผลตอบแทนทีดี ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (22 มี.ค. 21) +18.44%  “ดัชนีกลุ่มพลังงาน (ENERG)” ก็บวก +4.38% จึงทำให้ภาพรวมของ “ดัชนีหุ้นยังยืน (THIS)” บวกได้ดี +7.13% ในขณะที่ SET +7.91%


อย่างไรก็ตาม “กอง ESG ไทย” ที่มีผลงานดีสุด 5 อันดับแรก สามารถทำผลตอบแทนได้ 10.40 – 15.54% ชนะตลาดในภาพรวมทั้งหมด


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย



“กอง
TISESG-A” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุดกลุ่ม โชว์ผลตอบแทน 15.54%

จากข้อมูลของ “สมาคมบริษัทจัดการลงทุน” (ณ 25 ก.พ. 21) พบว่ามีกองทุนในกลุ่มนี้รวม 40 กอง มีมูลค่ารวมกันกว่า 3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น ‘Thai Equity CG Fund’ 11 กอง, ‘CG Fund’ 6 กอง และ ‘ESG Fund’ อีก 23 กอง


จะเห็นว่ากลุ่ม “กอง CG” นั้น จะเป็นยุคแรกๆ ที่เกิดขึ้นมาและส่วนใหญ่จะเป็นกองหุ้นไทยเป็นสำคัญ ส่วน “กอง ESG” ที่ครบองค์ 3 ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลนั้นจะเกิดขึ้นในยุคหลังแล้ว และส่วนใหญ่จะเป็นกองหุ้นต่างประเทศเป็นหลัก เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นมาจนจัดเป็นหนึ่งใน Mega Trend หนึ่งของโลกการลงทุนไปแล้ว โดยเฉพาะหลังการมาของ “โจ ไบเดน” กระแส ESG ยิ่งมาแรงเป็นทวีคูณ






“กอง
ESG ไทยนั้น มีไม่มากในแง่ของนโยบาย แต่ใช้แตกเป็น ‘Share Class’ เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ลงทุนเท่านั้น ซึ่งผลงานของกองทุนประเภทนี้จะเป็นไปในทิศทางเดียวกับในต่างประเทศที่สามารถชนะการลงทุนในหุ้นปกติทั่วไปในระยะยาวได้หรือไม่นั้น ยังคงต้องรอใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ แต่ในต่างประเทศพิสูจน์กันมาแล้วระดับหนึ่งเลยทีเดียว”


จากการสำรวจผลงานของกลุ่ม “กอง ESG ไทย” ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 22 มี.ค. 21) พบว่า กองทุนที่มีผลงานดีสุดให้ผลตอบแทน 10.40 – 15.54% ชนะตลาดในภาพรวมทั้งหมด โดยกองทุนที่มีผลงานดีสุด ได้แก่ “กองทุนเปิดทิสโก้ ESG เพื่อสังคม ชนิดสะสมผลตอบแทน (TISESG-A)” ของบลจ.ทิสโก้ ให้ผลตอบแทน 15.54% โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก (ณ วันที่ 25 ก.พ. 21) ได้แก่

-บมจ.ธนาคารกสิกรไทย (KBANK)                                8.17%

-บมจ.ปตท. (PTT)                                                      8.16%

-บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT)                        8.03%

-บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา (CPN)                                         7.20%

-บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC)                           7.03%


“สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีน้ำหนักมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ธนาคาร 26.07%, พลังงานและสาธารณูปโภค 16.64%,พาณิชย์ 9.93%, อาหารและเครื่องดื่ม 8.03% และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 7.20%”



“กอง
ESG” ในไทย...เติบโตก้าวกระโดด

ด้าน “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ระบุว่า เม็ดเงินกองทุนยั่งยืนทั่วโลกว่ามีการเติบโตสูงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา หากมองกลับมาที่ประเทศไทยถือได้ว่ามีการเติบโตแบบก้าวกระโดดเช่นกัน โดยเมื่อ 31 ธ.ค. 2020 มูลค่าทรัพย์สินรวมอยู่ที่ 2.2 หมื่นล้านบาท หรือเติบโตมากกว่า 4 เท่าจากปี 2019 ที่มีมูลค่ารวมราว 5 พันกว่าล้านบาท ทั้งนี้ในเดือนก.พ. ที่ผ่านมามูลค่าทรัพย์สินรวมเพิ่มขึ้นไปที่ 3.4 หมื่นล้านบาท


การเติบโตที่ยังสูงต่อเนื่องของมูลค่าทรัพย์สินกองทุนยั่งยืนนั้นมีสาเหตุหลักมาจากเม็ดเงินไหลเข้าหลายกองทุนเปิดใหม่ที่ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี โดยกองทุนยั่งยืนมีเม็ดเงินไหลเข้าสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดมาตั้งแต่ช่วงปี 2019 ที่ระดับ 3.1 พันล้านบาท และสูงขึ้น 5 เท่าในปี 2020 ที่มีเงินไหลเข้าสุทธิสูงถึง 1.5 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ยังมีเงินไหลเข้าถึง 1.1 หมื่นล้านบาทเฉพาะในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2021



 


“ในด้านทรัพย์สินที่ลงทุนนั้นมูลค่าการลงทุนยังกระจุกตัวที่กองทุนต่างประเทศเป็นหลัก โดยมีมูลค่ารวมสูงสุดในกลุ่ม Global Equity หรือ 63.5% ของมูลค่ากองทุน ESG ทั้งหมด และมีเพียง 4.1% เป็นการลงทุนหุ้นในประเทศกลุ่ม Equity Large-Cap ทั้งนี้อาจเกิดจากการลงทุนกองทุนยั่งยืนที่มีการเติบโตที่ดีในต่างประเทศ มีตัวเลือกการลงทุนหลากหลาย รวมทั้งมี track record ของกองทุนในแง่ผลการดำเนินงาน ในขณะที่การลงทุน ESG อาจยังเป็นเรื่องใหม่ในประเทศไทยและยังไม่ได้รับความนิยมในวงกว้าง รวมทั้งการเปิดเผยข้อมูลด้าน ESG ของบริษัทจดทะเบียนยังอยู่ในช่วงที่กำลังพัฒนาที่จะนำไปสู่มาตรฐานที่ดีขึ้นและเป็นประโยชน์ต่อผู้ลงทุน


“กอง ESG ไทย” ยังคงต้องรอเวลาในการพิสูจน์ตัวเองว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าการลงทุนในหุ้นทั่วไปได้เช่นในต่างประเทศจริงหรือไม่ในระยะยาว อย่างไรก็ตามสำหรับนักลงทุนที่สนใจจะลงทุนในธีม ESG นี้ ปัจจุบันก็มีกองทุนให้เลือกลงทุนค่อนข้างครบถ้วนเลยทีเดียว

สรวิศ อิ่มบำรุง

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us