“หุ้นใหญ่” หลบไป...ชี้จังหวะดีลงทุน “หุ้นขนาดเล็กโลก” !!!
ปี2021 เศรษฐกิจโลกฟื้น ถือเป็นจังหวะการลงทุนใน “หุ้น” แต่จะลงทุนในหุ้นอะไรนั้น ก็ต้องเลือกให้ถูกธีมด้วยเช่นกัน
ในขณะที่กระแสของธีม “หุ้นเทคโนโลยี” มาแรงต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่แล้ว จนหลายบลจ.ต่างพาเหรดกันทยอยออกกองทุนตามมาอีกมาก
ล่าสุด “บลจ.อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด (ประเทศไทย)” หรือ “ASI” มาชูอีกธีมการลงทุนที่น่าสนใจ คือ “หุ้นขนาดเล็กโลก” ที่ถือเป็นจังหวะในการเข้าลงทุนเป็นอย่างยิ่ง เพราะราคาโดยเปรียบเทียบและผลงานลงมาต่ำกว่า “หุ้นขนาดใหญ่โลก” (ปกติจะสูงกว่า)
พร้อมกับการประกาศขับเคลื่อนธุรกิจในอีก 3 ปีข้างหน้า จะบุก “ตลาดรายย่อย” เต็มรูปแบบ เพื่อให้นักลงทุนไทยทุกๆ คน ได้มีโอกาสเข้าถึงกองทุนและบริการระดับโลกได้นั่นเอง
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มาอัพเดทให้ฟังกัน
การกลับมาครั้งใหม่ของ “บลจ.อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด (ASI)”…บลจ.ที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้ง่ายๆ
สำหรับ “บลจ.อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด (ประเทศไทย) จำกัด (ASI) เป็นบลจ.ต่างชาติที่มาทำธุรกิจกองทุนในไทยตั้งแต่ยุคเริ่มแรกในปี1996 เลยทีเดียว นี่ก็กว่า 25 ปี เข้าไปแล้ว ในอดีตฐานลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้า High Net Worth และการเข้าถึงบลจ.ก็อาจจะไม่สะดวกง่ายดายเท่าไรนัก
แต่บลจ.แห่งนี้กำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดย “โรเบิร์ต เพนนาโลซา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด (ประเทศไทย) จำกัด (ASI) บอกว่า ปัจจุบันโลกเปลี่ยนไปมากในทุกๆ ด้าน เราจำเป็นต้องก้าวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในทุกๆ ด้านเช่นกัน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงได้เกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้วและยังจะต่อเนื่องไปในอีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งเราจะรุก “ตลาดรายย่อย” มากขึ้นเป็นภาพรวมของทั้งโลก ในไทยเองก็เช่นโดยจะมีการขับเคลื่อนผ่าน 4 ปัจจัยหลักๆ ได้แก่

(โรเบิร์ต เพนนาโลซา)
-Investment: จะมีโปรดักต์กองทุนใหม่ๆ ที่หลากหลายมากขึ้น มี Solution ที่จะมาตอบโจทย์นักลงทุนมากขึ้น
-Advisor: เราเป็นผู้นำในการให้คำแนะนำโดยมีแพลทฟอร์มและเทคโนโลยีระดับโลกมาช่วย
-Personal: เรามีส่วนแบ่งการตลาดของผู้ให้คำแนะนำการลงทุนอิสระมากที่สุดในสหราชอาณาจักร และจำนำแพลทฟอร์มและเทคโนโลยีเหล่านั้นมาสู่ผู้แนะนำการลงทุนอิสระในไทย เพื่อช่วยให้สามารถให้คำปรึกษาที่ดียิ่งขึ้นแก่นักลงทุนไทย
-Partnership: เรามองห่พันธมิตรทางธุรกิจในทุกๆ ด้านเพื่อเติบโตไปด้วยกัน เพื่อให้บริการลูกค้าคนไทยได้มีประสิทธิภาพดีมากยิ่งขึ้น
“3 ปีข้างหน้าเราจะบุก ‘ตลาดรายย่อย’ มากขึ้น เพื่อให้นักลงทุนได้มีโอกาสเข้าถึงกองทุนและบริการที่ดีระดับโลก ที่นักลงทุนทั่วไปก็สามารถใช้บริการได้ ดังจะเห็นได้จากเงินลงทุนขั้นต่ำในกองทุน ABGS-A เริ่มต้นเพียง 1,000 บาท เท่านั้น รวมถึงในไตรมาสที่2/21 ก็จะเปิดตัว Mobile App เพื่อให้นักลงทุนทั่วไปเข้าถึงเราได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วย”
“เศรษฐกิจโลก” ปีนี้ฟื้นดีกว่าตลาดคาด...แนะ “หุ้น” ยังเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจลงทุนสุด
ด้าน “พงค์ธาริน ทรัพยานนท์” หัวหน้าฝ่ายการลงทุนตราสารหนี้ บลจ.อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด (ประเทศไทย) จำกัด (ASI) บอกว่า ฝ่ายวิจัยของ ASI มองเศรษฐกิจโลกปีนี้จะฟื้นตัวดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจาก 3 ประเทศหลัก ได้แก่ ‘สหรัฐ’ คาด GDP ปีนี้ +6.6%, ‘จีน’ โต 9.3% และ ‘อินเดีย’ โต 12.9% หลายปัจจัยบวกเริ่มเข้ามาวัคซีนมาเร็วกว่าคาด และคาดว่าจะสามารถฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชากร 75 – 80% ได้ในสิ้นปีนี้ นอกจากนี้สหรัฐยังมีการอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอีก 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ ในขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายทั่วโลกยังทรงตัวในระดับต่ำสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

(พงค์ธาริน ทรัพยานนท์)
“หุ้นจึงยังเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจที่สุดในปีนี้ และเชื่อว่าเม็ดเงินลงทุนจะกลับเข้ามาใน ‘ตลาดเกิดใหม่’ รวมทั้งไทยด้วยเช่นกัน แต่การเลือกหุ้นเพื่อลงทุนก็สำคัญเช่นกันว่าหุ้นอะไรที่จะได้รับประโยชน์จากการที่เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวในครั้งนี้”
ชี้ถึงจังหวะลุย “หุ้นขนาดเล็กโลก”
ด้าน “ออเสน การบริสุทธิ์” หัวหน้าฝ่ายการลงทุนตราสารทุน บลจ.อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด (ประเทศไทย) จำกัด (ASI) บอกว่า ปัจจุบันมีหุ้นทั่วโลกกว่า 9,000 ตัว ส่วนใหญ่กว่า 70% ของหุ้นทั่วโลกหรือประมาณ 6,000 ตัว เป็นหุ้นขนาดเล็ก ซึ่งไม่ต่างจากในไทย คือหุ้นขนาดเล็กเหล่านี้มีนักวิเคราะห์ Cover เพียง 6 รายต่อตัวเท่านั้น ในขณะที่หุ้นขนาดใหญ่มีถึง 24 นักวิเคราะห์ที่ Cover อยู่ นี่จึงเป็นโอกาสในการลงทุนในการเข้าไปทำการบ้านเพื่อมองหาโอกาสในการลงทุนที่คนอื่นยังไม่พบเห็น ด้วยกระบวนการคัดเลือกหุ้นของ ASI

(ออเสน การบริสุทธิ์)
“ปัจจุบันมูลค่าของหุ้นและ Performance ของหุ้นขนาดเล็กโลกปรับตัวลงมาต่ำกว่าหุ้นขนาดใหญ่โลกมากพอสมควร จากในอดีตที่ปกติแล้วหุ้นขนาดเล็กโลกจะแพงกว่าและมี Performance ที่ดีกว่าหุ้นขนาดใหญ่ เราจึงมองว่าเป็น ‘จังหวะที่ดี’ ในการเข้าลงทุนเพราะมาครบทั้ง 2 เงื่อนไข ซึ่งน่าจะตอบโจทย์การลงทุนของนักลงทุนได้เป็นอย่างดี หากดูผลตอบแทนหุ้นขนาดเล็กโลกในช่วง 20 ปี (1 ม.ค. 2000-31 ธ.ค. 2020) +458% ในขณะที่หุ้นขนาดใหญ่ +230%”
“ASI” ส่ง ‘กอง ABGS-A’ IPO วันที่ 29 มี.ค. – 2 เม.ย. นี้
บริษัทกำลังจะเปิดเสนอขาย “กองทุนเปิด Aberdeen Standard Global Small Cap Fund-A (ABGS-A)” ระหว่างวันที่ 29 มี.ค. – 2 เม.ย. 21 โดยจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘Standard Life Investments Global SICAV II - Global Smaller Companies’ (กองทุนหลัก) ที่จัดตั้งในลักเซมเบิร์กและบริหารจัดการโดยทีมงานที่ดูแลการลงทุนในหุ้นขนาดเล็กทั่วโลกของ ‘ASI’ ในสหราชอาณาจักร ซึ่งตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2012 ถึงสิ้นปี2020 นั้น กองทุนหลักสามารถสร้างผลตอบแทนชนะดัชนีเทียบวัด 4.51% ต่อปี มีค่าเบต้า (Beta) 0.88 จึงมีความผันผวนน้อยกว่าตลาด ในขณะที่โอกาสในการทำกำไรในขาขึ้นใกล้เคียงกับตลาด
ด้วยกลยุทธ์การลงทุนที่มีความชัดเจนและเป็นระบบ จะช่วยให้ผู้ลงทุนในกองทุนนี้ได้รับการป้องกันความเสี่ยงในสภาวะตลาดขาลง (downside protection) ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าในระยะยาว

“ในส่วนของการบริหารจัดการกองทุนนั้น ผู้บริหารกองทุนเลือกใช้การวิเคราะห์ปัจจัยเชิงพื้นฐานของบริษัทผนวกกับ การนำเครื่องมือวิเคราะห์เชิงปริมาณที่เป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะของ ‘ASI’ มาใช้ในการคัดสรรหุ้นที่น่าลงทุนที่สุด 40-50 ตัว จากกว่า 6,000 ตัวทั่วโลก โดยมุ่งเน้นไปที่บริษัทคุณภาพสูง มีเครือข่ายธุรกิจที่ยั่งยืนซึ่งสามารถทำให้เกิดการเติบโตของผลประกอบการอย่างสมํ่าเสมอและมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง (earnings momentum) ซึ่งหลายบริษัทเหล่านั้นเป็นบริษัทผู้นำและผู้ริเริ่มนวัตกรรมในตลาดเฉพาะกลุ่ม (niche market) ที่มักสร้างผลตอบแทนระดับสูงในระยะยาวได้โดยไม่ขึ้นอยู่กับสภาพตลาด”
สำหรับ “หุ้นขนาดเล็กโลก” จึงเหมาะที่จะใช้เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การลงทุนได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในจังหวะนี้ หากมองในมุมของการประเมินมูลค่าแล้ว สภาพตลาดในปัจจุบันนั้นถือว่าเป็น ‘จุดเข้าลงทุน’ ที่สร้างโอกาสที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนในหุ้นขนาดเล็กโลกเลยทีเดียว
