“หุ้นเอเชียแปซิฟิก” ราคาถูกกว่าหุ้นโลก-ศก.โตดีกว่า... กระจายลงทุน หลบความผันผวน สู่โอกาสลงทุนระยะยาว !!!
ลายแทงกองทุน: “เอเชียแปซิฟิก” เป็นภูมิภาคที่เป็นอนาคตของโลก การเติบโตสูงกว่าเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจตลาดพัฒนาแล้วชัดเจน
ล่าสุดทาง IMF คาดว่าเศรษฐกิจของเอเชียในปี23 จะโต 5.3% และ 5.1% ในปี24 ในขณะที่เศรษฐกิจโลกโต 2.8% และ 3.0% ในปี23 และ 24 ตามลำดับ (ที่มา: World Economic Outlook, April 2023)
แต่ที่ผ่านมา “หุ้นเอเชียแปซิฟิก” เองดูจะ Underperform ตลาดโลกและตลาดพัฒนาแล้ว จนดูไม่ค่อยสะท้อนภาพเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งสักเท่าไร แต่มองไปข้างหน้าจากนี้เมื่อเศรษฐกิจตลาดพัฒนาแล้วมีแนวโน้มชะลอตัวหรืออาจเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession)
ก็ถึงเวลา “หุ้นเอเชียแปซิฟิก” ได้กลับมาเจิดจรัสตามพื้นฐานที่รอบรับได้ไม่ยาก วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดเอา 4 “กองทุนเด่น” ในธีมหุ้นเอเชียแปซิฟิกมาฝากกัน
เปิด 4 "กองทุนเด่น" ธีมหุ้นเอเชียแปซิฟิก-อนาคตของศก.โลก...หลบเศรษฐกิจผันผวน !!!
“เอเชียแปซิฟิก” ถือเป็นภูมิภาคที่มีความใหญ่และหลากหลาย มีหุ้นให้เลือกลงทุนมากมาย และนี่คือหนึ่งในภูมิภาคที่อยู่ในลายแทงของนักลงทุนทั่วโลกมานานแล้ว สำหรับใครที่ไม่อยากปวดหัวว่าจะต้องไปเลือกลงทุนประเทศไหนในภูมิภาคนี้ การกระจายเข้ามาทั้งภูมิภาคก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการลงทุนให้อีกด้วย
ช่วงครึ่งแรกปี23 “หุ้นเอเชียแปซิฟิก” ปรับตัวเพิ่มขึ้น +6.35% ส่วน “เอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) +3.19% ซึ่งอาจดูไม่มากนักเมื่อเทียบกับ “หุ้นโลก” ที่บวกไปถึง +15.43%
แต่นั่นก็ทำให้มูลค่า “หุ้นเอเชียแปซิฟิก” กลับมาถูกและน่าสนใจกว่าหุ้นโลกด้วยเช่นกัน ปัจจุบันมี P/E Fwd 13.77 เท่า ส่วน “เอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น)” 13.02 เท่า ต่ำกว่า “หุ้นโลก” ซึ่งอยู่ที่ 17.03 เท่า (ที่มา: msci.com, June2023) นี่จึงน่าจะเป็นจังหวะและการกลับมาให้นักลงทุนสนใจหุ้นเอเชียแปซิฟิกกันอีกครั้ง

สำหรับ 4 “กองทุนเด่น” ที่คัดมานี้ ล้วนโฟกัสการลงทุนใน “หุ้นเอเชียแปซิฟิก” เหมือนกัน เริ่มกันที่
-“ONE-APACESG: กองทุนเปิด วรรณ เอเชียแปซิฟิก ESG” ของบลจ.วรรณ เป็น Feeder Fund ที่เน้นกระจายการลงทุนใน “หุ้นเอเชียแปซิฟิก (รวมญี่ปุ่น)” โดยเน้นหุ้นที่พัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่องจากแนวโน้มการเติบโตที่โดดเด่นของเศรษฐกิจภูมิภาคนี้ในอนาคต และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของธุรกิจยุคใหม่ทำให้ ESG เป็นอีก Megatrend ของโลก โดยลงทุนผ่านกองทุนหลัก ‘BNP Paribas Funds Green Tigers (Class I, Capitalisation)’
-“KWI AEPLUS-A: กองทุนเปิด เคดับบลิวไอ เอเชียน อิควิตี้ พลัส เอฟไอเอฟ ชนิดสะสมมูลค่า” ของบลจ.เคดับบลิวไอ เป็น Feeder Fund ที่เน้นลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียน หรือมีสำนักงานซึ่งจดทะเบียนในหรือดำเนินธุรกิจหลักในภูมิภาค “เอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นญี่ปุ่น)” ซึ่งผ่านการคัดเลือกจากการพิจารณาด้านศักยภาพในการเติบโตของเงินปันผลและการเพิ่มขึ้นของมูลค่าหุ้นในระยะยาว ผ่านกองทุนหลัก ‘First Sentier Investors Global Umbrella Fund Plc - FSSA Asian Equity Plus Fund Class I (Accumulation) USD’

-“UOBSA: กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท เอเชีย” ของบลจ.ยูโอบี เป็น Feeder Fund ที่เน้นลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาวจากการลงทุนในหุ้นของบริษัทใน “เอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น)” ผ่านกองทุนหลัก ‘United Asia Fund’
-“ABAPAC: กองทุนเปิด อเบอร์ดีน เอเชีย แปซิฟิค เอคควิตี้ ฟันด์ – ชนิดสะสมมูลค่า” ของบลจ.อเบอร์ดีน เป็น Feeder Fund ที่เน้นกระจายลงทุนในกลุ่มหลักทรัพย์ของ “หุ้นเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น)” ผ่านกองทุนหลัก ‘abrdn Pacific Equity Fund SGD class’
เมื่อเศรษฐกิจของประเทศพัฒนาหลักในโลกไม่ว่าจะสหรัฐ หรือญี่ปุ่นกำลังชะลอตัวหรือเสี่ยงเข้าสู่การถดถอย “หุ้นเอเชียแปซิฟิก” ทั้งที่รวมญี่ปุ่น หรือไม่รวมญี่ปุ่นก็ตาม ก็ถือเป็นทางรอดในการกระจายการลงทุนเข้ามาเพื่อหลบความผันผวน ด้วยมูลค่าที่ถูกและน่าสนใจกว่าตลาดโลก พื้นฐานเศรษฐกิจที่ยังคงเติบโตสูงกว่าเศรษฐกิจโลก อาจถึงเวลาของหุ้นเอเชียแปซิฟิกอีกครั้ง
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
