Official Update :

“หุ้นขนาดกลาง-เล็ก”....มีทีเด็ดที่ ‘ผลตอบแทนคาดหวัง & ความเสี่ยง’ ที่เหนือกว่าหุ้นใหญ่ !!!

“หุ้นไทยขนาดกลางและขนาดเล็ก” อาจจะไม่ได้ถูกพูดถึงมากนักบนสายเวทีโลก ด้วยระดับความน่าสนใจเมื่อเทียบหุ้นขนาดใหญ่ที่มีพื้นฐานของธุรกิจและสถานะทางเงินที่แข็งแกร่งกว่า


แต่คงไม่สำหรับนักลงทุนในประเทศที่บางส่วนก็ยังคงมองว่าเป็นหุ้นกลุ่มที่ยังสามารถสร้างผลตอบแทนให้แก่พอร์ตการลงทุนได้ เพราะแม้ว่าขนาดธุรกิจอาจจะไม่ได้ใหญ่มากนัก แต่การแลกกับการเติบโตในอนาคตที่สูงกว่าก็ถือว่าคุ้มค่าที่จะลงทุน


อย่างไรก็ใช่ว่า “หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก” ทุกตัวจะมีพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งและเติบโตได้ดีเสมอไป ทำให้การลงทุนที่ลดความเสี่ยงได้ดีจึงเป็นรูปแบบกระจายการลงทุน


ซึ่งการกระจายการลงทุนในหุ้นรายตัวให้มีความหลากหลายธุรกิจนั้นก็คงเป็นไปได้ยากเช่นกัน เนื่องจากอุปสรรคทางด้านราคาหลักทรัพย์ที่ไม่เท่ากัน จึงทำให้จำนวนเงินที่จะใช้ของผู้ลงทุนนั้นสูงตามไปด้วย


จึงได้มีผลิตภัณฑ์การลงทุนอย่าง “กองทุนรวม” เข้ามาเสริมความต้องการของนักลงทุนที่ต้องการจะลดความเสี่ยงดังกล่าวโดยใช้จำนวนเงินไม่สูงนัก


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงมี “กองทุนเปิดทาลิส MID-SMALL CAP หุ้นทุน (TLMSEQ)” ของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทาลิส จำกัด’ ที่มีสไตล์การลงทุนประเภทดังกล่าวและยังได้รับการจัดอันดับ ‘มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว’ มาแชร์ให้แก่ผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้



“
กอง TLMSEQ” ทางเลือกลุยหุ้นขนาดกลาง-เล็ก...โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่ตั้งกองทุน 4 ปีกว่า 6.72% ต่อปี

“ตลาดหุ้นไทย” มีหุ้นที่หลากหลาย หากแบ่งในแง่ของ ‘ขนาด’ ก็มีกลุ่ม ‘หุ้นขนาดใหญ่’ และ ‘หุ้นขนาดกลาง-เล็ก’ ซึ่งมีบุคลิกที่แตกต่าง และมีผลตอบแทนคาดหวังและความเสี่ยงแตกต่างกันไปด้วยเช่นกัน แม้จะอยู่ในตลาดหุ้นไทยเหมือนกันก็ตาม


ตามหลักทฤษฎีแล้ว ‘หุ้นขนาดกลาง-เล็ก’ จะมีโอกาสในการสร้างผลตอบแทนคาดหวังและมีความเสี่ยงที่สูงกว่า ‘หุ้นขนาดใหญ่’ โดยปกติ จึงถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มหุ้นที่นักลงทุนสามารถเอาเข้ามาเติมเต็มพอร์ตหุ้นเพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการลงทุนในหุ้นไทยได้เป็นอย่างดี




สำหรับ “กองทุนเปิดทาลิส MID-SMALL CAP หุ้นทุน (TLMSEQ)” ได้จัดตั้งขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2559 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 29 มีนาคม 2564) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 64,045,464 บาทและมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 14.47 บาทต่อหน่วย


“ตัวนโยบายการลงทุนของ ‘กองทุน TLMSEQ’ อย่างที่เกริ่นไว้ก่อนหน้า จึงมีสัดส่วนกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ที่ลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และมีแนวโน้มการเจริญเติบโตทางธุรกิจ โดยเป็นไปในลักษณะที่ส่งผลให้กองทุนมี net exposure ในตราสารทุน”


ซึ่งหากแบ่งเป็นรายอุตสาหกรรมธุรกิจที่ลงทุน (ณ วันที่ 25 ก.พ. 64) ประกอบไปด้วย

-บริการ 35.99%

-เทคโนโลยี 15.76%

-เกษตรและอุตสาหกรรม 12.45%

-ธุรกิจการเงิน 12.18 %

-อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง 3.74 %


“ในส่วนที่เหลือกองทุนจะลงทุนในตราสารทุนนอกเหนือจากที่กล่าว รวมถึงตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝาก หน่วยลงทุนของกองทุน เช่น หน่วยลงทุนของกองทุนรวม กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หน่วยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) เป็นต้น”


รวมถึงกองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) หรือธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน และกองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) รวมทั้งอาจลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างได้ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบ


นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) และตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด



“
ด้านผลการดำเนินงานของ ‘กองทุน TLMSEQ’ ถือเป็นอีกหนึ่งกองทุนหุ้นไทยขนาดกลางและเล็กที่ทำได้ดีกว่าดัชนีชี้วัดตามกลยุทธ์การบริหารกองทุนที่มุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management) โดยตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 6.72% ต่อปี ในขณะที่ดัชนีชี้วัดอยู่ที่ -1.67% ต่อปี ส่วนความผันผวนของผลการดำเนินงานอยู่ที่ 18.90% ต่อปี ในขณะที่ดัชนีเทียบวัดอยู่ที่ 17.09% ต่อปี โดยกองทุนเคยผลขาดทุนสูงสุดตั้งแต่จัดตั้งกองทุนอยู่ที่ -52.37%”


โดยนักลงทุนที่สนใจมูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไปของกองนั้นอยู่ที่ 1,000 บาท ขณะที่มูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนนั้นก็จะอยู่ที่ 1,000 บาทเช่นกัน ส่วนยอดคงเหลือขั้นต่ำมีการกำหนดไว้ที่ 100 หน่วยระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 3 วันทำการนับตั้งแต่วันถัดจากวันทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (T+3)


สำหรับช่องทางการซื้อขายของ “กองทุน TLMSEQ” สามารถทำได้ผ่านบลจ.ทาลิสผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนที่ได้รับการแต่งตั้งจากบริษัทจัดการอินเทอร์เน็ตTALISAM ONLINE ภายใต้ www.talisam.co.thและแอปพลิเคชั่น Streaming for Fund


“แม้ว่าจะเป็นหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก แต่ด้านผลการดำเนินงานนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าหุ้นขนาดใหญ่อย่างที่นักลงทุนหลายคนกังวล ซึ่งหากใครกำลังมองหาโอกาสลงทุน “กองทุน TLMSEQ” ก็ถือเป็นอีกหนึ่งที่น่าสนใจพอสมควร แต่อย่างไรก็ดีก็ควรจะมีการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นหรือกลุ่มอื่นๆ ด้วยเช่นกัน”

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

Most Viewed
Fun of Funds
“อสังหาฯ โลก” โอกาสลงทุนหลัง “ปรับฐาน” ครั้งใหญ่... พร้อมรับอานิสงส์วงจร “ดอกเบี้ยขาลง” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
หุ้นไทยจ่อเปลี่ยนกลุ่มเล่น เงินเริ่มหมุนออกจากแบงก์ จับตาบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ จ่อพีคเดือนต.ค. BGRIM-GPSC เด่น รับอานิสงส์ยีลด์ขาลง
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
EGCO ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว! Q3/69 กำไรฟื้นแตะ 1.2 พันลบ. AE II เพิ่มอัพไซส์-ปันผล 3.25 บาท ลุ้นปี 70 กำไร 4.6 พันลบ. โตแรง 39%
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
KCE พุ่งแรง 10% หลังโบรกฯ นอกให้เป้าสูง บล.กรุงศรี ชี้ยังมีอัพไซส์ปรับราคาขาย แต่สะท้อนในหุ้นแล้ว ชู DELTA เด่นกว่า
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
Digital Asset
ก.ล.ต. ย้ำเตือนผู้ลงทุนให้ดำเนินการต่อทรัพย์สินของตนในแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO ก่อนการปิดกั้น ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us