“ตลาดเกิดใหม่” ผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก...กับโอกาสลงทุนในระยะยาว !!!
“ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market)” มีแนวโน้มเติบโตสูงและขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ทั้งด้านการบริโภค, การผลิต และบริการ
กระแสเงินทุนที่ไหลออกจากตลาดสหรัฐ ส่งผลให้เงิน “ดอลลาร์อ่อนค่า” เป็นปัจจัยที่สนับสนุนการขยายตัวของรายได้บริษัทจดทะเบียนที่ดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ
และทำให้ตลาดหุ้นประเทศเกิดใหม่มีโอกาสปรับตัวสูงกว่าตลาดประเทศพัฒนาแล้ว ขณะเดียวกันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการฉีดวัคซีน ยังปัจจัยบวกให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกกลับมา ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อ “ตลาดเกิดใหม่”
“บลจ.วี” มองเป็นโอกาสการลงทุนในกลุ่ม “Emerging Market” จากการเติบโตต่อเนื่องของ Young Generation ที่จะเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศในอนาคต
วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มาอัพเดทกัน
ชี้ “ตลาดเกิดใหม่”...โอกาสลงทุนในกลุ่มประเทศที่มีการเติบโตสูงของโลก
โดย “อิศรา พุฒตาลศรี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วี จำกัด เปิดเผยว่า เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเกิดใหม่มีการเติบโตในระดับสูงต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาสูงกว่ากลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (G7) เฉลี่ยประมาณ 2 เท่า คาดว่าในปี 2050 ประเทศเกิดใหม่จะมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลก นำโดยประเทศ “จีน” อันดับที่ 1 “อินเดีย” อันดับที่ 2 และ “อินโดนีเซีย” จะอยู่ในอันดับที่ 4 โดยเฉพาะภาคการบริโภคในกลุ่มประเทศเกิดใหม่จะเติบโตแตะระดับ 30 ล้านล้านเหรียญฯ ในปี 2025 หรือคิดเป็นสัดส่วนครึ่งหนึ่งของทั่วโลก
ทั้งนี้ปัจจัยผลักดันสำคัญคือ การขยายตัวของสังคมเมือง (Urbanization) ประกอบกับการเติบโตของประชากร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนอายุในช่วงระหว่าง 20-30 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนแนวโน้มอุปสงค์ของโลกการเติบโตของชนชั้นกลาง (Rising Middle Class) ในเอเชียโดยเฉพาะจีนและอินเดียที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 3.5 พันล้านคนในปี 2035 ทำให้เกิดความต้องการบริโภคที่สูงส่งผลให้เกิดการเกิดพัฒนานวัตกรรม, ออกแบบผลิตภัณฑ์, การผลิต, การจัดจำหน่ายและการจัดการระบบห่วงโซ่การผลิตต่างๆ (Supply Chain) เพื่อรองรับความต้องการที่ขยายตัวและเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ

(อิศรา พุฒตาลศรี)
“ดังนั้นการเติบโตของตลาดเกิดใหม่จะมีสัดส่วนการเติบโตต่อเศรษฐกิจโลกมากขึ้น ปัจจุบันมีสัดส่วนการเติบโตอยู่ที่ 60% ของ GDP ทั่วโลกและคาดว่าจะเพิ่มเป็น 70% นับตั้งแต่นี้ไปจนถึงปี 2025 ซึ่งมีผลทำให้การได้ประโยชน์จากการเติบโตของตลาดเกิดใหม่นั้นจะไม่จำกัดอยู่ในธุรกิจของกลุ่มประเทศเกิดใหม่เท่านั้น หลายบริษัทในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วโดยเฉพาะบริษัทที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ มีแนวโน้มที่จะเติบโตจากความต้องการบริโภคและการบริการในระยะยาวตามไปด้วย”
“บลจ.วี” ส่ง ‘กอง WE-DEWORLD’ ลุยหุ้นตลาดเกิดใหม่...IPO ถึงวันที่ 8 เม.ย. นี้
บริษัทจึงเปิดเสนอขาย IPO ‘กองทุนเปิด วี ดีเวลลอปปิ้ง เวิลด์ (WE-DEWORLD)’ วันนี้ - 8 เม.ย. 21 โดยจะลงทุนผ่านกองทุนหลัก ‘Artisan Partners Developing World FUND’ ที่นโยบายลงทุนในบริษัทจดทะเบียนที่ได้ประโยชน์จากการอุปโภคและบริโภคที่เติบโตในตลาดเกิดใหม่ ผ่านการบริหารโดยผู้จัดการกองทุนที่เชี่ยวชาญการลงทุนในตลาดเกิดใหม่
“จุดเด่น” ของกลยุทธ์กองทุนหลัก คือ การ Stock picking คัดเลือกลงทุนในบริษัทที่มีระดับการเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด มีปัจจัยพื้นฐานการเติบโตที่แข็งแกร่ง บริษัทที่มีกระแสเงินสดมั่นคงมีความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ (Scalability) และมีการดำเนินธุรกิจที่ไม่กระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ (Durability) ซึ่งอยู่ใน 3 กลุ่มดังต่อไปนี้
1.Greater China จากการที่ธุรกิจมีความยืดหยุ่น สามารถปรับขนาดธุรกิจได้
2.Transcenders บริษัทในประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีความสามารถปรับตัวก้าวข้ามความผันผวนและวัฏจักรเศรษฐกิจได้
3.Passporter Companies บริษัทจดทะเบียนในภูมิภาคอื่นที่มีธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของประเทศเกิดใหม่
“นอกจากนี้เนื่องจากตลาดเกิดใหม่มีความผันผวนต่อการไหลเข้าออกของกระแสเงินการลงทุน ทางกองทุนหลักจึงเน้นการคัดเลือกหุ้นที่มีความต้านทานจากความผันผวนของการไหลเข้าออกของเงินทุน รวมถึงมีการจัดการเรื่องความผันผวนของค่าเงินเพื่อลดความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน”
“กองทุนหลัก” โชว์ผลตอบแทนทิ้งห่างดัชนีเทียบวัดทุกช่วงเวลา
สำหรับตัวอย่างบริษัทที่กองทุนลงทุนเช่น
1)บริษัท Sea Limited ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ, คอมพิวเตอร์ออนไลน์ส่วนบุคคล และเนื้อหาดิจิทัลบนมือถือ, อีคอมเมิร์ซและแพลตฟอร์มการชำระเงินซึ่งให้บริการลูกค้าทั่วโลก
2) บริษัท Visa Inc. ดำเนินธุรกิจการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับร้านค้าปลีกและจัดการบริการทางการเงินทั่วโลก นอกจากนี้บริษัทยังนำเสนอการค้าทั่วโลกและข้อมูลระหว่างสถาบันการเงิน , ร้านค้า , ผู้บริโภค , ธุรกิจและหน่วยงานของรัฐ
3)บริษัท Alibaba Group Holding Limitedบริษัท โฮลดิ้งให้บริการโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ต การเงินออนไลน์และบริการเนื้อหาทางอินเทอร์เน็ตผ่านบริษัทย่อยที่ให้บริการทั่วโลก
4)บริษัท MercadoLibre Inc.(MELI) ตลาดซื้อขายสินค้าออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคละตินอเมริกา
5)บริษัท NVIDIA Corporationผู้ออกแบบพัฒนาและวางจำหน่ายโปรเซสเซอร์กราฟิกสามมิติ (3D) และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องบริษัทนำเสนอผลิตภัณฑ์กราฟิก 3 มิติแก่คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทั่วไป
“ด้วยกลยุทธ์การลงทุนและการคัดเลือกบริษัท ทำให้ผลการดำเนินงานของ กองทุนหลัก ‘Artisan Partners Developing World Fund’ มีการเติบโตที่น่าสนใจ โดย ณ วันที่ 28 ก.พ. 2021 ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 เดือนอยู่ที่ 0.81% ย้อนหลัง 3 เดือนอยู่ที่ 3.69% ย้อนหลังตั้งแต่ต้นปี อยู่ที่ 3.69% ย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 89.66% ต่อปี และผลตอบแทนย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้งกองทุนอยู่ที่ 54.44% ต่อปี เทียบกับดัชนีมาตรฐาน MSCI Emerging market index อยู่ที่ 0.76%, 3.85%, 3.85%, 36.05% ต่อปี และ 16.15% ต่อปี ตามลำดับ”
สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนในระยะยาว จากการเติบโตของกลุ่ม “ประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market)” เชื่อว่า “กองทุน WE-DEWORLD” น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ของคุณได้ไม่มากก็น้อย
