“กอง SSF” สายหุ้นครองส่วนแบ่งมากสุด 71%... “Top5” เน้นธีมเทคฯ โชว์ผลตอบแทนปีนี้สูงปรี๊ดเฉลี่ย +50.93% !!!
สาระ Fund วันละนิด: จะพามาส่องผลงานกลุ่ม “กองทุนเพื่อการออม” (SSF) กันบ้าง ตั้งแต่ต้นปีมากอง SSF ทั้ง 302 กอง ทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย +6.21%
โดยผลงานคละเคล้ากันไป ที่ผลตอบแทนเป็น “บวก” มี 148 กอง คิดเป็น 49% ในขณะที่อีก 154 กอง คิดเป็น 51% นั้น ผลงาน “ติดลบ” ถือว่าสัดส่วนใกล้เคียงกัน
โดยกองที่มีผลงานดีสุด ทำผลตอบแทนได้สูงถึง +76.03% เลยทีเดียว !!!
ส่วน “Top5” และ “Bottom5” หน้าตาเป็นยังไง มีกอง SSF กองไหนบ้างนั้น ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ รวบรวมเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย
“Top5” กอง SSF โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีสุดสวยเฉลี่ย +50.93%...ทั้งหมดเน้นธีม “หุ้นเทคฯ”
ภาพรวมการเติบโตของกอง SSF ในช่วง 8 เดือนแรก ก็มีการเติบโตขึ้นเช่นเดียวกัน โดยมีสินทรัพย์สุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 5.0 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.25% จากสิ้นปี22 โดยการลงทุนใน “หุ้น” ยังได้รับความนิยมสูงสุด มีสัดส่วน 71% ของสินทรัพย์ทั้งหมด โดยเป็น “หุ้นไทย” 36% และ “หุ้นต่างประเทศ” 35% ใกล้เคียงกัน
สำหรับ 5 กอง SSF ที่มีผลงานดีสุดตั้งแต่ต้นปี (ข้อมูล ณ วันที่ 11 ก.ย. 23) นั้น ล้วนมีนโยบายลงทุนในธีมหุ้นเทคโนโลยีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Blockchain, หุ้น Bigtech, Internet หรือ Semiconductor โดยทั้ง 5 กองสามารถทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้สูงถึง +50.93%

โดยกองที่มีผลงานมาเป็นอันดับ1 ได้แก่ “ASP-DIGIBLOC-SSF” ของบลจ.แอสเซท พลัส ทำผลตอบแทนได้ +76.03% เน้นลงทุนในบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets Companies) และ/หรือบริษัทที่มีรายได้จากการดำเนินธุรกิจและ/หรือมีความเกี่ยวข้องกับระบบสินทรัพย์ดิจิทัล และ/หรือบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain)
อันดับ2 “MEGA10-SSF” ของบลจ.ทาลิส +48.80% เน้นลงทุนหุ้นผู้นำตราสินค้า (Brand Value) จากการจัดอันดับโดยสถาบันจัดอันดับตราสินค้า (Brand) ระดับสากล และคัดเลือกจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) และที่มีสภาพคล่องสูงสุด 10 บริษัทแรก ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐ (NYSE/NASDAQ)
และอันดับ3 “TNEXTGEN-SSF” ของบลจ.ทิสโก้ +47.68% เน้นลงทุนในหุ้นนวัตกรรมเทคโนลยีแห่งอนาคตและธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นจากผู้ใช้งานทั่วโลก
“Bottom5” กอง SSF ทำผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ -21.34%...ทั้งหมดเน้นลงทุน “หุ้นจีน”
ส่วนกลุ่มกอง SSF 5 อันดับท้ายตารางนั้น มีนโยบายลงทุนใน “หุ้นจีน” ทั้งหมดเช่นเดียวกัน ส่วนใหญ่เป็นตลาด “A-Share” โดยทั้ง 5 กอง มีผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ -21.34%

โดย 5 กอง SSF ทีอยู่ท้ายตาราง ได้แก่ “UCI-SSF” ของบลจ.ยูโอบี ผลตอบแทน -33.87%, “ABCG-SSF” และ “ABCNEXT-SSF” ของบลจ.อเบอร์ดีน ผลตอบแทน -19.04% และ -18.73% ตามลำดับ “KT-Ashares-SSF” ของบลจ.กรุงไทย -17.75% และ “MCHINASSF” ของบลจ.เอ็มเอฟซี -17.30%
กอง SSF นั้น นั้นผู้ลงทุนสามารถลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีได้ 30% ของรายได้ ไม่เกิน 200,000 บาท ระยะเวลาลงทุน 10 ปี นับจากวันที่ซื้อ โดยมีนโยบายลงทุนให้เลือกหลากหลายทั้งเสี่ยงต่ำไปถึงเสี่ยงสูง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ใครที่สนใจก็สามารถเลือกและเริ่มทุนกันได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ไม่ต้องรอให้สิ้นปีแต่ประการใด
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
