“กองหุ้นสหรัฐ” ยังบวกต่อเนื่องไตรมาสที่1/64...Top 5 ทำผลตอบแทนได้ 10.84-28.23% !!!

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ถือเป็นอีกหนึ่งตลาดที่การเติบโตได้ดี ด้วยขนาดเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลก ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเป็นปัจจัยสนับสนุนที่ดีต่อกลุ่มธุรกิจไม่ว่าจะขนาดเล็กไปถึงขนาดใหญ่


ช่วงไตรมาสที่1/64 ที่ผ่านมา ดัชนี S&P500” และ ดัชนี NASDAQ” ยังคงบอกได้ต่อเนื่อง 7.36% และ 4.32% ตามลำดับ แม้ว่าจะบวกมาต่อเนื่องถึง 2 ปีแล้วก็ตาม


ทำให้นักลงทุนไม่น้อยที่จะแสวงหาโอกาสการลงทุนในตลาดหรือแทบจะมีสัดส่วนการลงทุนในตลาดดังกล่าว เป็น คอร์พอร์ต (Core Port)” ซึ่งรูปแบบการลงทุนก็มีทั้งการลงหุ้นรายตัวไปจนถึงกองทุนรวมเช่นกัน


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากขอนำเสนอข้อมูล กองทุนรวมหุ้นสหรัฐฯ ว่าผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/2564 มีทิศทางเป็นเช่นไรและกองที่มีผลการดำเนินงานในอันดับต้นน่าสนใจอย่างไรมาแชร์ให้แก่นักลงทุนกันในครั้งนี้



กอง MN-USBANK-A” แชมป์กลุ่มกองหุ้นสหรัฐไตรมาสแรก...โชว์ผลตอบแทน 28.23%

โดยกองที่มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นที่สุดมีชื่อกองว่ากองทุนเปิด แมนูไลฟ์ ยูเอส แบงค์ อิควิตี้ ชนิดสะสมมูลค่า (MN-USBANK-A)” จาก บลจ.แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย)’ ทำผลตอบแทนไตรมาสแรกได้ 28.23%


กองทุนเป็นกองประเภท Feeder Fund ที่จะลงทุนใน กองทุน ‘Manulife Advanced Fund SPC - U.S. Bank Equity Segregated Portfolio (the “U.S. Bank Equity Fund”) (Class AA USD)’ (กองทุนหลัก)เพียงกองทุนเดียว สำหรับนโยบายของกองทุนหลักนั้นจะเน้นลงทุนในตราสารทุน ตราสารทางการเงินที่อ้างอิงกับตราสารทุนที่ออกโดยบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจธนาคาร และสถาบันการเงินที่จัดตั้งหรือดำเนินธุรกิจในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก





อันดับถัดมาจาก บลจ.อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด (ประเทศไทย)’ ที่มีชื่อว่ากองทุนเปิด อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด อเมริกัน โกรท - สมอลเลอร์ คอมพานี ฟันด์ (ABAGS)” ด้วยผลตอบแทน 14.12%


กองทุนเป็นกองประเภท Feeder Fundที่ลงทุนใ ‘Aberdeen Standard SICAV I - North American SmallerCompanies’ (กองทุนหลัก) เพียงกองทุนเดียว โดยมีnet exposure เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่ 80% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิกองทุน โดยกองทุนหลักมีนโยบายการลงทุนอย่างน้อย 2 ใน 3 ของพอร์ตการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทตราสารแห่งทุนหรือตราสารที่เกี่ยวข้องกับตราสารแห่งทุน (equities orequities related securities) ของบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้ง ประกอบกิจการในประเทศสหรัฐอเมริกา และบริษัทโฮลดิ้งที่ถือหุ้นในบริษัทดังกล่าว โดยบริษัทข้างต้นต้องมีขนาดมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดน้อยกว่า 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ วันที่ลงทุน


อันดับที่ 3 มีชื่อกองว่า กองทุนเปิดกรุงศรียูเอสสมอล-มิดแคปอิควิตี้เฮดจ์เอฟเอ็กซ์ (KF-HSMUS)” จาก บลจ.กรุงศรี ด้วยผลตอบแทน 13.16%

เป็นอีกหนึ่งกองทุนประเภท Feeder Fund โดยลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ ‘Schroder International Selection Fund - US Small & Mid Cap Equity (Class X, Acc)’ (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิกองทุน ส่วนนโยบายการลงทุนของกองหลัก จะลงทุนในหุ้นของบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางในประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นบริษัทที่มีแนวโน้มการเจริญเติบโต สามารถสร้างกำไรและมีรายได้ที่เชื่อถือได้ และมีการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก


อันดับถัดมา มีชื่อกองว่า กองทุนเปิดทหารไทยยูเอสออพพอร์ทูนิตี้ส์ (TMBUSO)” จาก บลจ.ทหารไทย (TMBAM Eastspring)” ด้วยผลตอบแทน 11.20%

กองทุนเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองเดียว (Master Fund) คือ กองทุน ‘BNP PARIBAS FUNDS US VALUE MULTI-FACTOR EQUITY’ ในหน่วยลงทุนชนิด (Class) ”I” หรือ Class I Shares ในอัตราโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนดังกล่าวเป็นกองทุนย่อยกองทุนหนึ่งภายใต้กองทุน ‘PARVEST’ โดยภายใต้กองทุน PARVEST จะประกอบด้วยกองทุนย่อยหลายๆ กองทุนที่มีนโยบายการลงทุน ชนิดหน่วยลงทุน รวมถึงสกุลเงินที่แตกต่างกันไป


สุดท้ายกองทุนจาก บลจ.ทิสโก้ ที่มีชื่อว่า กองทุนเปิด ทิสโก้ยูเอส อิควิตี้ อันเฮดจ์ (TUSEQ-UH)” ทำผลตอบแทนได้ 10.84%

กองทุนเป็นกองทุนประเภท Feeder Fund ที่เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘SPDR S&P 500 ETF’ (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟ ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน สำหรับนโยบายการลงทุนของกองหลักนั้นจะลงทุนในตราสารแห่งทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุน (ก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมด) ให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของ ดัชนี S&P 500’ โดยกองทุนดังกล่าวบริหารและจัดการโดย State Street GlobalAdvisors 


ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เองก็เป็นอีกหนึ่งตลาดที่นักลงทุนควรมีติดพอร์ตไว้ไม่มากก็น้อย เพราะหากจะลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ ตลาดหุ้นดังกล่าวก็คงเป็นประเทศแรกๆ ที่ผู้เชี่ยวชาญต่างให้คำแนะนำ แต่ไม่ว่าตลาดไหนการลงทุนก็มีความผันผวนของตลาดเป็นของคู่กันอยู่นั่นเอง จึงควรศึกษาทำความเข้าใจให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us