มองหาการเติบโตต้อง “หุ้นเทคฯ โลก”... ดักจังหวะ “ดอกเบี้ยขาลง” ต้อง “ตราสารหนี้โลก” !!!
Fun of Funds: “เทคโนโลยี” นับวันแต่จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในวิถีชีวิตคนเรา รวมถึงธุรกิจต่างๆ จึงไม่น่าแปลกใจว่านี่ถูกจัดเป็นหนึ่งในแนวโน้มหลัก (Megatrend) ของโลกการลงทุน
การกระจายไปยัง “หุ้นเทคฯ โลก” จึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี
และล่าสุดจากการที่ “ธนาคารกลางสหรัฐ” (Fed) คงดอกเบี้ยไว้แต่ก็ส่งสัญญาณปรับขึ้นได้อีกครั้งก่อนจะค้างไว้ในระดับสูง
ยังเป็นปัจจัยบวกต่อการลงทุนในธีม “ตราสารหนี้โลก” อย่างต่อเนื่อง
ทั้ง “หุ้นเทคฯ โลก” และ “ตราสารหนี้โลก” มีความน่าสนใจยังไงนั้น ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ มีมุมมองที่น่าสนใจจากเหล่าผู้เชี่ยวชาญมาฝากกัน

“หุ้นเทคฯ โลก”…โตตามเทรนด์กระแสเทคโนโลยี
โดย “วจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์” รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน บลจ.กสิกรไทย มองว่า ปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในวิถีชีวิตของผู้คนและอุตสาหกรรมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี 5G, ระบบประมวลผล Big data และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นต้น อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจในด้านต่างๆ ทั้งภาคการผลิต การขนส่ง การค้าและบริการ ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกที่สำคัญ ซึ่งบริษัทเทคฯ ชั้นนำในโลกส่วนใหญ่ก็จะอยู่ที่ฝั่งสหรัฐเป็นหลัก
ไม่ว่าจะเป็น Alphabet เจ้าของแพลตฟอร์ม Search Engine ยอดนิยมอย่าง Google, GoDaddy บริษัทผู้ให้บริการจดทะเบียนชื่อโดเมนที่ใหญ่ที่สุดในโลก และ Synopsys บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์และออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อผู้ออกแบบชิปทั่วโลกอย่าง Apple และ Nvidia เป็นต้น

(วจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์)
“การมองหาหุ้นเทคฯ โลกที่เป็นหุ้นเติบโตเพื่อลงทุนตามเทรนด์ของเทคโนโลยีทั่วโลกที่กำลังเติบโตจึงเป็นโอกาสที่ดีในการลงทุนเช่นเดียวกัน โดยมี 4 ปัจจัยที่สนับสนุนให้หุ้นเทคฯ ยังน่าสนใจ ได้แก่ 1) โอกาสการเกิดเศรษฐกิจถดถอยชะลอตัวลง จากตลาดแรงงานที่ยังคงแข็งแกร่ง และรายได้ของผู้บริโภคที่ยังคงปรับตัวขึ้น 2) เงินเฟ้อทยอยลดลงและเข้าสู่กรอบเป้าหมายของ Fed ทำให้สินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นมีโอกาสปรับตัวขึ้น 3) รัฐบาลสหรัฐออกกฎหมาย CHIPS for America Act เพื่อดึงดูดการตั้งโรงงานและการผลิตชิปกลับเข้ามาในประเทศ ส่งผลบวกโดยตรงต่อหุ้นกลุ่ม Semiconductor และกลุ่ม Cybersecurity และ 4) จากการที่บริษัทเทคโนโลยีเร่งคุมต้นทุนในช่วงที่ผ่านมา ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้มีความแข็งแกร่งในระยะยาว”
“ตราสารหนี้โลก”…โอกาสรับผลตอบแทนที่ดีกว่า
อีกสินทรัพย์ที่พูดถึงกันมากในช่วงปลายวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นก็ คือ “ตราสารหนี้โลก” นั่นเอง
ทางฝั่ง “ณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์” ผู้อำนวยการอาวุโสที่ปรึกษาการลงทุนทิสโก้เวลธ์ บมจ.ธนาคารทิสโก้ มองว่า หลังจากที่ธนาคารกลางทั่วโลกได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 40 ปี ทำให้อัตราผลตอบแทนปัจจุบัน (Current Yield) ของกองทุนรวมตราสารหนี้กลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว อย่างสหรัฐ ยุโรป และอังกฤษ ได้ปรับตัวขึ้นมาสูงประมาณ 5% ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าอัตราผลตอบแทนปัจจุบันของกองทุนรวมตราสารหนี้ไทยส่วนมากอยู่ที่เพียงประมาณ 2% เท่านั้น จึงแนะนำให้นักลงทุนขายกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ไทย และโยกเงินมาลงทุนในกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้โลก เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่น่าสนใจ และควรเลือกลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้อายุเฉลี่ยตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป เพื่อรับส่วนต่างจากราคาหน้าตั๋วหากอัตราดอกเบี้ยกลับมาเป็นขาลงในอนาคต เพราะราคาตราสารหนี้มักจะปรับตัวขึ้นสวนทางกับอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง นอกจากนี้ราคาของตราสารหนี้ที่มีอายุเฉลี่ยยาว มักจะสร้างส่วนต่างกำไรได้มากกว่าตราสารหนี้ที่มีอายุเฉลี่ยสั้น

(ณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์)
“การเลือกลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้มักจะสร้างผลตอบแทนที่ดีในช่วงที่เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย อีกทั้งยังช่วยจำกัดความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุนอีกด้วย โดยกองทุนที่น่าสนใจลงทุนในช่วงนี้ คือกองทุนรวมตราสารหนี้โลก ‘Global bond’ ที่เน้นลงทุนในกลุ่มตราสารหนี้ประเทศพัฒนาแล้ว และได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit rating) โดยรวมอยู่ในกลุ่มระดับลงทุน (Investment grade) ซึ่งมีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ระดับ AAA ถึง A+ เพราะผู้ออกตราสารมีฐานะทางการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ที่สูงจึงมีความเสี่ยงต่ำ และหลีกเลี่ยงการลงทุนในตราสารหนี้กลุ่มต่ำกว่าระดับลงทุน (Non-Investment Grade) หรือ High Yield bond เพื่อลดความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ในช่วงที่เศรษฐกิจอาจเข้าสู่ภาวะถดถอยในปี24”
สำหรับใครที่กำลังมองหาการเติบโตเพื่อร่วมเติบโตไปด้วย ธีม “หุ้นเทคฯ โลก” ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ส่วนใครที่จะจับจังหวะ “ดอกเบี้ยขาลง” เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนในตราสารหนี้ ธีม “ตราสารหนี้โลก” ในตอนนี้ถือว่า Downside จำกัด ในขณะที่ upside เปิดกว้างเลยทีเดียว
