“Bond Yield-10Y” มีโอกาสแตะ 1.8-2.0%...แต่ไม่น่ากังวล-เหตุเป็นการทยอยขึ้น !!!

การปรับประมาณการตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจโลก รอบล่าสุดจาก “กองทุนการเงิระหว่างประเทศ (IMF)” รอบล่าสุดในเดือนเม.ย.21 ถือว่าเป็นการปรับขึ้น ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้


โดยคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะโตได้ถึง 6.0% จากเดิมที่มองว่าจะโต 5.5% โดยเฉพาะเศรษฐกิจหลักของโลกต่างได้รับการปรับมุมมองในเชิงบวกขึ้นกันถ้วนหน้า นำโดย “สหรัฐ” คาดว่าจะโต 6.4% (เดิม 5.1%), “จีน” คาดว่าจะโต 8.4% (เดิม 8.1%), “ญี่ปุ่น” คาดว่าจะโต 3.3% (เดิม 3.1%) เป็นต้น


พร้อมการกลับมาของเศรษฐกิจโลกที่กลับมาเติบโตได้ดีอีกครั้ง ทำให้หลายคนกังวลต่อทิศทางของ “เงินเฟ้อ” ที่ห่วงกันไปจนถึงขั้นจะกลายเป็น “เงินเฟ้อขั้นรุนแรง (Hyper Inflation)” ขึ้นมา ซึ่งอาจจะทำให้ดอกเบี้ยกลับทิศเป็นขาขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเขย่าทิศทาง “สินทรัพย์เสี่ยง” ทั่วโลกให้แดงเดือดกันอีกครั้ง


ความกังวลนี้ มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกันเช่นเคย



จับตา
“เศรษฐกิจโลก” ปีนี้...จะโตดีกว่าที่ตลาดคาด

แม้เศรษฐกิจโลกปีนี้จะอยู่ในช่วงของการฟื้นตัวจาก “วิกฤติ COVID-19” ในปี20 ที่ผ่านมาก็ตาม 


แต่ “พงค์ธาริน ทรัพยานนท์” หัวหน้าฝ่ายการลงทุนตราสารหนี้ บลจ.อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด (ประเทศไทย) จำกัด (ASI) บอกว่า ฝ่ายวิจัยของ ASI มองเศรษฐกิจโลกปีนี้จะฟื้นตัวดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจาก 3 ประเทศหลัก ได้แก่ ‘สหรัฐ’ คาด GDP ปีนี้ +6.6%, ‘จีน’ โต 9.3% และ ‘อินเดีย’ โต 12.9% หลายปัจจัยบวกเริ่มเข้ามาวัคซีนมาเร็วกว่าคาด และคาดว่าจะสามารถฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชากร 75 – 80% ได้ในสิ้นปีนี้ 


เศรษฐกิจโลกน่าจะโตได้ 5.7% เศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ 6.3% และเศรษฐกิจตลาดพัฒนาแล้วโต 4.8% ซึ่งทำให้ภาพรวมทั้งโลกดูดี



(พงค์ธาริน ทรัพยานนท์)


“
จะเห็นว่าประเทศที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกหลักๆ มาจาก 3-4 ประเทศ ที่มีการเติบโตที่สูงมาก สหรัฐด้วยเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ1 ของโลกโจระดับ 6.6% ถือว่าสูงมาก ไทยเองยังโตแค่นิดเดียวเอง นอกจากนี้สหรัฐยังมีการอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอีก 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ ในขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายทั่วโลกยังทรงตัวในระดับต่ำสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ หุ้นจึงยังเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจที่สุดในปีนี้ และเชื่อว่าเม็ดเงินลงทุนจะกลับเข้ามาใน ‘ตลาดเกิดใหม่’ รวมทั้งไทยด้วยเช่นกัน แต่การเลือกหุ้นเพื่อลงทุนก็สำคัญเช่นกันว่าหุ้นอะไรที่จะได้รับประโยชน์จากการที่เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวในครั้งนี้”



เชื่อไม่มี
“Hyper Inflation”…ชี้ธ.กลางไม่สะกัดเงินเฟ้อประเภทนี้ด้วยการขึ้นดอกเบี้ย

ตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในไตรมาสที่1/21 อาจจะโตได้แรงโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนก็ยังสูงกว่า แต่หลังจากนั้นก็จะเริ่มทรงตัวสู่ระดับปกติ ตัวเลขเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐกว่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์นั้น ใหญ่กว่า GDP ของไทยประมาณ 4 เท่า อีกกลุ่มประเทศที่จะมีการเติบโตสูง คือ “ตลาดเกิดใหม่” (จีน, รัสเซีย, อินเดีย, บราซิล) ปีนี้ไม่ใช่ปีของ “ตราสารหนี้” ปีที่ดีของตราสารหนี้ผ่านไปแล้วในปีที่แล้ว ปีนี้ผลตอบแทนก็คงไม่ดีนัก นอกจากจะมีการลดดอกเบี้ยลงอีก ซึ่งมุมมองของเราคิดว่าไม่เป็นเช่นนั้นทั้งในไทยและในสหรัฐและโลกสำหรับดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้น






“เศรษฐกิจที่กลับมาเติบโตได้ จะตามมาด้วยเงินเฟ้อและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้น มองไปในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้ายังไม่น่ากังวลแต่ประการใด ดอกเบี้ยระยะสั้นยังจะต่ำต่อไป ส่วนดอกเบี้ยระยะยาว (10Y Bond Yield-US) นั้น มีโอกาสจะปรับตัวขึ้นไประดับ 1.8-2.0% แต่เราไม่กลัวการปรับขึ้นของ Bond Yield แต่ประการใดเพราะจะเป็นการทยอยปรับขึ้น ไม่ใช่การปรับขึ้นอย่างรวดเร็วเหมือนที่ผ่านมา เป้าหมายเงินเฟ้อของสหรัฐต้องการให้ถึง 2% และยอมปล่อยให้เงินเฟ้อเกินระดับ 2% ได้ด้วยจากเป้าหมายเงินเฟ้อเฉลี่ย”


ส่วน “เงินเฟ้อขั้นรุนแรง (Hyper Inflation)” นั้น ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นแต่ประการใด หากเงินเฟ้อเกิดจาก Supply Shock ธนาคารกลางจะไม่ใช้นโยบายดอกเบี้ยเข้ามาสะกัดกั้นอยู่แล้ว จะไม่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างเร็วและแรง เพราะท้ายสุดเงินเฟ้อดังกล่าวจะปรับตัวลงมาเอง ในขณะที่เงินเฟ้อที่จะมาจากฝั่ง Demand เองตอนนี้ยังไม่มา เพราะ Demand มันยังไม่มา 


“ดังนั้นมองเงินเฟ้อสหรัฐเองปีนี้เฉลี่ยไม่น่าจะเกิน 2% ต้องไม่ลืมว่าสหรัฐเองไม่ใช่ประเทศผ็นำเข้าน้ำมันเหมือนไทย Hyper Inflation จะต้องเกิด Shock จริงๆ ถึงจะเกิดขึ้นซึ่งยังมองไม่เห็นโดยเฉพาะกับสหรัฐ”


สรุปปีนี้ “หุ้น” ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจลงทุนที่สุด ในขณะที่ “ตราสารหนี้” ไม่น่าสนใจโดยเปรียบเทียบ ส่วนเรื่องของ ‘Hyper Inflation’ ยังคงห่างไกลมาก ภาพรวมของดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นทั่วโลกยังคงต่ำอยู่ต่อเนื่องเพื่อสนับสนุการเงินฟื้นตัวของเศรษฐกิจนั่นเอง

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’

Most Viewed
Where to put your money
“การตึ๊ง” เป็นศิลปะ... ในการบริหารเงินทุนหมุนเวียนของ “ผู้ที่มีรายได้น้อย” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“UGFT” กระจายลงทุนทั่วโลก… ตอบโจทย์ “การสร้างความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 1 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
กรณีศึกษา: เรื่องต่อไปที่ “เนเน่” ต้องตัดสินใจ !!!
เมื่อ อีก 1 วัน
Sustainability
“การลงทุน” เพื่อรับมือกับ “Climate Risk”… คือ “การลงทุนเพื่อปกป้องมูลค่าของธุรกิจ” !!!
เมื่อ อีก 5 ชั่วโมง
Fun of Funds
“บลจ.” 1H26 “สุดปัง” กำไรพุ่ง +30.83%... “บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์” แชมป์กำไรโตสุด +1,150.34% “บลจ.เอ็กซ์สปริง” ขาดทุนเพิ่มมากสุด -368.01% “บลจ.กสิกรไทย” แชมป์กำไรมากสุด 1.8 พันลบ. !!!
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us