Official Update :

“ไม่ต้องเสียเวลา Search for Yield” แค่กลับไปลุย “พันธบัตรสหรัฐ”... ได้ 2 เด้ง “ผลตอบแทนดี-ความเสี่ยงต่ำ” - มีลุ้นกำไรดัก “ดอกเบี้ยขาลง” !!!

สาระ Fund วันละนิด: ทิศทาง “ดอกเบี้ยสหรัฐ” ณ ชั่วโมงนี้ ตลาดส่วนใหญ่มองว่ามีความชัดเจนแล้วว่าน่าจะจบดอกเบี้ยขึ้นในปีนี้ อาจจะปรับขึ้นได้อีกสักครั้งเป็นการทิ้งทวน (แม้จะมีส่วนน้อยบางค่ายมองต่างว่าอาจจะขึ้นไปไกลกว่าที่ตลาดคาดมากก็ตาม)


และน่าจะคงดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงต่อเนื่องก่อนที่จะเริ่มหั่นดอกเบี้ยสู่วงจรขาลงในปลายปี24


ปัจจุบัน “ดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ” 5.50% ผลตอบแทน “พันธบัตรสหรัฐ 10 ปี” ก็ไต่ขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีมาแตะที่ระดับ 4.67% ไม่ต้องไปเสียเวลา Search for Yield” ให้เสียเวลาอีกต่อไป


มาลงทุน “พันธบัตรสหรัฐ” ผลตอบแทนก็ดี ความเสี่ยงด้านเครดิตก็ต่ำเพราะสหรัฐเองมี Credit Rating S&P อยู่ที่ AA+ เรียกว่า “เรทติ้งก็ดี-ผลตอบแทนก็ดี” นี่จึงทำให้เงินทั่วโลกไหลกลับไปสู่ตลาดตราสารหนี้สหรัฐในช่วงที่ผ่านมา จนติดอยู่ในสินทรัพย์การลงทุนที่แนะนำกันมากสุดตัวหนึ่งในปีนี้


เมื่อ US 10Y Bond Yield” ขยับ จะส่งผลให้สินทรัพย์ไหน “ปัง” หรือ “ไม่ปัง” ยังไงนั้น วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาฝากกัน


10Y Bond Yield” ขยับ...กระทบ “สินทรัพย์” แต่ละประเภทแตกต่างกันออกไป

การลงทุนมักมองความน่าสนใจในเชิงเปรียบเทียบ “ระหว่างสินทรัพย์” เพื่อจะจัดสรรเงินลงทุนไปลงทุนได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละขณะเป็นสำคัญ


10Y Bond Yield” ก็เป็นตัวเทียบวัดหนึ่งที่นักลงทุนนิยมนำไปใช้ในการอ้างอิงเพื่อเปรียบเทียบความน่าสนใจของสินทรัพย์แต่ละประเภท โดยเฉพาะในกลุ่ม “สินทรัพย์เสี่ยง” เองนั้น แม้แต่การประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของหุ้นก็ยังมีเรื่องของ ‘ดอกเบี้ย เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน มาดูว่าการการขยับของ 10Y Bond Yield นั้น จะส่งกระทบต่อสินทรัพย์ต่างๆ ยังไงกันเลยดีกว่า


“หุ้น” ตัวเลขหนึ่งที่ใช้ดูก็คือ ‘Earning Yield Gap (EYG)’ คือ ส่วนต่างระหว่าง ‘Earning Yield’ ของตลาดหุ้นเมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว ซึ่งปกติจะใช้อ้างอิงจาก พันธบัตรอายุ 10 ปีถ้าค่านี้สูงก็แสดงว่า Yield จากการลงทุนในหุ้นน่าสนใจกว่าการลงทุนในพันธบัตร นักลงทุนก็จะเข้าไปลงทุนในหุ้นกัน ซึ่งค่า Earning Yield ของหุ้น ก็คือส่วนกลับของ P/E Ratio นั่นเอง



“ทองคำ” เป็นสินทรัพย์ที่ไม่สร้างกระแสรายได้ให้ในระหว่างลงทุน ไม่มีดอกเบี้ย ไม่มีปันผล ในช่วงที่ 10Y Bond Yield” ต่ำ เช่น กลางปี2020 ไม่ถึง 1% คนก็ไม่สนใจจะลงทุน ไม่คุ้ม หรือมองในแง่ของ “ผลตอบแทนสุทธิ” ที่หักด้วย เงินเฟ้อ ถ้าต่ำ หรือ ติดลบ ยิ่งทำให้นักลงทุนไม่อยากจะลงทุน ไม่คุ้ม ซึ่งในภาพรวมแล้วจะผลักดันให้มีการโยกเงินมาลงทุนใน สินทรัพย์เสี่ยง มากขึ้นไม่ว่าทองคำหรือหุ้นก็ตาม


“แต่เมื่อ ‘10Y Bond Yield’ ปรับตัวขึ้นจนทำให้ผลตอบแทนน่าสนใจคุ้มค่าที่จะลงทุน นักลงทุนก็จะมองทองคำน่าสนใจลดลง เพราะระหว่างทางไม่มีผลตอบแทนให้นั่นเอง”


“กองอสังหาริมทรัพย์/REIT” เป็นสินทรัพย์กลุ่ม Yield Play นักลงทุนก็จะมองโดยเปรียบเทียบกับผลตอบแทนของพันธบัตรระยะยาว โดยทั่วไปถ้าผลตอบแทนของ REIT สูงกว่าผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล 10 ปี มากกว่า 4% ก็ถือว่าน่าสนใจแล้ว ยิ่งมากก็จะยิ่งน่าสนใจเพิ่มขึ้น แต่ถ้าผลตอบแทนใกล้เคียงกัน หรือส่วนต่างน้อยกว่า 4% การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลอาจมีความน่าสนใจมากกว่า เป็นต้น


“ตราสารหนี้” มองในมิติของ Yield เมื่อ 10Y Bond Yield” ของสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น ตลาดจึงมองว่าเงินลงทุนบางส่วนก็จะกลับไปลงทุนในพันธบัตรสหรัฐที่ผลตอบแทนดีขึ้นแทน และในแง่ของอันดับเครดิตก็แข็งแกร่ง


“แต่ในแง่ของราคาเมื่อ Yield เพิ่มขึ้น ราคาตราสารหนี้ก็จะลดลง แต่ถ้ามองจากจุดที่ดอกเบี้ยใกล้ถึงจุดสูงสุดเช่นตอนนี้ ความเสี่ยงก็ค่อนข้างจำกัด แต่ upside เปิดกว้างถ้าดอกเบี้ยกลับสู่ขาลงในปีหน้า”


“พันธบัตรสหรัฐ” เงินไหลกลับหวัง 2 เด้ง...ดัก “ดอกเบี้ยขาลง”

ในช่วงปลายวงจรดอกเบี้ยขาขึ้น ทิศทางของผลตอบแทน “พันธบัตรสหรัฐ 10 ปี” ก็เป็นที่จับตาด้วยเช่นกัน เพราะจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ผลักให้ราคาสินทรัพย์แต่ละประเภทจะน่าสนใจเพิ่มขึ้นหรือลดลง ซึ่ง “พันธบัตรสหรัฐ” ก็เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ต้องตามตำรานี้ ในช่วงที่ US 10Y อัตราผลตอบแทนเป็นขาขึ้น เงินก็ไหลกลับเข้าไปลงทุนในตลาดนี้อย่างชัดเจน ไม่ต้องเสียเวลา Search for Yield” อีกต่อไป กลับไปลงทุนพันธบัตรสหรัฐผลตอบแทนดีกว่า เรทติ้งดีกว่า เสี่ยงน้อยกว่า (ในแง่เครดิต)



“เทียบกับลงทุนในพันธบัตรไทย ที่เสี่ยงสูงกว่าในแง่เรทติ้งไทย Credit S&P อยู่ที่ BBB+ ต่ำกว่าสหรัฐ แต่กลับให้ผลตอบแทนที่ต่ำกว่า จึงไม่น่าแปลกใจถ้าจะมีเงินบางส่วนไหลกลับไปยังสหรัฐ ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับทั้งโลก”


ที่สำคัญ นอกจากไปเอา Yield ที่ดีกว่าแล้ว ยังมีลุ้นเอา “กำไร” (Capital Gain) คำโตในอนาคต หากดอกเบี้ยสหรัฐกลับทิศสู่วงจรขาลงอีกด้วย เรียกว่าไปทั้งที เอากัน “2 เด้ง” เลยทีเดียว จังหวะนี้ไปลงทุนใน “พันธบัตรสหรัฐ” ถือว่า Downside Risk จำกัด ในขณะที่ Upside เปิดกว้าง จึงเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่นักลงทุนทั่วโลกแห่ไปลงทุน ซึ่งตัวเลขกำไรหากดอกเบี้ยสู่ขาลงเร็วและแรง อาจมากไม่น้อยหน้าการลงทุนในหุ้นเลยทีเดียว


นี่อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลว่า ทำไมเงินต่างชาติไหลออกจาก “ตลาดหุ้นไทย” และ “ตลาดตราสารหนี้ไทย” ต่อเนื่องในปีนี้ -1.58 แสนล้านบาท และ -1.47 แสนล้านบาท ตามลำดับ แต่ของทุกอย่างมีมูลค่าของมันเอง และนักลงทุนทั่วโลกก็จะมองโดยเปรียบเทียบ ถึงจุดหนึ่งที่สินทรัพย์ไทยมีความน่าสนใจ เงินลงทุนก็พร้อมจะไหลกลับมาเช่นเดียวกัน เพราะ “ธรรมชาติของเงิน ย่อมวิ่งไปหาแหล่งที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าอยู่แล้ว”

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’

Most Viewed
Fund Move
“หุ้นเกาหลีใต้” วันนี้สะดุ้งแรง -8.29% แต่ปีนี้ยังสดใสบวก +73.67%...“กองหุ้นเกาหลีใต้” ปีนี้เขียวยกแผงบวกเฉลี่ย +83.09% แนะจังหวะตลาดย่อ “ทยอยสะสม” ได้
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Insurance
“อินชัวร์ เอกซ์” กางแผน 5 ปี ชูปรัชญา "4 INs" ผนึก 3 กลยุทธ์ หนุนเบี้ยประกันแตะ 1 หมื่นลบ. ในปี 73 พร้อมปั้นทัพตัวแทน ดันฐานลูกค้าสู่ 1 ล้านราย
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“บลจ.กสิกรไทย” แก้โจทย์เกษียณ “PVD”... ส่ง “Life Path Solution” จัดพอร์ต “อัตโนมัติ”... ดูแลทุกช่วงชีวิต ตอบโจทย์ “เป้าหมายเกษียณ” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
หุ้นไทยปิดร่วง 20.9 จุด กังวลเฟดใช้นโยบายตึงตัว ชิ้นส่วน-ขนส่ง-แบงก์ฉุดตลาด น้ำมันพุ่ง หนุน PTTEP เด่น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
สแกน 3 หุ้นโดรนสหรัฐฯ ตัวท็อป รับอานิสงส์นโยบายความมั่นคงยุคใหม่
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us