Official Update :

“KKP TECH-H”...ลุย “หุ้นเทคฯ สหรัฐ” บริษัทชั้นนำระดับโลก !!!

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง กองทุนติดดาว กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม Technology Equityที่มีจุดเด่นเน้นลงทุน “หุ้นเทคฯ สหรัฐ” เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี S&P North American Expanded Technology Sector Index


หากพูดถึง “หุ้นกลุ่มเติบโต” (Growth Stock) อุตสาหกรรมที่ติดอันดับหรือถูกพูดถึงเป็นอันดับต้นก็คงไม่พ้นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีโดยในเฉพาะในตลาดหุ้นสหรัฐฯ


ซึ่งเป็น “บริษัทชั้นนำระดับโลก” จนถือเป็นหนึ่งในขั้วมหาอำนาจทางเทคโนโลยีค่ายสำคัญของโล ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นที่แพร่หลายทั้งสถาบันและรายย่อย


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ อยากจะพานักลงทุนไปรู้จักกับกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศที่มุ่งเน้นการลงทุนใน “หุ้นเทคโนโลยีประเทศสหรัฐฯ” ที่เป็นดั่งสวนรวมบริษัทชั้นนำมาแบ่งปันให้ผู้อ่านในครั้งนี้



“KKP TECH-H”...โฟกัส “หุ้นเทคฯ สหรัฐ” สร้างการเติบโตระยะยาว
  

โดยกองทุนนี้มีชื่อว่า “กองทุนเปิดเคเคพี EXPANDED TECH - HEDGED ชนิดทั่วไป” หรือ “KKP TECH-H ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จํากัด เป็นผู้ดูแล อีกทั้งยังพากองดังกล่าวได้รับการจัดอันดับจาก “มอร์นิ่งสตาร์” ให้เป็นกองทุน “5 ดาว” อีกด้วย


สำหรับรายละเอียดของกองทุนนั้น เป็นกองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารทุนหรือหุ้นต่างประเทศเป็นหลัก ด้วยประเภทฟีดเดอร์ฟันด์หรือลงทุนในกองทุนหลักต่างประเทศเพียงกองเดียว ซึ่งได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นในวันที่ 22 ต.ค.63 จนถึงปัจจุบัน ( ณ วันที่ 10 พ.ย. 66) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 735,551,758 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุนที่ 12.15 บาทต่อหน่วย


ด้านนโยบายลงทุนจะเข้าลงทุนในกองทุนหลักก็คือ iShares Expanded Tech Sector ETF (กองทุนหลัก) โดยลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งกองทุนหลักจดทะเบียนซื้อขายใน ตลาดหลักทรัพย์ NYSE Arca ประเทศสหรัฐอเมริกา เพียงตลาดหลักทรัพย์เดียว


“สำหรับวัตถุประสงค์ของกองทุนหลักเพื่อเป็นทางเลือกในการลงทุนระยะยาวของผู้ลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนไปลงทุนในตราสารทุนของบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยี รวมถึงตราสารทุนของบริษัทในกลุ่มบริการสื่อสาร (communication service) และกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย (consumer discretionary) ในประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ”



หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของ กอง KKP TECH-H’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ


ทั้งนี้ อุตสาหกรรม 5 อันดับแรกที่กองทุนหลักให้น้ำหนักในการลงทุนสูงสุด (ณ วันที่ 13 พ.ย. 23) จะประกอบไปด้วย

-เซมิคอนดักเตอร์                                               23.70%

-สื่อหรือบริการที่สามารถโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้           16.25%

-ระบบซอฟแวร์                                                  15.24%

-ซอฟต์แวร์ประยุกต์                                            14.25%

-ฮาร์ดแวร์เทคโนโลยี ที่เก็บข้อมูลและอุปกรณ์ต่อพ่วง 10.11%


“โดยหุ้น 5 อันดับแรกที่กองทุนหลักลงทุน (ณ วันที่ 14 พ.ย. 23) ก็เป็นหุ้นในกลุ่ม Magnificent Seven ที่นักลงทุนทั่วโลกรู้จักเป็นอย่างดี ได้แก่ ประกอบด้วย Microsoft  9.22%, Nvidia 8.82%, Apple 8.67%, Meta Platforms 7.42% และ Alphabet 4.37% ตามลำดับ”



“ด้านผลการดำเนินงานของ ‘กอง KKP TECH-H’ นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 29 ก.ย. 23) ผลการดำเนินงานเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 4.59% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 6.01% ต่อปี) แต่ก็แลกมาด้วยความผันผวนของผลการดำเนินงานที่เฉลี่ยอยู่ 26.16% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 26.86% ต่อปี) อย่างไรก็ดีตั้งแต่จัดตั้งกองเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -40.63%


เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง
1,000 บาท เท่านั้น

สำหรับนักลงทุนที่สนใจอยากจะเข้าลงทุนในกองทุนดังกล่าว ก็สามารถลงทุนด้วยเงินเริ่มต้นที่ 1,000 บาท ตามเงื่อนไขการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” อยู่ที่ 1,000 บาท และส่วนการจะขายคืนสามารถทำได้อย่างอิสระโดยไม่มีข้อกำหนดขั้นต่ำ เพียงแต่ต้องมียอดคงเหลือขั้นต่ำอยู่ที่ 100 หน่วยและการจะได้รับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 3 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV (T+3)



ทั้งนี้ รายละเอียดการซื้อขายก็คงจะพลาดไม่ได้ที่จะต้องพูดถึงสำหรับช่องทางการซื้อขายของกองนั้น ก็สามารถทำได้ผ่านช่องทางออฟไลน์อย่างบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม เกียรตินาคินภัทร จำกัดและผู้สนับสนุนการขายหรือผู้รับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่บริษัทจัดตั้งขึ้น


อย่างที่นักลงทุนทราบกันดีว่าการลงทุนในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง หรือลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง จะมีความเสี่ยงที่ค่อนข้างสูง ฉะนั้นการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีก็เช่นกันที่ไม่เหมาะในการเทหมดหน้าตัก แม้จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งใน Megatrend ของโลกการลงทุนก็ตาม แต่ก็สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งในพอร์ตการลงทุนได้ สำหรับผลตอบแทนคาดหวังที่สูงและแน่นอนย่อมมากับความเสี่ยงที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม