Official Update :

16 บลจ. ส่ง 22 “Thai ESG” กองทุนประหยัดภาษีน้องใหม่... พร้อมเปิดให้ลงทุนแล้ววันนี้ พบกว่า 82% เป็น “กองหุ้นยั่งยืน” !!!

ลายแทงกองทุน: เข้าสู่เดือนสุดท้ายของ “ปีกระต่าย” 2023 กันแล้ว เป็นช่วงของเทศกาลลดหย่อนภาษีประจำปี ซึ่งปีนี้ได้กองทุนน้องใหม่มาเพิ่มเติมให้เลือกลงทุนกัน นั่นก็คือ “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (Thailand ESG Fund : Thai ESG) นั่นเอง


เพื่อส่งเสริมการลงทุนอย่างยั่งยืนในหุ้นและตราสารหนี้ไทยเป็นสำคัญ โดยให้ประโยชน์ทางภาษีเป็นเวลา 10 ปี (2023-2032)


ซึ่งผู้ลงทุนจะได้สิทธิหักลดหย่อนค่าซื้อหน่วยลงทุนในกอง Thai ESG ได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุด “ไม่เกิน 100,000 บาท”


ลงทุนปีไหนก็ใช้สิทธิปีนั้น ไม่ต้องลงทุนต่อเนื่องแต่ประการใด เพียงแต่ต้องถือหน่วยลงทุนไว้ 8 ปีเต็ม (นับแบบวันชนวัน)


ซึ่งเบื้องต้นมี 16 บลจ. ส่งกอง “Thai ESG” รวม 22 กอง มาเป็นทางเลือกให้กับนักลงทุนที่สนใจได้เลือกลงทุนกันในช่วงโค้งสุดท้ายของปีกันเรียบร้อยแล้ว


ทั้ง 22 กองทุนเด่น “Thai ESG” นั้น มีกองทุนอะไรบ้าง ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้รวบรวมเอาไว้ให้แล้ว พร้อมวันเสนอขาย ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย


เปิด
22 กอง "Thai ESG" ร่วมรักษ์โลก+เซฟภาษี...ส่วนใหญ่ 82% เป็น “กองหุ้นยั่งยืน”

สำหรับนักลงทุนที่สนใจกอง Thai ESG” ก็สามารถลงทุนได้แล้วตั้งแต่วันนี้ (8 ธ.ค. 23) เป็นต้นไป มีให้เลือกถึง 22 กอง จาก 16 บลจ. เป็นเบื้องต้น



จากการสำรวจของทีมงาน ‘Wealthy Thai’ พบว่า จาก 22 กอง มีถึง 18 กอง คิดเป็น 82% ที่จดทะเบียนตั้งเป็น “กองหุ้นยั่งยืน” นั่น คือ มีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้น ESG เป็นหลัก และใน 18 ที่เน้นลงทุนในหุ้นยั่งยืนนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มกองหุ้นทั่วไป General Equity” มากสุดถึง 14 กอง คิดเป็น 78% เลยทีเดียว โดยกองหุ้นยั่งยืนกลุ่มนี้จะต้องลงทุนในหุ้นยั่งยืน “ไม่ต่ำกว่า 80% ของ NAV


ซึ่งสามารถจะลงทุนได้อย่างไร้ข้อจำกัด ลงทุนในหุ้นเล็ก-กลาง-ใหญ่ได้หมด ทำให้มี Universe ของหุ้นให้เลือกลงทุนมากกว่าแม้ว่า Universe ของ SET ESG Ratings ในปัจจุบันจะมีอยู่ประมาณ 210 ตัวก็ตาม แต่ก็คิดเป็นสัดส่วน 72% เมื่อเทียบกับมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดทั้งหมดของ SET และ mai แล้ว ที่เหลือก็เรื่องกลยุทธ์และนโยบายการลงทุนของแต่ละบลจ.ว่าจะวางกันไว้ยังไงเท่านั้นเอง


ทั้ง 14 กอง “Thai ESG” ในกลุ่ม “General Equity” ประกอบด้วย

  • ONE-THAIESG ของบลจ.วรรณ ขาย 8 - 13 ธ.ค. 23

  • ASP-ThaiESG ของบลจ.แอสเซท พลัส ขาย 8 - 20 ธ.ค. 23

  • UTSEQ ของบลจ.ยูโอบี ขาย             8 - 15 ธ.ค. 23

  • K-TNZ-ThaiESG ของบลจ.กสิกรไทย ขาย 8 - 21 ธ.ค. 23

  • KFTHAIESG ของบลจ.กรุงศรี ขาย 8 - 18 ธ.ค. 23

  • PRINCIPAL EQESG ของบลจ.พรินซิเพิล ขาย 8 - 20 ธ.ค. 23

  • KTAG ของบลจ.กรุงไทย ขาย             8 - 18 ธ.ค. 23

 

  • T-ThaiESG ของบลจ.ทิสโก้ ขาย             8 - 18 ธ.ค. 23

  • KKP EQ THAI ESG ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร ขาย 8 - 14 ธ.ค. 23

  • MEGA20THAIESG ของบลจ.ทาลิส ขาย 8 - 15 ธ.ค. 23

  • SCBTA ของบลจ.ไทยพาณิชย์ ขาย 8 - 15 ธ.ค. 23

  • SCBTP ของบลจ.ไทยพาณิชย์ ขาย 8 - 15 ธ.ค. 23

  • “B-TOP-THAIESG” ของบลจ.บัวหลวง ขาย 8 - 15 ธ.ค. 23

  • และ LHTHAIESG ของบลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ขาย 8 - 20 ธ.ค. 23


ถัดมาเป็นกลุ่มหุ้นใหญ่ Equity Large Cap ซึ่งจะโฟกัสไปในหุ้นที่อยู่ในดัชนี SET50 เป็นสำคัญ โดยลงทุนไม่ต่ำกว่า 80% ของ NAV มีด้วยกัน 4 กอง ประกอบด้วย

  • ES-SETESG ของบลจ.อีสท์สปริง ขาย 8 - 18 ธ.ค. 23

  • KTESG50” ของบลจ.กรุงไทย ขาย 8 - 18 ธ.ค. 23

  • KWI ThaiESG ของบลจ.เคดับบลิวไอ ขาย 8 - 12 ธ.ค. 23

  • และ MT25-ThaiESG ของบลจ.เอ็มเอฟซี ขาย 8 - 19 ธ.ค. 23


แต่ถ้าใครไม่ต้องการจะลงทุนในหุ้นมากไป ก็ยังมีกลุ่ม “กองผสมยั่งยืน” ประเภท Aggressive Allocation” ให้เลือกลงทุนกัน โดยจะลงทุนใน “หุ้นไม่ต่ำกว่า 65% ของ NAV กองทุนในกลุ่มนี้มีอยู่ 3 กอง ประกอบด้วย

  • KTAG70/30 ของบลจ.กรุงไทย ขาย 8 - 18 ธ.ค. 23

  • SCBTM ของบลจ.ไทยพาณิชย์ ขาย 8 - 15 ธ.ค. 23

  • และ MFLEX-ThaiESG ของบลจ.เอ็มเอฟซี ขาย 8 - 19 ธ.ค. 23


ปิดท้ายกันด้วยกลุ่ม “กองตราสารหนี้ยั่งยืน” ซึ่งมีเพียง 1 กอง อยู่ในกลุ่มกองตราสารหนี้ระยะยาว Long Term General Bond ได้แก่

  • KKP GB THAI ESG ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร ขาย 8 - 14 ธ.ค. 23


“จาก 16 บลจ.นั้น มี 2 บลจ.ที่ออกกอง Thai ESG มากสุดบลจ.ละ 3 กอง ได้แก่ บลจ.กรุงไทยและบลจ.ไทยพาณิชย์ ตามมาด้วยบลจ.ที่ออก 2 กอง ได้แก่ บลจ.เอ็มเอฟซี และบลจ.เกียรตินาคินภัทร


ทั้งหมดนี้ คือ โอกาสลงทุนอย่างยั่งยืนผ่าน “กองทุนไทยเพื่อความยั่งยืน” (Thai ESG) ทั้ง 22 กอง จาก 16 บลจ. ที่เปิดให้เริ่มลงทุนได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ได้ทั้ง “รักษ์โลก” และ “เซฟภาษี” เป็น “22 กองทุนเด่น” ธันวา-ปีเถาะ ที่น่าจะเป็นอีกทางเลือกให้กับผู้ที่สนใจได้บ้างไม่มากก็น้อย


ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ หากลงทุนไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด อาจต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีและเสียเงินเพิ่ม

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’