“UTSEQ-THAIESG”...ร่วมเติบโตไปกับ “หุ้นยั่งยืนไทย” แบบ “เซฟภาษีได้” !!!
โดย: บลจ.ยูโอบี
“การลงทุนอย่างยั่งยืน” (Sustainable Investment) ในวันนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ถือเป็นกระแสหลักของโลกการลงทุน ที่สามารถนำไปสู่ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม (E: Environmental) สังคม (S: Social) และบรรษัทภิบาล (G: Governance) หรือ “ESG” ควบคู่ไปกับโอกาสในการรับผลตอบแทนที่ดีไปพร้อมๆ กัน
ในไทยเองภาครัฐก็ส่งเสริมเรื่องของ “การลงทุนอย่างยั่งยืน” เช่นกัน ผ่านการลงทุนในกลุ่ม “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (Thai ESG) ที่มีนโยบายการลงทุนในทรัพย์สินที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืนทั้งหุ้นและตราสารหนี้ และผู้ออกทรัพย์สินเป็นภาครัฐหรือกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 23 เป็นต้นไป ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 23 ที่เห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนเพื่อความยั่งยืนของประเทศไทย ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ (ที่มา: sec.or.th)
โดยให้ประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติมอีก “ไม่เกิน 30%” ของรายได้พึงประเมิน “ไม่เกิน 100,000 บาท/ปี” ไม่นับรวมกับกลุ่มการลงทุนเพื่อเกษียณเดิม 500,000 บาท (กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) + กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)+กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) หรือ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) + ประกันชีวิตแบบบำนาญ)
“โดยต้องลงทุน 8 ปีเต็ม (นับแบบวันชนวัน) ให้สิทธิซื้อตั้งแต่ปี2023 – 2032 เป็นเวลา 10 ปี ลงทุนปีไหนลดหย่อนปีนั้น ไม่จำเป็นต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี และเริ่มลงทุนได้แล้วในปีนี้”
วันนี้ ทาง “บลจ.ยูโอบี” หนึ่งในผู้นำด้านการลงทุนอย่างยั่งยืน พร้อมแล้วที่จะนำเสนอ “กองทุนเปิด ยูไนเต็ด หุ้นไทย ซัสเทนเนเบิล หน่วยลงทุนชนิดเพื่อความยั่งยืนที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและไม่จ่ายเงินปันผล”
(UTSEQ-THAIESG) โดยจะเสนอขายครั้งแรก (IPO) ตั้งแต่วันที่ 8-15 ธ.ค. 2023 เพื่อให้นักลงทุนร่วมเติบโตไปกับ “หุ้นยั่งยืนไทย” พร้อม “เซฟภาษี” ส่งท้ายปีกัน
สถิติฟ้อง “SETESG” ผลงานโดดเด่นเหนือกว่า “SET”
“การลงทุนแบบยั่งยืน” (Sustainable Investment) นั้น เป็นการเข้าไปลงทุนในบริษัทที่มีแนวคิดในการดำเนินธุรกิจแบบรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม (E: Environmental) สังคม (S: Social) และบรรษัทภิบาล (G: Governance) หรือ “ESG” ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือว่ามีความเสี่ยงต่ำจากแนวคิดในการดำเนินธุรกิจแบบ ESG อีกทั้งในระยะยาวก็ยังสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนในหุ้นทั่วไปได้อีกด้วย จึงเป็นที่นิยมของนักลงทุนทั่วโลกและมีการเติบโตของกลุ่ม “กองทุนยั่งยืน” ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง
ในไทยเอง ทาง “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” ได้มีการจัดทำ “รายชื่อหุ้นยั่งยืน” (THSI: Thailand Sustainability Investment)” มาตั้งแต่ปี2015 (ที่มา: setsustainability.com) ซึ่งเป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม มีความรับผิดชอบต่อสังคม และมีการบริหารงานตามหลักบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG)
ก่อนจะเปลี่ยนเป็น “หุ้นยั่งยืน” (SET ESG Ratings) ในปี2023 พร้อมทั้งประกาศผลประเมินในรูปแบบ “ESG Ratings” เป็นปีแรก เพื่อส่งเสริมให้นักลงทุนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุน SET ESG Ratings ประเมินจากบริษัทจดทะเบียนที่สมัครใจเข้าร่วมตอบแบบประเมินความยั่งยืนที่จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยการประเมินจะครอบคลุมคำถามในมิติ ESG ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะมีการทบทวนแบบประเมินทุกปีให้สอดคล้องกับบริบทและแนวโน้มด้านความยั่งยืน (Sustainability Trends) ที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับสากลและระดับประเทศ
โดยแบ่ง “ESG Ratings” เป็น 4 ระดับ ประกอบด้วย
- ระดับ AAA (คะแนนรวม 90-100)
- ระดับ AA (คะแนนรวม 80-89)
- ระดับ A (คะแนนรวม 65-79)
- ระดับ BBB (คะแนนรวม 50-64)
ในไทยเอง สถิติฟ้องว่า “การลงทุนอย่างยั่งยืน” นั้น สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนในหุ้นทั่วไปได้จริง นับตั้งแต่จัดตั้งดัชนี “SETESG” (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ต.ค. 23) สามารถทำผลตอบแทนได้ +0.90% ต่อปี ในขณะที่ตลาดหุ้นไทย “SET” อยู่ที่ +0.16% ในช่วงเวลาเดียวกัน (ที่มา: UOBAM & Morningstar as of 31/10/2023)
“UTSEQ-THAIESG” ร่วมเติบโตไปกับ “หุ้นยั่งยืนไทย” แบบ “เซฟภาษีได้”
สำหรับ “บลจ.ยูโอบี” มุ่งสร้างสรรค์และส่งเสริมสังคมไทยกับ “UTSEQ-THAIESG: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด หุ้นไทย ซัสเทนเนเบิล หน่วยลงทุนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและไม่จ่ายเงินปันผล” ที่ลงทุนอย่างโปร่งใส สร้างกำไรอย่างยั่งยืน รวมทั้งเป็นการแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรมของการส่งเสริม ESG และสนับสนุนกิจการที่มี ESG ที่ดี ที่ครอบคลุมประเด็นสิ่งแวดล้อมอันเป็นภารกิจร่วมกันที่จะดูแลโลกใบนี้
ซึ่ง กองทุน “UTSEQ-THAIESG” มีจุดเด่นเน้นลงทุนในบริษัทชั้นนำ ที่มีการ “ทำธุรกิจแบบยั่งยืน” (ESG) ที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การประเมิน “หุ้นยั่งยืน” (SET ESG Rating) ซึ่งจะช่วยสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่า และยังช่วยลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนให้มีผลตอบแทนที่สม่ำเสมอมากขึ้น จะก้าวมาเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

ที่สำคัญยังเป็นกองทุนที่ลงทุนตามเกณฑ์ “SRI Fund” หรือ “กองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน” ที่ผู้ลงทุนมั่นใจได้ว่ามีการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนที่ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนด และมีการบริหารจัดการกองทุนโดยมุ่งความยั่งยืน (Sustainability) ตามหลักสากลอีกด้วย
สำหรับกองทุน “UTSEQ-THAIESG” เป็นกองหุ้นไทยกลุ่ม “Equity General” ที่ลงทุนในหุ้นไทยได้แบบไร้ข้อจำกัดจึงมีความยืดหยุ่นในการลงทุนสูง ทางทีมผู้จัดการกองทุน พิจารณาเข้าลงทุน ด้วยการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและแนวโน้มการเติบโตของบริษัทในระยะยาว เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่ยั่งยืน เพื่อมุ่งหวังให้ผลประกอบการเคลื่อนไหวสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management) โดยมีกลยุทธ์การลงทุนที่น่าสนใจ ประกอบด้วย
-
Investable Universe: หลักทรัพย์ในดัชนี SETESG Index หรือหลักทรัพย์ที่มีการเปิดเผยข้อมูลเรื่องก๊าซเรือนกระจก รวมถึงมีแผนการจัดการ และมีการตั้งเป้าหมาย เพื่อให้บรรลุการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ประมาณ 200 หลักทรัพย์
-
Quantitative & Liquidity Screening: จาก Universe ของหุ้นในดัชนี SETESG Index จะถูกคัดกรองจาก “Investment Committee” ให้เหลือประมาณ 110 – 130 หลักทรัพย์
-
Fundamentals Analysis & Stock Selection: ต่อจากนั้นจะเลือกลงทุนในบริษัทฯ พิจารณาจากปัจจัยพื้นฐาน อัตราส่วนราคาต่อกำไรที่น่าสนใจ เป็นธุรกิจที่สามารถสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ และโอกาสในการเติบโต
-
Portfolio Construction พิจารณาถือหุ้นในพอร์ต 60 – 80 บริษัท โดยพิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับ ESG และคัดกรองธุรกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อ ESG
“โดยจุดต่างที่สำคัญ คือ ทาง ‘บลจ.ยูโอบี’ เองยังมีการวิเคราะห์ ESG instigation ภายในของบริษัทเองอย่างเข้มข้นแบบครบวงจรในกระบวนการลงทุนตั้งแต่ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ นอกจากนี้จะใช้การเข้าไปหารือร่วมกับบริษัทในประเด็น ESG เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในระยะยาว (Engagement) อีกด้วย”
ในอนาคตกองทุน “UTSEQ-THAIESG” ยังจะเปิดชนิดหน่วยลงทุน (class) อื่น และกองทุนอื่นๆ เพิ่มเติมอีกด้วย
“บลจ.ยูโอบี” คว้า 3 รางวัล ตอกย้ำเป็นผู้นำ “ด้านความยั่งยืน” (ESG)...ชี้จังหวะดีลงทุน “หุ้นไทย”
ปัจจุบันถือเป็น “จังหวะที่ดี” ในการเข้าลงทุนใน “ตลาดหุ้นไทย” จาก 3 ปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ 1) คาดการณ์กำไรของบริษัทจดทะเบียนที่กำลังจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว หลัง Earnings Surprise กลับมาเป็นบวกครั้งแรกในไตรมาสที่3/23 หลังติดลบต่อเนื่องมา 4 ไตรมาสติดต่อกัน 2) ทิศทางเงินเฟ้อชะลอตัวช่วยลดแรงกดดันต่อการดำเนินนโยบายการเงินให้ผ่อนคลายมากขึ้น และ 3) มูลค่าพื้นฐานอยู่ในระดับที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับในอดีตที่ผ่านมา หลังตลาดหุ้นไทยปรับฐานลงมาตลอดปี2023 ทำให้ Valuation ปัจจุบันมีความน่าสนใจ เทรดที่ระดับ 12M Forward P/E ที่ 14.1 เท่า2 ซึ่งอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวประมาณ 1SD (ที่มา: UOBAM, Bloomberg as of 1 December 2023)
“บลจ.ยูโอบี” ลงนามใน “UN-PRI” (Principles for Responsible Investment) สะท้อนหลักการลงทุนที่รับผิดชอบในระดับสากลองค์การสหประชาชาติ ตั้งแต่ปี 2021 และในปี 2023 นี้ ยังได้รับ 3 รางวัล ด้านความยั่งยืน (ESG) ทั้งจากสถาบันทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นความเป็น “ผู้นำด้าน ESG” ของเราได้เป็นอย่างดี
- Best ESG Manager Thailand
- Best Sustainable Investments Thailand
- Best Asset Management Company – ESG
สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนใน “หุ้นยั่งยืนไทย” ที่ “เซฟภาษี” ได้ด้วย ทั้งกลุ่มนักลงทุนที่ลงทุนใน LTF ที่ครบกำหนด และตอบโจทย์ผู้ลงทุนที่ต้องการเพิ่มเงินลงทุนเพื่อการเกษียณ เชื่อว่ากองทุน “UTSEQ-THAIESG” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว
สามารถดูข้อมูล กองทุน “UTSEQ-THAIESG” เพิ่มเติมได้ที่ https://www.uobam.co.th/th/mutual-fund/00802/UTSEQ-THAIESG
❗❗คำเตือน❗❗
-
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
-
ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวมดังกล่าวด้วย
-
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต
-
ผู้ลงทุนควรศึกษารายละเอียดข้อมูลต่างๆ ในหนังสือชี้ชวนของ SRI Fund ก่อนการลงทุน เพื่อให้รับทราบถึงข้อมูลสำคัญต่างๆ ก่อนการลงทุน อาทิ นโยบายการลงทุน หลักทรัพย์ที่กองทุนนั้นไปลงทุน ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ตลอดจนค่าธรรมเนียมรวมถึงสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับอนุญาต ก่อนการซื้อขาย ทั้งนี้ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบรายชื่อของกองทุน SRI Fund ได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงสน ก.ล.ต. ทุกครั้งก่อนตัดสินใจลงทุน
ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อบลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) โทร. 0-2786-2222 www.uobam.co.th
