Official Update :

“ASP-ThaiESG”...สร้างความมั่งคั่งพร้อม “ลดหย่อนภาษี” ไปกับ “กองทุนหุ้นไทยยั่งยืน” !!!

โดย: บลจ.แอสเซท พลัส


วันนี้ “ปัญหาโลกร้อน” ได้ยกระดับขึ้นเป็น “ปัญหาโลกเดือด” อย่างเป็นทางการแล้ว สะท้อนความรุนแรงที่โลกไม่อาจละเลยได้อีกต่อไป และนี่ไม่ใช่ปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็น “ความรับผิดชอบร่วมกัน” ของสังคมโลก


“การลงทุนอย่างยั่งยืน” (Sustainable Investment) จึงก้าวมาเป็นส่วนหนึ่งของการมีส่วนร่วมนี้ โดยอาศัยแนวคิดการลงทุนที่คำนึงถึงการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาล (Governance) หรือ ESG นั่นเอง


ภาครัฐเองได้เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องดังกล่าวพร้อมส่งเสริมการลงทุนอย่างยั่งยืน ผ่าน “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (Thai ESG Fund) ซึ่งเป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นหรือตราสารหนี้ไทยที่มีความโดดเด่นด้าน ESG และมีแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน


โดยให้ประโยชน์ทางภาษีมาให้ด้วยสำหรับผู้ลงทุน สามารถนำเงินลงทุนลดหย่อนภาษีได้สูงสุด “ไม่เกิน 30%” ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุด “ไม่เกิน 100,000 บาท/ปี”


ซึ่งเป็นวงเงินลดหย่อนภาษีที่เพิ่มเติมขึ้นมาต่างหาก ไม่ต้องไปรวมกับวงเงินเพื่อเกษียณ 500,000 บาท (กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) + กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)+กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) หรือ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) + ประกันชีวิตแบบบำนาญ)


ซึ่งมีระยะเวลาถือครอง  8 ปีเต็ม (นับแบบวันชนวัน) และลงทุนปีไหนก็ใช้สิทธิปีนั้น ไม่ต้องซื้อต่อเนื่องแต่ประการใด ที่สำคัญเริ่มใช้สิทธิได้เลยในปี2023 นี้ จนถึงปี 2032 (เป็นเวลา 10 ปี)


จะดีแค่ไหน? ถ้ามีกองทุนที่ตอบโจทย์แบบ “3 in 1 ได้ทั้งโอกาสสร้างความมั่งคั่งระยะยาว พร้อมมีส่วนร่วมดูแลโลก และยังช่วยประหยัดภาษีได้ด้วย


ASP-ThaiESG: กองทุนเปิด แอสเซท พลัส หุ้นไทยเพื่อความยั่งยืน” ทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีในช่วงเทศกาลลดหย่อนภาษีส่งท้ายปีเช่นนี้ ซึ่งกำลังเสนอขายครั้งแรก (IPO) ตั้งแต่วันที่ 8 – 20 ธันวาคม 2566


ทำไม
? ต้องลงทุนหุ้นที่มี “ESG”...โอกาสลงทุนที่เหนือกว่า “หุ้นทั่วไป”

สำหรับ “หุ้นยั่งยืน” หรือ “หุ้น ESG” นั้น เป็นกระแสหลักของโลกการลงทุนที่เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งท่ามกลางความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการหันกลับมารักษ์โลก นั่นทำให้บริษัทที่โดดเด่นด้าน ESG มีความน่าสนใจเพิ่มมากขึ้น ด้วยเหตุผลหลัก 5 ประการ ได้แก่

- นักลงทุนทั่วโลกหันมาสนใจและให้ความสำคัญกับการลงทุนอย่างยั่งยืนมากขึ้น

- สร้างสรรค์สังคมและสิ่งแวดล้อม บริหารความเสี่ยง และสร้างผลตอบแทนที่ดี

- สะท้อนความรับผิดชอบ สร้างความน่าเชื่อถือ ช่วยพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

- บริษัทที่มี ESG ที่ดีมีความได้เปรียบในการเข้าหาแหล่งเงินทุน

- ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ



โอกาสนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะใน “ตลาดโลก” เท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในโอกาสการลงทุนใน “ตลาดหุ้นไทย” ด้วยเช่นกัน แม้จะเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ แต่ทราบหรือไม่ว่า ประเทศไทยเองมีบริษัทจดทะเบียนที่เป็นผู้นำด้านความยั่งยืนที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลเป็นจำนวน ทั้งที่อยู่ในดัชนี MSCI ESG, FTSE4Good Emerging Indexes หรือ Dow Jones Sustainability Indexes เป็นต้น


“ซึ่งในระยะยาว การลงทุนในบริษัทที่มีแนวคิดการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน มีแนวโน้มที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าบริษัทที่แสวงแต่ผลกำไร เนื่องจากในอนาคต ต้นทุนของบริษัทที่ไม่ปรับมาใช้พลังงานสะอาดที่มีความยั่งยืนจะสูงขึ้น ด้วยแรงผลักดันของรัฐบาล ที่ต้องการให้ภาคธุรกิจหันมาใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น นอกจากนี้บริษัทที่คำนึงถึงเรื่อง ESG จะมีภาพลักษณ์ธุรกิจที่โดดเด่นเหนือคู่แข่งอย่างชัดเจน และได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐมากขึ้น อีกทั้ง ยังเป็นแนวคิดที่สอดรับกับการร่วมกันบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนอีกด้วย”


จากการศึกษาของทาง “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” พบว่า ในช่วงม.ค. 2016 – 25 ส.ค. 2023 นั้น ผลตอบแทนของกลุ่มหุ้นไทยที่อยู่ในดัชนี DJSI EM มีผลตอบแทนรวม (Total Return) +90.55% ดีกว่า SET100 TRI ที่ทำได้ +50.79% ในช่วงเวลาเดียวกัน (ที่มา: SET Note 3/2021)


“และจากข้อมูลในอดีต หุ้นยั่งยืน มักจะสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่า หุ้นทั่วไป ด้วยเช่นกัน ซึ่งสะท้อนผ่านดัชนี SET ESG และ MSCI TH ESG ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า SET ในช่วง 6 เดือนแรกของปี2018, ปี2020, ปี2022 และ 10 เดือนแรกของปี2023 หรือคิดเป็น 4 ใน 6 ปี ที่หุ้นไทยในหมวด ESG สามารถสามารถสร้างผลการดำเนินงานได้โดดเด่นกว่าหุ้นไทยทั่วไป จึงปฏิเสธไม่ได้ว่ากลุ่ม หุ้นยั่งยืน เองก็เป็นโอกาสของการลงทุนในตลาดหุ้นไทยที่ไม่ควรละเลยเช่นเดียวกัน”


ASP-ThaiESG” สร้างความมั่งคั่งพร้อม “ลดหย่อนภาษี” ไปกับ “หุ้นยั่งยืนไทย”

รู้หรือไม่? ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” มีการประเมินและประกาศรายชื่อ “หุ้นยั่งยืน” มาตั้งแต่ปี 2015 ในชื่อTHIS: Thailand Sustainability Investment” ก่อนจะเปลี่ยนเป็น SET ESG Ratingsในปัจจุบัน พร้อมยกระดับการประกาศผลในรูปแบบของเรตติ้ง โดยแบ่งเป็น 4 ระดับ คือ AAA (คะแนนรวม 90 – 100), AA (คะแนนรวม 80 – 89),  A (คะแนนรวม 65 – 79) และ BBB (คะแนนรวม 50 -64) ตามลำดับ


ปัจจุบันมี “หุ้นยั่งยืน”  ใน SET ESG Ratings 193 บริษัท ซึ่งมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมกว่า 13 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 72% เมื่อเทียบกับมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (ที่มา: setsustainability.com) นอกจากนี้ยังมีบริษัทอีก 55 บริษัทที่เปิดเผยข้อมูลและตั้งเป้าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเมื่อรวมทั้งหมดคิดเป็น 210 บริษัท สะท้อนถึงการให้ความสำคัญของบริษัทจดทะเบียนต่อการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน



ซึ่งทาง ASP-ThaiESG: กองทุนเปิด แอสเซท พลัส หุ้นไทยเพื่อความยั่งยืน” นั้น จะเน้นลงทุน “หุ้นไทย” ในบริษัทที่มีการจัดอันดับ “SET ESG Ratingตั้งแต่ BBB ขึ้นไป ที่มีการดําเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาล (Governance) หรือ ESG” ในรอบบัญชีเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน


“โดยอาศัยความเชี่ยวชาญของ ‘บลจ.แอสเซท พลัส’ ที่เป็นบลจ.ซึ่งมีความโดดเด่นในการลงทุนใน ‘หุ้นไทยในการคัดเลือกหุ้นที่มีโอกาสเติบโตดีกว่าตลาด มีมูลค่าที่เหมาะสมไม่แพงเกินไป โดยจะคัดหุ้นเพื่อลงทุนค่อนข้างโฟกัสประมาณ 20 – 30 บริษัท เท่านั้น นอกจาก หุ้นยั่งยืน ประมาณ 80% แล้ว ยังมีโอกาสที่จะเฟ้นหาหุ้นคุณภาพดี ที่น่าสนใจเข้าสู่พอร์ตการลงทุน โดยผู้จัดการกองทุนผู้เชี่ยวชาญ


ด้วย “กลยุทธ์การลงทุน” วิเคราะห์และประเมินคุณภาพบริษัทเชิงลึกด้วยInvestment Scoring” ซึ่งประกอบด้วย

  • การประเมินภาพรวมและความน่าสนใจของอุตสาหกรรม

  • การวิเคราะห์ธุรกิจในเชิงลึก

  • การประเมินมูลค่าที่เหมาะสม

  • โมเมนตัมของราคาหุ้น

  • ความต่อเนื่องในการเติบโตของธุรกิจ คุณภาพ และความยั่งยืนของกำไร


“มาให้เป็นคะแนนการลงทุน ‘Investment Scorecard’ โดยให้น้ำหนักแต่ละปัจจัยที่แตกต่างกันออกไป ก่อนจะคัดเลือกหุ้นเพื่อเข้ามาลงทุนในพอร์ตการลงทุนต่อไป ดังนั้นหุ้นที่ลงทุนจึงต้องทำการบ้านมาอย่างดี มีความมั่นใจ และไม่จำกัดว่าจะเป็นหุ้นไซส์ไหนก็สามารถลงทุนได้”


สำหรับนักลงทุนที่ต้องการมี “ส่วนร่วมในการดูแลโลก” ให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น มองหาการลงทุนระยะยาวที่ช่วย “เซฟภาษี” ได้ และมีโอกาสได้ “ผลตอบแทน” จากการลงทุนใน “หุ้นยั่งยืนไทย” เชื่อว่ากองทุน “ASP-ThaiESG” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ครบจบในกองเดียวแบบ 3 in 1 นั่นเอง 


สำหรับนักลงทุนที่สนใจ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.assetfund.co.th/adv/fund/ASP-ThaiESG


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่

บลจ. แอสเซท พลัส โทร. 0-2672-1111 www.assetfund.co.th


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต


ผู้ลงทุน "โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน"


*ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด ทั้งนี้ หากผู้ลงทุนไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและจะต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้รับ พร้อมจ่ายเงินเพิ่มและเบี้ยปรับตามประมวลรัษฎากร