ชู 2 ตลาดน่าสนใจ “หุ้นไทย” ถูก-คาดปีหน้าฟื้นแตะ 1,655 จุด... ส่วน “หุ้นโลก” ไม่แพง-โมเมนตัมยังมีต่อเนื่อง !!!
Fun of Funds: เผลอแป๊บเดียว...จะสิ้นปีกันอีกแล้ว ในภาพรวมของการลงทุนปีนี้ในกลุ่มของ “หุ้น” เองนั้น ส่วนใหญ่ถือว่ากลับมาให้ผลตอบแทนที่เป็นบวกกันแล้ว มากน้อยแตกต่างกันออกไป โดย “หุ้นโลก” ตั้งแต่ต้นปีให้ผลตอบแทนไม่น้อย +18%
อาจจะยกเว้น “หุ้นไทย” และ “หุ้นจีน” 2 ตลาดที่ยังติดลบในปีนี้ โดยตั้งแต่ต้นปีติดลบไปแล้ว -17% และ -14% ตามลำดับ (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 15 ธ.ค. 23)
หลังทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐชัดเจนว่า “สิ้นสุดดอกเบี้ยขาขึ้น” และส่งสัญญาณปรับลดดอกเบี้ยในปีหน้าลงอย่างน้อย 3 ครั้ง ถือเป็นปัจจัยบวกต่อการลงทุนใน “หุ้น” ในภาพรวมอย่างปฏิเสธไม่ได้
โดยเฉพาะ “หุ้นไทย” ที่ปรับลงมามากจนราคาถูกและน่าสนใจ รวมถึง “หุ้นโลก” ที่ยังมีโมเมนตัมที่จะบวกต่อไปได้เช่นกัน
ทำไมทั้ง 2 ตลาดหุ้นดังกล่าวจึงน่าสนใจ ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัพเดทมุมมองที่น่าสนใจจากเหล่าผู้เชี่ยวชาญกันได้เลย

“หุ้นไทย” ราคาถูกน่าสนใจ-ปีหน้ามีโอกาสแตะ 1,655 จุด
หลังปีนี้ “หุ้นไทย” ร่วงมากกว่า -17% ทำให้ระดับราคาน่าสนใจมี Forward P/E 12 เดือนข้างหน้า 14.2 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต
โดย “พจน์ หะริณสุต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ มองว่า ปัจจุบัน “ตลาดหุ้นไทย” มี downside ที่เริ่มจำกัด หลังถูกเทขายมาค่อนข้างมากในช่วงที่ผ่านมา ในขณะที่เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง จากภาคการท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมตั้งแต่ 1 ม.ค. – 4 ธ.ค. 23 แตะ 25 ล้านคน โดยนักท่องเที่ยวมาเลยเซียและจีนปรับตัวเพิ่มขึ้นโดดเด่น ขณะที่ตัวเลขการส่งออกของไทยส่งสัญญาณฟื้นตัวต่อเนื่องจะเป็นอีกแรงหนุนในระยะข้างหน้า จากการฟื้นตัวของประเทศคู่ค้า นอกจากนี้การเดินหน้าทยอยออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลชุดปัจจุบัน และความชัดเจนโครงการกระเป๋าเงินดิจิทัลช่วยสร้าง Sentiment เชิงบวกต่อการลงทุน และมองเป้าหมายดัชนี SET Index ปีหน้ามีโอกาสไปแตะระดับ 1,655 จุด ได้เช่นกัน

(พจน์ หะริณสุต)
“ในส่วนของดอกเบี้ยของสหรัฐ ถือว่าอยู่ใน ‘จุดที่สูงสุด’ เรียบร้อย อีกทั้งทาง ‘ธนาคารกลางสหรัฐ’ (Fed) มีโอกาสพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในช่วงครึ่งหลังปี 2024 อีกด้วย ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมของเศรษฐกิจโลกและการลงทุนในหุ้นโดยภาพรวมอีกด้วย”
สำหรับ “หุ้นไทย” เองปัจจัยบวกที่สำคัญที่จะทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวได้ ก็คือ งบเบิกจ่ายที่จะออกมา การเมืองที่นิ่ง นักท่องเที่ยวที่กลับมาและการส่งออกที่ดีขึ้น ในขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายของไทยเองก็น่าจะทรงตัวในระดับ 2.5% สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ เพราะถ้าปรับขึ้นอาจจะกระทบปัญหาหนี้ทั้งภาครัฐและครัวเรือนได้ และภาพความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์จะไม่ขยายวงรุนแรงไปกว่านี้ โดยกลุ่มหุ้นที่น่าจะได้ประโยชน์อย่างกลุ่มพาณิชย์, ท่องเที่ยว, ส่งออก และการเงิน เป็นต้น
“หุ้นโลก” จังหวะลงทุน...รับ “จุดจบดอกเบี้ยขาขึ้น”
ส่วน “หุ้นโลก” ปีนี้แม้จะบวกขึ้นมากกว่า +18% แต่ราคาก็ยังถือว่าน่าสนใจ มี Forward P/E 12 เดือนข้างหน้า 16.6 เท่า ยังถูกว่าหุ้นสหรัฐ, หุ้นญี่ปุ่น และหุ้นอินเดีย ที่อยู่ประมาณ 19 เท่า
โดย “นิสารัตน์ ชมภูพงษ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารจัดการลงทุน บลจ.ดาโอ (DAOL INVESTMENT MANAGEMENT) บอกว่า วัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ยรอบนี้ “ถึงจุดสูงสุด” แล้ว และปีหน้าจะเป็นปีที่ธนาคารกลางหลักเริ่มลดดอกเบี้ย การดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายขึ้นจะช่วยหนุน sentiment การลงทุน และมองเป็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในตลาดหุ้นทั่วโลก ภายใต้ภาวะเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องจึงลดแรงกดดันต่อธนาคารกลางที่จะดำเนินนโยบายการเงินตึงตัวเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อ คาดว่าธนาคารกลางต่างๆ จะเริ่มลดดอกเบี้ยในปีหน้า การที่นโยบายการเงินผ่อนคลายขึ้นจะช่วยหนุน Sentiment การลงทุน หากดอกเบี้ยนโยบายลดลง อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรปรับตัวลดลง น่าจะส่งผลทีดีขึ้นต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียน และ valuation มีโอกาสที่จะเห็น PE multiple ของตลาดหุ้นได้รับการ Rerating ได้

(นิสารัตน์ ชมภูพงษ์)
“แม้เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวลงในปีหน้า แต่เป็นลักษณะการเติบโตของ GDP ที่ลดลงแต่ไม่ติดลบและไม่น่าจะรุนแรงถึงขั้นเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) โดย ‘กองทุนการเงินระหว่างประเทศ’ (IMF) คาดว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2023 จะเติบโตได้ที่ 3.0% และลดลงมาอยู่ที่ 2.9% ในปี 2024 ในแง่กำไรของบริษัทจดทะเบียน เริ่มเห็น Global economic surprise index กลับมาอยู่ในแดนบวก และกำไรของบริษัทจดทะเบียนโลกในระยะ 12 เดือนข้างหน้าได้รับการปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้การลงทุนในตลาดหุ้นมีความน่าสนใจมากขึ้น อย่างไรก็ตามท่ามกลางความผันผวนของตลาด และยังมีความเสี่ยงที่ว่าเศรษฐกิจในปีหน้าอาจจะชะลอตัวลงจากปีนี้ การบริหารพอร์ตจึงต้องเน้นการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่ดี มีคุณภาพเป็นสำคัญ”
สำหรับใครที่มองหาโอกาสลงทุนในตลาดที่น่าสนใจ “หุ้นไทย” ถูกและมีพื้นฐานรองรับน่าจะกลับมาได้ในปีหน้า ส่วน “หุ้นโลก” ยังมีแรงส่งมีโมเมนตัมให้เดินหน้าต่อไปได้ และราคายังไม่แพง ซึ่งการสิ้นสุดวงจร “ดอกเบี้ยขาขึ้น” และกำลังจะกลับทิศสู่ “วงจรขาลง” นั้นก็เป็นปัจจัยบวกที่สำคัญที่จะหนุนให้การลงทุนในหุ้นน่าสนใจเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
