“TSTAR-UH” พาลุย “หุ้นทั่วโลก”...สไตล์ “Fund of Funds” !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Global Equity” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “กองหุ้นตปท.” หรือกองทุน “ETF-หุ้นตปท.” ทั่วโลก ตามดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน
ซึ่ง “จุดจบดอกเบี้ยขาขึ้น” และการมาของ “ดอกเบี้ยขาลง” ในปีหน้า ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยบวกต่อการลงทุนใน “หุ้นทั่วโลก”
โดยมีคาดการณ์ว่า “ธนาคารกลางสหรัฐฯ” (Fed) จะเริ่มลดดอกเบี้ยเดือน มี.ค.67 ส่วน “ธนาคารกลางยุโรป” (ECB) และ “ธนาคารแห่งประเทศอังกฤษ” (BoE) จะเริ่มลดดอกเบี้ยเดือน เม.ย.67 ช่วงต้นปีหน้า
ทำให้เรดาร์การลงทุนของใครหลายคนก็เริ่มที่จะเบนเข็มไปมายังตลาดหุ้นที่เป็นผู้นำของโลกหลายๆแห่ง ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงใช้โอกาสนี้ นำการนำเสนอข้อมูล “กองทุนรวมหุ้นโลก” ที่น่าสนใจมาแบ่งปันกัน

“TSTAR-UH” กระจายลงทุน “หุ้นโลก” สไตล์ “Fund of Funds”
สำหรับกองทุนที่เราได้หยิบยกขึ้นมาพูดกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า “กองทุนเปิด ทิสโก้ โกลบอล สตาร์พลัส อันเฮดจ์” หรือ “TSTAR-UH” ของทาง ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด’ และเป็นกองทุนประเภท “Fund of Funds” ที่มีกลยุทธ์เชิงรุก (Active Management) ด้วยการมุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด ที่ผ่านมาสามารถสร้างผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยงตามเกณฑ์ของ “Morningstar” จนขึ้นมาเป็นกองทุน “5 ดาว”
ด้านรายละเอียดของกองทุนจะเป็นกองทุนที่จะเข้าลงทุนในหุ้นทั่วโลก ซึ่งได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 14 ธันวาม 2566 ) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 183,842,342 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 15.57 บาทต่อหน่วย
“ขณะที่ นโยบายการลงทุนจะกระจายการลงทุนในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก หรือในบางช่วงเวลาอาจเน้นลงทุนเฉพาะประเทศ กลุ่มประเทศ ภูมิภาค และกลุ่มธุรกิจ ทั้งนี้ สัดส่วนการลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศและกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศแต่ละกองทุนจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ทั้งนี้จะไม่มีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน”

หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “Fund of Funds” เน้นลงทุน “หุ้นทั่วโลก”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของ ‘กอง TSTAR-UH’ มีบุคลิกของกองทุนสไตล์ “Fund of Funds” ที่เน้นลงทุน “หุ้นทั่วโลก” เป็นสำคัญ
โดยกองทุนที่มีการลงทุนมากสุด (ณ วันที่ 30 พ.ย. 23) ประกอบด้วย
- WELLINGTON GLOBAL QUALITY GROWTH FUND USD CLASS S 38.81
- GOLDMAN SACHS GLOBAL CORE EQUITY PORTFOLIO CLASS I SHARES ACC USD CLOSE 34.55
-T.ROWE PRICE FUNDS SICAV-GLOBAL FOCUSED GROWTH EQUITY FUND CLASS I 26.02%

“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน TSTAR-UH ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ย. 23) เฉลี่ยอยู่ในระดับที่ 4.46% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 8.98% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเองก็เฉลี่ยอยู่ที่ 15.14% ต่อปี (ดัชนีชี้สัด 12.45% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -33.72%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 1,000 บาท
โดยนักลงทุนที่สนใจอยากลงทุนในกองดังกล่าวก็สามารถใช้เงินลงทุนเริ่มต้นได้ที่ 1,000 บาท ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของมูลค่าขั้นตํ่าของการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ส่วนการขายคืนไม่มีข้อกำหนดแต่มีระยะเวลาในการรับเงินค่าขายภายใน 6 วันทําการหลังจากวันทํารายการขายคืน (T+6)

ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ธนาคารทิสโก้, บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัดหรือตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นและช่องทางออนไลน์ผ่าน TISCO My Funds
“เมื่อนโยบายการเงินอย่าง ‘วัฏจักรอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น’ ที่เคยเขย่าตลาดหุ้นทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมาสิ้นสุดลง ก็ถือเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นทั่วโลกอย่างปฏิเสธไม่ได้ ก้าวสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง ต้นทุนการเงินที่ลดลง จะส่งผลบวกต่อกำไรบริษัทจดทะเบียนให้ปรับตัวดีขึ้นด้วยเช่นกัน ภาพการกลับมาของตลาดหุ้นทั่วโลกเป็นสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นตามมา ซึ่งแน่นอนว่าตลาดต่างประเทศที่มีโอกาสจะดึงเม็ดเงินลงทุนอันดับต้นก็คือประเทศที่เป็นผู้นำโลกและบริษัทชั้นนำทั่วโลกนั่นเอง”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
