“กองหุ้นไทย” ปีนี้ไม่ปัง กว่า 99% แดงยกแผง ผลงานติดลบเฉลี่ย -12.31%... ดีสุด +0.97% ต่ำสุด -25.28% ส่วน “กองหุ้นใหญ่” คว้าแชมป์เฉลี่ย -10.41% !!!
สาระ Fund วันละนิด: ปี2023 ถือเป็นอีกปีที่ไม่ดีเลยสำหรับ “ตลาดหุ้นไทย” ท่ามกลางความคาดหวังสารพัด การเมืองนิ่ง รัฐบาลใหม่ แต่หุ้นไทยดำดิ่งแดงเดือดจนติดอันดับตลาดที่มีผลงาน “แย่สุด” ตลาดหนึ่งของโลกในปีนี้ไปเรียบร้อยแล้ว
ตั้งแต่ต้นปีมาถึงคริสต์มาสปีนี้ ผลตอบแทนรวมตลาดหุ้นไทย “SET TRI” ติดลบไป -13.10%
กดผลงาน “กองหุ้นไทย” แดงยกแผงไปทั้งกระดานถึง 99% มีเพียง 1% เท่านั้น ที่ยังยืน “บวกเขียว” ท้าทายปีที่ตลาดย่ำแย่เช่นนี้ได้ โดยกองทุนที่มีผลงานดีสุด +0.97% ชนะตลาดอยู่ 14.07% เลยทีเดียว !!!
และทำให้ “กองหุ้นไทย” ปีนี้ทำผลตอบแทนได้ไม่ดีนักตามทิศทางของตลาดที่ดิ่งลึกสุดใจเช่นนี้ โดยทำผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบไป -12.31%
7 ที่สุด “กองหุ้นไทย” ผลงาน “รุ่ง-ร่วง” ในปี2023 มีกองไหนบ้าง? วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้สรุปเอามาไว้ให้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย

“กองหุ้นไทย” ปีนี้ผลงานน่าผิดหวังติดลบเฉลี่ย -12.31%...มีเพียง 1% เท่านั้นที่ผลตอบแทน “เป็นบวก”
จากการสำรวจผลงานกลุ่ม “กองหุ้นไทย” ปี2023 (ข้อมูล ณ วันที่ 25 ธ.ค. 23) ของทีมงาน ‘Wealthy Thai’ พบว่า จากกองหุ้นไทย 474 กอง ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีได้เฉลี่ย -12.31% ในขณะที่ผลตอบแทนรวมตลาดหุ้นไทย “SET TRI” -13.10%
โดยมีกองทุนที่ชนะตลาดอยู่ 270 กอง คิดเป็น 57% จากทั้งหมด ส่วนอีก 204 กอง คิดเป็น 43% แพ้ตลาด จะเห็นว่ามีสัดส่วนของกองทุนที่ชนะ-แพ้ที่ใกล้เคียงกัน
แต่ถ้ามาดูตัวเลขกองหุ้นไทยที่มีผลตอบแทน “เป็นบวก” ในปีนี้ จะเหลือเพียง 3 กอง คิดเป็น 1% จากทั้งหมด เท่านั้น โดยที่เหลือ 471 กอง คิดเป็น 99% มีผลตอบแทน “ติดลบ” กันไปถ้วนหน้า
“โดยกองหุ้นไทยที่มีผลงานดีสุดทำผลตอบแทนได้ +0.97% ส่วนกองที่มีผลงานแย่สุดผลตอบแทนติดลบอยู่ -25.28% หรือมีผลงานต่างกันอยู่ 26.25% เลยทีเดียว”
“กองหุ้นใหญ่” แชมป์ผลตอบแทนเฉลี่ยดีสุด -10.41%...ส่วน “กองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก” ผลตอบแทนเฉลี่ยต่ำสุด -13.93%
ทั้งนี้ หากแยกตามกลุ่ม “กองหุ้นไทย” ทั้ง 3 ประเภท พบว่า “กองหุ้นใหญ่” (Equity Large Cap) ทั้งหมด 71 กอง ทำผลตอบแทนปีนี้ได้ดีสุดติดลบเฉลี่ย -10.41% (ดีสุด +0.55%, ต่ำสุด -14.93%) โดยมี 66 กอง คิดเป็น 93% ที่ผลงานชนะตลาด อีก 5 กอง คิดเป็น 7% เท่านั้น ที่แพ้ตลาด
ตามมาด้วยกลุ่ม “กองหุ้นทั่วไป” (Equity General) ทั้งหมด 363 กอง ทำผลตอบแทนปีนี้ติดลบเฉลี่ย -12.59% (ดีสุด +0.97%, ต่ำสุด -25.28%) โดยมี 185 กอง คิดเป็น 51% ที่ชนะตลาด และอีก 178 กอง คิดเป็น 49% ที่แพ้ตลาด
สุดท้ายคือกลุ่ม “กองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก” (Equity Small – Mid Cap) จำนวน 40 กอง ทำผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ -13.93% (ดีสุด -0.48%, ต่ำสุด -21.86%) โดยมี 19 กอง คิดเป็น 47.5% ที่ชนะตลาด และอีก 21 กอง คิดเป็น 52.5% ที่แพ้ตลาด
เปิดที่สุด 7 “กองหุ้นไทย” ผลงานดีสุดทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย +0.12%...ส่วนผลงานท้ายตารางผลตอบแทนติดลบเฉลี่ย -21.57%
สำหรับ 7 “กองหุ้นไทย” ที่มีผลงานดีสุดปีนี้ (ณ วันที่ 25 ธ.ค. 23) ไม่นับชนิดหน่วยลงทุนอื่นที่มีกองทุนหลักเหมือนกัน ทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้ +0.12% เอาชนะตลาดได้ 12.62 – 14.07% ได้แก่
- “ASP-T12” ของบลจ.แอสเซท พลัส +0.97%
- “SCBBANKINGE” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +0.55%
- “ASP-SME-SSFX” ของบลจ.แอสเซท พลัส +0.04%
- “EBANK” ของบลจ.กรุงไทย -0.02%
- “ABLTF 70/30” ของบลจ.อเบอร์ดีน -0.03%
- “K-BANKING” ของบลจ.กสิกรไทย -0.16%
- “ABSM-RMF” ของบลจ.อเบอร์ดีน -0.48%

ส่วน 7 “กองหุ้นไทย” ที่มีผลงานท้ายตารางปีนี้ ทำผลตอบแทนติดลบเฉลี่ย -21.57% แพ้ตลาดอยู่ -6.68% ถึง – 12.18% ประกอบด้วย
-“SCBSEP” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ -25.28%
-“TSFRMF-A” ของบลจ.ทิสโก้ -22.10%
-“SCBMSEP” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ -21.86%
-“TLSMALLEQ-SSF” ของบลจ.ทาลิส -20.92%
-“TLEQ” ของบลจ.ทาลิส -20.64%
-“ONE+1” ของบลจ.วรรณ -20.44%
-“KT-mai” ของบลจ.กรุงไทย -19.78%
ทั้งหมดนี้ คือ บทสรุปของกลุ่ม “กองหุ้นไทย” ในปี2023 ที่ผ่านมา ซึ่งภาพรวมถือว่าไม่สดใสเท่าไรนัก กลุ่ม “กองหุ้นใหญ่” ดูดีกว่ากองหุ้นประเภทอื่นๆ และจะพบว่าแม้จะลงทุนใน “ตลาดหุ้นไทย” เหมือนกัน แต่ผลงานก็ยังแตกต่างกันค่อนข้างมาก กองทุนที่เอาชนะตลาดกับแพ้ตลาด 50 – 50 นี่ คือ “ความเสี่ยง” ในการเลือกกองทุนของนักลงทุนเช่นเดียวกัน โดยปีหน้าก็คาดว่าทุกอย่างจะมีทิศทางที่ดีขึ้นกว่าปีนี้ส่วนจริงๆ แล้วจะเป็นเช่นไรนั้นคงต้องติดตามดูกันอย่างกใล้ชิดต่อไป
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
