ลงทุนใน “ตราสารหนี้” ภายใต้แนวคิดแบบ ESG !!!
ความเคลื่อนไหวเพื่อ “ความยั่งยืน” มีพัฒนาการเพิ่มมากขึ้นในหลายทศวรรษที่ผ่านมา และยิ่งมีแรงขับเคลื่อนมากขึ้นเมื่อ “สหประชาชาติ” กำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ขึ้นมาในปีพ.ศ. 2558 เพื่อเรียกร้องให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นในโลก ด้วยสิ่งนี้เอง ในปัจจุบันการลงทุนที่ยั่งยืนซึ่งเป็นหลักความคิดที่นำไปปรับใช้กับหลักการในการจัดการสิ่งแวดล้อม การพัฒนาสังคม และธรรมาภิบาล (Environment, Social and Governance: ESG) ที่มีต่อการประกอบธุรกิจ และการลงทุนจึงได้ก้าวเข้าสู่การเป็นแนวความคิดกระแสหลักอย่างมั่นคง โดยสาระสำคัญของตัวมันเองนั้น มันคือการตอบสนองต่อความต้องการต่างๆ ของคนรุ่นปัจจุบันที่จะไม่ยอมให้คนรุ่นต่อไปมาต่อต้าน
“ในฐานะที่เป็นผู้ร่วมรับหลักการการจัดการลงทุนด้วยความรับผิดชอบ (Principles for Responsible Investment: PRI) ภายใต้การสนับสนุนของสหประชาชาติ ‘UOB Asset Management’ มุ่งมั่นในการสรรหาทางเลือกในการลงทุนที่ยั่งยืนสำหรับผู้ลงทุนทั่วทั้งทวีปเอเชีย เราเชื่อว่าการลงทุนที่ยั่งยืนเป็นกุญแจสำคัญในการรับมือกับปัญหาทางสิ่งแวดล้อมและสังคมที่โลกปัจจุบันกำลังเผชิญอยู่”
การจัดการโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้าน “การลงทุนที่ยั่งยืน”
กองทุนหลักมี “Robeco” ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนที่ยั่งยืน และบริษัทในกลุ่มของ “ORIX Corporation Europe N.V.” (ที่ก่อนหน้านี้รู้จักกันในชื่อ Rebeco Group N.V.) เป็นผู้จัดการกองทุน ทีมงานด้านตราสารหนี้เป็นทีมงานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปยุโรป โดยมีมืออาชีพด้านการลงทุนกว่า 30 รายที่มีประสบการณ์ทำงานเฉลี่ยถึง 18 ปี Robecoไ ด้ก้าวขึ้นมาอยู่ในแถวหน้าในด้านการลงทุนที่ยั่งยืนตั้งแต่ปีพ.ศ. 2553 และได้นำเอาปัจจัยต่างๆ ของ ESG มาปรับใช้เพื่อให้การตัดสินใจในการลงทุนเป็นไปโดยมีข้อมูลที่ดีกว่า และเป็นการยกระดับผลตอบแทนและความเสี่ยงในการลงทุนของพอร์ตการลงทุนในระยะยาว
“เราเชื่อว่าการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ ‘Robeco’ ของเราจะทำให้ผู้ลงทุนซึ่งเป็นลูกค้าของเรามีโอกาสได้รับผลตอบแทนในการลงทุนที่ต้องการ และในขณะเดียวกันก็ยังเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนในเชิงบวกให้โลกของเราดีขึ้น”
กองทุนUnited Sustainable Credit Income Fund : USI
กองทุน United Sustainable Credit Income Fund (“กองทุน”) ลงทุนในกองทุน ‘RobecoSAM SDG Credit Income’ (“กองทุนหลัก”) ซึ่งมีการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ต่างๆ ทั่วโลก และมุ่งที่จะสร้างรายได้สูงสุดในตลอดรอบระยะเวลาการลงทุน
ทำไมต้องลงทุนในกองทุนนี้
1.มีรายได้สม่ำเสมอที่น่าสนใจ
การที่วัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุนหลักคือการสร้างรายได้สูงสุดในตลอดรอบระยะเวลาการลงทุน จึงทำให้กองทุนสามารถที่จะมีกระแสรายได้ที่สม่ำเสมอที่กระจายเป็นรายเดือน[2]
2.มีแนวทางการลงทุนที่ไม่มีข้อจำกัดและมีวินัยการลงทุน
กองทุนหลักมีความคล่องตัวในการเลือกลงทุนในสิ่งต่างๆ ที่ให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจที่สุดในตลาดตราสารหนี้ทั่วโลก ตราสารหนี้รายตัวจะถูกเลือกโดยผ่านการวิเคราะห์ขั้นพื้นฐาน และความเสี่ยงในทุกระดับความน่าเชื่อถือทุกกลุ่มอุตสาหกรรม หรือทุกภูมิภาคจะไม่ถูกพิจารณาโดยถูกจำกัดโดยเกณฑ์การวัดใดๆ กองทุนหลักมีแนวทางการลงทุนที่รอบคอบเพื่อให้เกิดผลตอบแทนสูงสุด ก่อให้เกิดรายได้ประจำที่มั่นคงแข็งแรงสำหรับผู้ลงทุนตลอดช่วงระยะเวลาในรอบการลงทุน

ที่มา: Robeco ตัวอย่างเหล่านี้แสดงเพื่อเป็นข้อมูลเท่านั้น และไม่ได้มุ่งหวังให้ถือเป็นการให้คำแนะนำในการลงทุนไม่ว่าในกรณีใดๆ มูลค่าการลงทุนของท่านอาจมีความผันผวน ผลตอบแทนที่ได้รับในอดีตไม่ได้เป็นการรับประกันผลตอบแทนในอนาคต
3.มีปัจจัยเชิงบวกที่ส่งผลสนับสนุนต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDGs)
กองทุนหลักนำกรอบการชี้วัดมาใช้เพื่อคัดเลือกบริษัทที่สนับสนุนเป้าหมาย SDG จำนวน 17 ข้อของสหประชาชาติ และกองทุนหลักจะไม่ลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนที่ไม่สนับสนุนเป้าหมายเหล่านี้ หรือมีค่าคะแนนSDG ที่เป็นลบ
เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDGs)

บริษัทจะถูกประเมิน และคัดกรองโดยขึ้นอยู่กับการสนับสนุนต่อหลักการของ SDG ของตน เพื่อกำหนดขอบเขตของสิ่งที่สามารถลงทุนได้ โดยจะไม่รวมถึงตราสารหนี้ที่ส่งผลกระทบในทางลบต่อ SDG

“การคัดกรองเพื่อกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ลงทุนได้สำหรับบริษัทที่มีความเสี่ยงในเชิงบวกต่อ SDG จะส่งผลต่อความเสี่ยง/ผลตอบแทนโดยจะไปจำกัดความเสี่ยงจากการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนต่ำ และทำให้สามารหลีกเลี่ยงการผิดนัดได้”

ที่มา: Baclaysการคำนวณของ Robeco จะอยู่บนพื้นฐานของอันดับความน่าเชื่อถือในการลงทุนทั่วโลก และการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงที่ของ RobecoSAMข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี ถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2562
จะเห็นว่าแนวคิดการลงทุนแบบยั่งยืนที่คำนึงถือเรื่องของ “ESG” นั้น ไม่ได้ถูกจำกัดไว้แค่สินทรัพย์ประเภท “หุ้น” เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ใน “ตราสารหนี้” ก็สามารถใช้แนวคิดนี้มาใช้เพื่อสร้างโอกาสการลงทุนที่ดีในระยะยาวได้เช่นกัน
[2]การกระจายการลงทุนขึ้นอยู่กับมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ(NAV) ต่อหน่วย ณ วันทำการสุดท้ายของแต่ละเดือนของชนิดของสินทรัพย์ที่ลงทุนที่เกี่ยวข้อง ผู้ลงทุนควรทราบว่าผู้จัดการลงทุนไม่อาจรับประกันว่าจะมีการกระจายการลงทุนตามนี้ได้เสมอไป ผู้จัดการลงทุนขอสงวนสิทธิในการปรับเปลี่ยนความถี่ และ/หรือปริมาณในการกระจายการลงทุนกรณีที่มีการจ่ายเงินปันผล ไม่ควรคิดว่าจะมีการจ่ายเงินปันผลต่อไปเรื่อยๆ การกระจายการลงทุนอาจนำเงินมาจากรายได้ กำไรจากการลงทุน หรือเงินทุนจากชนิดของทรัพย์สินที่ลงทุน ผู้ลงทุนควรทราบว่าการจ่ายเงินเพื่อการกระจายการลงทุนอาจส่งผลกระทบให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนลดลง กรุณาศึกษาข้อมูลเรื่องนี้ในหนังสือชี้ชวนภายใต้หัวข้อการกระจายการลงทุนของกองทุน
