Official Update :

“Fund of Property Fund” ปี63 แดงเดือด...ตามกลุ่ม ‘กองอสังหาฯ/REIT’ ที่ปรับตัวลง !!!

สถานการณ์แพร่ระบาดไวรัส COVID-19 ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่นักลงทุนคงจดจำไว้เป็นอย่างดี เพราะนอกจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ยังได้มีผลพ่วงมายังสินทรัพย์ต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน

ซึ่งสินทรัพย์ที่จะเห็นผลกระทบที่ชัดเจนอย่างปฏิเสธไม่ได้ คงไม่พ้น “อสังหาริมทรัพย์” ประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ศูนย์การค้าหรือห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ เป็นต้น

และประเทศท่องเที่ยวอันดับต้นๆ อย่างประเทศไทยเอง ก็เป็นอีกหนึ่งแห่งที่โดนผลกระทบดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญ จึงทำให้สินทรัพย์ที่เคยเปรียบเป็น ‘Defensive Stock’ อย่างหน่วยลงทุนของ “กองทุนอสังหาริมทรัพย์/กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT)” ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง

ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากถือโอกาสนำเสนอข้อมูลกลุ่ม “กองทุนรวมที่ลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ (Fund of Property Fund)” ในประเทศมาแชร์ให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจ ถึงผลตอบแทนของกองทุนดังกล่าวในปี63 ที่ผ่านมา

“Fund of Property Fund” 5 อันดับร่วงหนักสุดปี63...ติดลบ -23.40% ถึง -24.43%

โดยอย่างที่เกริ่นนำไปว่า “กองทุนอสังหาริมทรัพย์/REIT” นั้นในภาพรวมปี2563 ได้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ผลตอบแทนของกลุ่ม “กองทุนรวมที่ลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ (Fund of Property Fund)” ที่ไปลงทุนในกองทุนดังกล่าวนั้น ‘ติดลบ’ กันยกแผง ซึ่งการเสนอข้อมูลในครั้งนี้จึงอยากในส่วนกองทุนที่มีผลตอบแทนติดลบเยอะที่สุดในกลุ่ม เพราะก็มีนักลงทุนบางรายเอง ที่มีมุมมองว่า “ในวิกฤตย่อมมีโอกาส”

สำหรับกองที่มีผลตอบแทนติดลบเยอะที่สุด มีชื่อว่า “กองทุนเปิดเอ็มเอฟซีพร็อพเพอร์ตี้เวลท์ฟันด์ (M-Property)”จาก ‘บลจ.เอ็มเอฟซี’ ซึ่งมีนโยบายที่มุ่งลงทุนโดยเฉพาะเจาะจงในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ (Property Sector Fund) เพียงหมวดเดียว โดยจะประกอบไปด้วย หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และหน่วยทรัสต์ของ REIT ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

และหุ้นภายใต้กลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ โดยพิจารณาถึงความสามารถในการทำกำไรและศักยภาพในการเติบโตในอนาคตเป็นหลัก และตราสารหรือสัญญาทางการเงินที่ให้สิทธิในการได้มาซึ่งหุ้นดังกล่าว หรือให้ผลตอบแทนอ้างอิงกับหุ้นหรือกลุ่มหุ้นนั้นๆ

“อย่างไรก็ดีผลตอบแทนที่ติดลบ -24.43% ของกองทุน “M-Property” ในปีที่ผ่านมาก็ไม่ใช่เป็นการติดลบที่เยอะที่สุดหรือขาดทุนมากที่สุด เพราะในช่วง 5ปีที่ผ่านมาเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -37.16%

อันดับถัดมาจาก ‘บลจ. วรรณ’ ที่มีชื่อว่า “กองทุนเปิดวรรณ พร็อพเพอร์ตี้ พลัส ฟันด์ (ONE-PROP)” ซึ่งเป็นกองที่มีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารที่อยู่ในหมวดอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ โดยจะมุ่งลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและ REITs ที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมไปถึงหน่วยลงทุนของกองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

“แม้ว่า ‘กองทุน ONE-PROP’ในปีนี้จะมีผลตอบแทนติดลบเป็นอันดับสองหรืออยู่ที่  -24.39% นั้น ก็ยังคงไม่ใช่ผลขาดทุนสูงสุดเมื่อเทียบกับในช่วง 5ปีที่ติดลบถึง -38.65% ซึ่งกองทุนดังกล่าวมีระดับความเสี่ยงอยู่ที่ 8 หรือมีความเสี่ยงที่สูงมาก”

อันดับที่ 3 “กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี สมาร์ท พร็อพเพอร์ตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ (M-PROP RMF)” จาก ‘บลจ. เอ็มเอฟซี’ มีผลตอบแทน -24.05%

โดยกองทุนมีนโยบายลงทุนโดยเฉพาะเจาะจงในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ (Property Sector Fund) เพียงหมวดเดียว ซึ่งหน่วยลงทุนที่จะถูกพิจารณา ประกอบไปด้วยหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และ/หรือ หน่วยทรัสต์ของ REITs ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

“รวมไปถึงหุ้นภายใต้กลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงตราสารหรือสัญญาทางการเงินที่ให้สิทธิในการได้มาซึ่งหุ้นดังกล่าวหรือให้ผลตอบแทนอ้างอิงกับหุ้นหรือกลุ่มหุ้นนั้นๆ โดยพิจารณาถึงความสามารถในการทำกำไรและศักยภาพในการเติบโตในอนาคตเป็นหลัก”

อันดับรองสุดท้าย “กองทุนเปิด วรรณ พร็อพเพอร์ตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ (ONEPROP-RMF)” จาก ‘บลจ.วรรณ’ มีผลตอบแทน – 23.59% ซึ่งตัวนโยบายกองทุนดังกล่าวไม่ได้มีความแตกต่างไปจาก “ONE-PROP” เพียงแต่จะเป็นกองที่ตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการลงทุนระยะยาวเพื่อรองรับการเกษียณอายุและต้องการผลตอบแทนจากการลงทุนในหลักทรัพย์ที่อยู่ในหมวดอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงผู้ที่ต้องการสิทธิประโยชน์ทางภาษี

อันดับสุดท้ายจาก ‘บลจ.ธนชาต’ ที่มีชื่อว่า “กองทุนเปิดธนชาตพร็อพเพอร์ตี้เซ็คเตอร์ฟันด์ (T-Property)” ให้ผลตอบแทน -23.40% โดยจะมุ่งเน้นลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับหมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่มีนโยบายมุ่งลงทุนในหลักทรัพย์และตราสาร ทั้งที่จดทะเบียนทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงอยู่ระหว่างการกระจายการถือหน่วยหรือเปิดเสนอขายครั้งแรก

“ประกอบไปด้วยหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์, หน่วยลงทุนของกองโครงสร้างพื้นฐาน, หน่วยทรัสต์ของ REITs, ตราสารของกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ที่มีวัตถุประสงค์หลักในการลงทุนในทรัพย์สินที่มีลักษณะทำนองเดียวกับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ รวมไปถึงหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีรายชื่ออยู่ในหมวดอุตสาหกรรมหรือที่มีลักษณะเทียบเคียงได้กับหมวดอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ หรือโครงสร้างพื้นฐาน และหลักทรัพย์/ตราสารอื่นใดที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.เห็นชอบ”

“แม้ว่าทั้ง 5 กองทุนที่เรานำเสนอในครั้งนี้จะมีผลตอบแทนที่ต่ำกว่าในกลุ่ม แต่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 นั้น ก็มีหลายธุรกิจเองที่โดนผลกระทบและต้องปรับตัวซึ่งจะฟื้นตัวได้ช้าหรือเร็ว ขึ้นอยู่กับการปรับกลยุทธ์ของแต่ละแห่ง ซึ่งมีการแผนรับมือที่ดีนั้นก็จะสะท้อนกับมียังหน่วยลงทุนเช่นกัน ทางเราจึงฝากไว้ว่าแม้ในปีที่ผ่านมากองทุนดังกล่าวผลตอบแทนอาจจะสู้ในกลุ่มไม่ได้นัก แต่ในวิกฤตก็ยังมีโอกาสอยู่เสมอ รวมถึงกลุ่ม ‘กองทุนรวมที่ลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์’ ด้วยเช่นกัน”