“K-2530” กองทุนผสมสายกลาง...ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ “คนเกิดปี2530” !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Moderate Allocation” ที่เน้นกระจายลงทุนในสินทรัพย์หลากหลาย โดยลงทุนในหุ้น “ไม่เกิน 55%” ของ NAV ลงทุนในต่างประเทศ “ไม่เกิน 25%” ของ NAV
สถานการณ์การลงทุนในตลาดทุนที่มีความผันผวน การปิดความเสี่ยงด้วยการกระจายเม็ดเงินในหลากหลายสินทรัพย์จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อรับมือกับสถานการณ์
โดยการจะจัดสรรเม็ดเงินลงทุนแบ่งเป็นรายสินทรัพย์ก็อาจจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากพอสมควร จึงทำให้ในปัจจุบันก็มีเครื่องมืออย่าง “กองทุนรวมผสม” มาให้นักลงทุนได้เลือกสรร
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงทำการรวบรวมข้อมูล “กองทุนรวมผสม” ในอุตสาหกรรมและหยิบกองทุนที่น่าสนใจในนำเสนอให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุนกัน

“K-2530” กองทุนผสมสายกลาง...ตอบโจทย์คนเกิดปี2530
สำหรับกองทุนที่เราได้หยิบยกขึ้นก็มีชื่อว่า “กองทุนเปิดเค ไลฟ์สไตล์ 2530” หรือ “K-2530” ที่เป็นหนึ่งในภายใต้การดูแลและบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด’ ซึ่งเป็นกองทุนผสมสายกลางที่ตั้งใจออกแบบมาให้ง่าย เหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในกองทุนที่มีระดับความเสี่ยงเหมาะสมกับช่วงอายุหรือความสามารถในการรับความเสี่ยงของผู้ลงทุนที่เกิดในช่วงปี “พ.ศ. 2530” หรือก่อนหน้า แต่ถึงไม่ได้เกิดในช่วงเวลาดังกล่าวก็สามารถลงทุนได้เช่นกัน
และด้วยศักยภาพการบริหารที่ดีจึงทำให้ผลการดำเนินงานมีความโดดเด่น จนถูกยกให้เป็นกองทุน “5 ดาว” จาก “มอร์นิ่งสตาร์” ในกลุ่ม “Moderate Allocation” อีกด้วย
ด้านรายละเอียดต่างๆ ของกองทุนนั้น จะเป็นกองทุนรวมผสมหรือกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ ที่ได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นในวันที่ 24 พฤษภาคม 2550 และจนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2567) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิก็ได้เพิ่มมาเป็น 558,994,821 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 22.51 บาทต่อหน่วย
“ขณะที่นโยบายการลงทุนของกองจะกระจายการลงทุนตั้งแต่ในหุ้น ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารแห่งหนี้ และหรือเงินฝาก โดยจะลงทุนในหุ้น ‘ไม่เกิน 55%’ ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ไปจนถึงลงทุนในต่างประเทศ ‘ไม่เกิน 25%’ ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน”

หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” และ “หุ้นคุณค่า”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘K-2530’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” (Growth) และ “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ
ทั้งนี้ การจัดสรรเงินลงทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 28 ธันวาคม 2566) จะประกอบไปด้วย
-ตราสารทุน 40.88%
-พันธบัตร 34.45%
-หุ้นกู้ 22.13%
-เงินฝาก 3.07%
โดยประเภทสินทรัพย์ที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
-พันธบัตรหรือตราสารหนี้ รัฐบาล รัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลังค้ำประกัน 34.27%
-หุ้นทุนอื่นๆ 16.93%
-หุ้นกู้ ตั๋วแลกเงิน หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทเอกชน 13.29
-เงินฝาก บัตรเงินฝาก หุ้นกู้ ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตั๋วแลกเงินของ หรือรับรอง รับอาวัลโดยสถาบันการเงิน และอื่นๆ 11.76%
-หุ้นธนาคาร 5.23%

“ในแง่ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกอง K-2530 ตั้งแต่จัดตั้ง (ข้อมูล ณ วันที่ 28 ธ.ค. 23) นั้นเฉลี่ยอยู่ที่ 5.11% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 5.08% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของความผลการดำเนินงานที่จะเฉลี่ยอยู่ที่ 9.06% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 7.61% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปี กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -18.49%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 500 บาท เท่านั้น
สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุนในกอง ‘K-2530’ กองทุนได้มีเงื่อนไขหรือมูลค่าขั้นต่ำของ “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” จะอยู่ที่ 500 บาท ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนจะอยู่ที่ 500 บาทเช่นเดียวกัน ขณะที่ยอดคงเหลือขั้นต่ำจะอยู่ที่ 50 บาท สำหรับระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนคือ 3 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน (T+3)

ส่วนช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่านรูปแบบออฟไลน์อย่าง ธนาคารกสิกรไทยและผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนอื่นที่บริษัทได้แต่งตั้งขึ้น ส่วนช่องทางออนไลน์สามารถเปิดบัญชีและซื้อขายได้ผ่านแอพพลิเคชั่นอย่าง K-My Funds, K-Cyber และ KPLUS
“รายละเอียดดังกล่าวก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ทางเราได้สรุปมา ซึ่งหากนักลงทุนหรือผู้อ่านที่สนใจก็สามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อช่วยในการตัดสินใจหรือเปรียบเทียบกับกองทุนอื่นที่อยู่ในลิสต์ ก่อนที่จะสรุปการลงทุนให้เหมาะกับแพลนหรือสไตล์การลงทุนองตัวเองได้ แต่ถ้าใครมองหาโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้นแต่ไม่เสี่ยงมากนัก ‘Moderate Allocation’ กองทุนผสมสายกลางก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์คุณได้เป็นอย่างดีไม่มากก็น้อย”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
