Official Update :

ชี้ “การลงทุนอย่างยั่งยืน” เป็น Megatrend ของโลก... “กองทุน ESG” มีโอกาสเติบโตอีกมากทั้งในระดับโลก & ในไทย !!!

Fun of Funds: “การลงทุนอย่างยั่งยืน” (Sustainable Investment) คือ แนวคิดการลงทุนที่คำนึงถึงการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ซึ่งเป็น Megatrend ของโลกการลงทุนที่ไม่มีใครปฏิเสธได้


ล่าสุดทาง “บลจ.กสิกรไทย” (KAsset) ได้ประกาศความร่วมมือด้านการลงทุนเพื่อความยั่งยืนกับ “ลอมบาร์ด โอเดียร์” (Lombard Odier) สถาบันการเงินที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ ในฐานะพันธมิตรที่ปรึกษาที่จะช่วยในการกำหนดยุทธศาสตร์และพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Investment) ตามหลักมาตรฐานสากล


เสริมความแข็งแกร่งให้ KAsset ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านกองทุนรวมของไทย โดยเฉพาะ “การลงทุนอย่างยั่งยืน” ที่นำมาใช้จริงอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมผลักดันอุตสาหกรรมกองทุนรวมไทยเติบโตทัดเทียมทั่วโลก


ก้าวย่างที่สำคัญนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นสู่การเดินทางบทใหม่ของ “KAsset” ยังไง? ตามทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัพเดทพร้อมๆ กันได้เลย


KAsset” จับมือพันธมิตรระดับโลก “Lombard Odier” มุ่งสู่การลงทุนที่ยั่งยืน ตอกย้ำผู้นำกองทุนรวมไทย

ความร่วมมือนี้มีมานานแล้วในระดับแบงก์ โดย “ขัตติยา อินทรวิชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย มองว่า สถาบันการเงินมีบทบาทในการเป็นต้นน้ำของระบบเศรษฐกิจ “ธนาคารกสิกรไทย” จึงมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนธุรกิจบนหลักการ “ธนาคารแห่งความยั่งยืน” (Bank of Sustainability) อย่างต่อเนื่อง และส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย รวมทั้งมีการดำเนินการที่ต่อเนื่องและเป็นรูปธรรมในการผลักดันการขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ให้สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง รวมทั้งมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์


“ธนาคารกสิกรไทยจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เห็นความร่วมมือด้านการลงทุนอย่างยั่งยืนระหว่าง KAsset และ Lombard Odier ที่ต่างก็ให้ความสำคัญในด้านความยั่งยืน และเป็นพันธมิตรกันมาอย่างยาวนาน นำไปสู่การยกระดับการนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนไปอีกขั้น เพื่อส่งมอบผลตอบแทนที่เติบโตในระยะยาวแก่นักลงทุน และสร้างโลกที่ยั่งยืนไปด้วยกัน”



ทางด้าน “อูแบร์ เคลเลอร์” Senior Managing Partner, Lombard Odier มองว่า การเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ยังถือเป็นเรื่องที่ตลาดประเมินไว้ต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะการเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืนนั้น ต้องเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำธุรกิจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การพัฒนาโมเดลทางธุรกิจ การผลิต ไปจนถึงการส่งมอบสินค้าและบริการสู่ผู้บริโภค ซึ่งจะก่อให้เกิดโอกาสการลงทุนอีกมหาศาล


“เราในฐานะผู้บริหารการจัดการลงทุน มุ่งสร้างความไว้วางใจเพื่อช่วยนำทางให้นักลงทุน และสร้างความเข้าใจให้ทราบถึงความสัมพันธ์ระหว่างการลงทุนภายใต้เศรษฐกิจ Net Zero อีกทั้งเรายังมีความพร้อมในการเป็นที่ปรึกษาด้านการลงทุนอย่างยั่งยืน ทั้งเรื่องการแสวงหาโอกาสการลงทุนที่เกิดขึ้นตามเทรนด์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปภายใต้การบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม ตามปรัชญาการให้บริการของ Lombard Odier ที่มุ่งเน้น การคิดใหม่ ในการจัดสรรเงินลงทุน”


“การลงทุนแบบยั่งยืน” เป็นหนึ่งใน “ทางเลือก-ทางรอด”...ที่นักลงทุนควรมีในพอร์ต

“อดิศร เสริมชัยวงศ์” ประธานกรรมการบริหาร บลจ.กสิกรไทย บอกว่า ปัจจุบันบริษัทมีพอร์ตการลงทุนอย่างยั่งยืนประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้าจะเพิ่มเป็น 3 – 4 หมื่นล้านบาท ในอีก 3 ปีข้างหน้าความร่วมมือกับ Lombard Odier ซึ่งเป็นบริษัทจัดการลงทุนชั้นนำระดับโลกของสวิสเซอร์แลนด์ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนอย่างยั่งยืน มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 227 ปี ผ่านวิกฤตทางการเงินมาถึง 40 ครั้ง ก็ยังยืนหยัดอยู่ในตลาดการลงทุนของโลกถึงปัจจุบันด้านประสบการณ์ลงทุนไม่ต้องสงสัยแต่ประการใด และยังเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญในเรื่องการลงทุนอย่างยั่งยืนในทุกมิติของการลงทุน การเป็นพันธมิตรในครั้งนี้จะช่วยเสริมศักยภาพให้ KAsset สามารถนำมาปรับใช้ในกระบวนการจัดการกองทุนทั้งหมดภายใต้การบริหาร รวมถึงกองทุนที่มีกลยุทธ์ด้าน ESG ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านกองทุนรวมของไทย พร้อมช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมกองทุนรวมไทยมีพัฒนาการด้านการลงทุนที่ยั่งยืนเติบโตทัดเทียมประเทศที่พัฒนาแล้วทั่วโลก


“การลงทุนอย่างยั่งยืน เป็นทางเลือก-ทางรอดหนึ่งในการลงทุน เป็นจุดเริ่มต้นเพื่อสร้างความตระหนักต่อเรื่องของสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือว่ายังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านในภาพรวมในเรื่องของ ESG ที่บริษัททั่วโลกกำลังนำมาปรับใช้กัน ดังนั้น ในแง่ของผลตอบแทนจากการลงทุนในรูปแบบของ ESG กับการลงทุนโดยทั่วไปในปัจจุบันอาจจะยังไม่เห็นความแตกต่างที่ชัดเจนมากนัก แต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับนักลงทุนที่จะหันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนอย่างรับผิดชอบและร่วมสนับสนุนให้โลกน่าอยู่ ในพอร์ตการลงทุนอาจจะแบ่งเงินบางส่วนกระจายมาลงทุนแบบ ESG มากน้อยตามความเข้าใจและความสามารถในการรับความเสี่ยงของแต่ละคน ให้มองเป็นเรื่องของ การจัดสรรเงินลงทุน (Asset Allocation) มากกว่า เพราะการลงทุนใน ESG ก็มีมิติในเรื่องของความเสี่ยงเช่นเดียวกัน”



“การลงทุนอย่างยั่งยืน” เป็น
Megatrend ของโลก

เช่นเดียวกับ “วินเซนต์ มาเนียนาต์” Limited Partner, Asia Regional Head and Global Head of Strategic Alliances, Lombard Odier ที่มองว่า “การลงทุนอย่างยั่งยืน” (ESG) เป็น Megatrend ของโลก โดยมีปัจจัยที่สนับสนุนที่สำคัญ ได้แก่ 1) การเปลี่ยนแปลงการลงทุนไปสู่ Asset Class ใหม่ๆ ซึ่ง “ความยั่งยืน” เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่จะทำให้นักลงทุนบรรลุเป้าหมายทางการเงินของตัวเองได้ 2) การโยกย้ายความมั่งคั่งจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งประมาณว่ามีขนาดประมาณ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งหนึ่งในเรื่องที่ต้องนึกถึงคือเรื่องของความยั่งยืน 3) โครงสร้างประชากรในเอเชียมีชนชั้นกลางที่มากขึ้น ทั้งในไทยและฟิลิปปินส์นี่ยังไม่นับรวมในจีนและอินเดีย ซึ่งทาง “Lombard Odier” กับ “KBank” ได้วางรากฐานให้กับนักลงทุนกลุ่มนี้ผ่าน Private Banking มานานกว่า 9 ปีแล้ว โดยเฉพาะเรื่องของความยั่งยืน และ 4) ซึ่งถือเป็นหัวใจเลย คือ การตระหนักและให้ความสำคัญในเรื่องของความยั่งยืนของทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ภาครัฐ ผู้ออกกฎกติกา ผู้ประกอบการ หรือนักลงทุน เป็นต้น


“เราพบว่านักลงทุนไทยมีความตระหนักรู้ในเรื่องการลงทุนอย่างยั่งยืนมากกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย ด้วยประสบการณ์ด้านการลงทุนที่สั่งสมมากว่า 227 ปีของ ‘Lombard Odier’ เราจึงพร้อมส่งมอบองค์ความรู้และประสบการณ์ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการลงทุนที่ยั่งยืนให้ ‘KAsset’ สามารถพัฒนากระบวนการและผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับเป้าหมาย Net Zero ได้อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งนี้ การตระหนักรู้ทั้งของผู้ประกอบการ ตลอดจนเม็ดเงินลงทุนที่จะไหลเข้ามา เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการลงทุนอย่างยั่งยืนให้เติบโต ทำให้ ‘ESG’ เป็น Megatrend ของโลกได้อย่างแท้จริง


“กองทุน
ESG” มีโอกาสเติบโตอีกมากทั้งในระดับโลก & ในไทย

ทางฝั่ง “สุรเดช เกียรติธนากร กรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย เห็นเช่นเดียวกัน โดยมองว่า “การลงทุนอย่างยั่งยืน” ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก “การลงทุน ESG” ทั่วโลกมีสัดส่วนประมาณ 14% ของเงินลงทุนทั้งหมด ในไทยเองมีประมาณ 1.3% เท่านั้น ในอีก 2 ปี คาดสัดส่วนการลงทุน ESG จะเพิ่มเป็น 21% ในขณะที่ไทยยังมีโอกาสเติบโตอีกมากหากดูจากดสัดส่วนการลงทุนในโลก ปัจจุบัน KAsset มีกองทุนที่ได้รับความเห็นชอบให้เป็น “กองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน” (SRI Fund) จำนวน 6 กองทุน และครองส่วนแบ่งการตลาดเป็น “อันดับ 1 ด้วยมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 79% ของทั้งอุตสาหกรรม (ที่มา: สำนักงาน ก.ล.ต. ณ 31 ม.ค. 24) ปัจจุบัน KAsset” มีการลงทุนใน ESG ประมาณ 2% ของ AUM แต่ก็ยังมากกว่าภาพรวมของไทย


“การลงทุนอย่างยั่งยืน เป็น S-Curve ที่อยู่ในช่วง Mass Scale  ผู้ประกอบการเริ่มนำมาใช้และเห็นชัดเจนมากขึ้นในกระบวนการผลิตสินค้าและบริการ Scale การใช้ก็เติบโตมากขึ้นเช่นกัน การที่เราไปลงทุนในบริษัทที่ให้ความสำคัญในเรื่องของ ESG ก็จัมีโมเมนตัมที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ก็อยากชักชวนทุกบลจ.ที่มีการลงทุนอย่างยั่งยืนมาจดทะเบียนเป็น SRI Fund ให้มากขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับสังคมในวงกว้าง แต่ยอมรับว่ากลุ่มกองทุน ‘ESG’ ในไทยปัจจุบันมีหลายประเภท ทางก.ล.ต.กำลังจะปรับให้รวมกันและง่ายขึ้นในอนาคต”




K-TNZ-ThaiESG” ลงทุนเพื่อลด CO2 ตอบโจทย์เป้าหมาย Net Zero

ท้ายสุดเรื่องการลงทุนอย่างยั่งยืนไม่ใช่เรื่องที่เป็นนามธรรมจับต้องไม่ได้อีกต่อไป แต่มีการนำมาใช้จริงๆ ในเรื่องของการลงทุนที่สามารถประเมินผลออกมาเป็นตัวเลขที่จับต้องได้จริงๆ


โดย “ธิดาศิริ ศรีสมิต” Chief Investment Office บลจ.กสิกรไทย ยอมรับว่า การลงทุนอย่างยั่งยืนในบางครั้งก็ยากที่จะจับต้องอย่างเป็นรูปธรรมได้ แต่หนึ่งในเรื่องของ ESG ที่สามารถประมวลผลแล้วจับต้องได้ในแง่ของตัวเลขก็คือ เรื่องของการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) นั่นเอง ซึ่งการลงทุนอย่างยั่งยืนไม่ใช่เพิ่งเริ่มทำแต่เราทำต่อเนื่องมายาวนานกว่า 10 ปีแล้ว โดยในส่วนที่เป็นความร่วมมือระหว่าง “KAsset” กับ “Lombard Odierในเรื่องการลงทุนอย่างยั่งยืน มี 2 กองทุนด้วยกัน ได้แก่


1) “K-PLANET” ลงทุนหุ้นคุณภาพทั่วโลกที่ร่วมแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ Climate Change บริหารโดย Lombard Odier


2) “K-TNZ-ThaiESGลงทุนในหุ้นดัชนี SET100 ที่มีการบริหารจัดการด้านการลด CO2 ซึ่งเป้าหมายพอร์ตเพื่อลดการปล่อย CO2 (carbon emission) ต่ำกว่าดัชนีเทียบวัด แต่ยังคงสร้างผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับดัชนี SET100 ซึ่ง KAsset” บริหารเอง โดยมี “Lombard Odierเป็นที่ปรึกษา


“ตัวเลขปัจจุบัน K-TNZ-ThaiESG สามารถลดการปล่อยก๊าซ CO2 ต่ำกว่าดัชนีเทียบวัดประมาณ 40% อย่างไรก็ตามเราต้องพยายามเราต้องพยายามสร้างสมดุลระหว่าง Carbon Emission และเป้าหมายผลตอบแทนให้ได้ด้วยเช่นกัน แต่นักลงทุนที่สนใจและอยากมีส่วนร่วมในการลดโลกร้อนก็สามารถลงทุนกับเราผ่านกองทุนนี้ได้เช่นกัน”


นี่คือก้าวย่างที่สำคัญของ “KAsset” ความร่วมมือด้านการลงทุนอย่างยั่งยืนระหว่าง KAsset และ Lombard Odier จึงเป็นอีกบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของ KAsset ที่ต้องการส่งเสริมให้ผู้ลงทุนไทยตระหนักและเห็นความสำคัญกับการลงทุนที่ยั่งยืน และเป็นอีกแรงผลักดันในการขับเคลื่อนผู้มีส่วนได้เสียจากทุกภาคส่วนในประเทศตามหลักการแห่งความยั่งยืน ครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) รวมถึงสอดรับกับเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทยในระยะยาว

โต๊ะกองทุน WealthyThai