Official Update :

คำถามถึง “ก.ล.ต. ไทย” ในสนาม “Crypto”…“รอบคอบ” หรือ “ไม่ทันเกมส์” เตือน “นักลงทุนสาย Crypto” ลงทุนช่องทางไหน ก็ “เสี่ยงไม่ต่างกัน” !!!

สาระ Fund วันละนิด: Cryptocurrency” หรือ Crypto” ถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ดิจิทัลที่มาแรงแซงสินทรัพย์ดั้งเดิมขึ้นมาแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัว


แม้จะมีบางมุมมองที่เห็นต่างไปบ้าง ไม่เชื่อว่านี่คือ “ของจริง” และจะล่มสลายกลายเป็นอากาศธาตุไปในที่สุดก็ตาม แต่วันนี้เสียงนักลงทุนที่ชื่นชอบส่วนใหญ่ก็ยังคงมั่นใจและลงทุนกันอย่างกว้างขว้าง


ล่าสุดเมื่อต้นปี วันที่ 10 ม.ค. 2024 ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ” (SEC) หรือ “ก.ล.ต. สหรัฐ” ได้ประกาศอนุมัติให้ Bitcoin ETF ที่จดทะเบียนในสหรัฐเป็นหลักทรัพย์ที่ถูกกฎหมายไปเรียบร้อยแล้ว เหมือนรับรองสถานภาพของสินทรัพย์ประเภทนี้ไปกลายๆ


ส่วนในไทย ยังคงต้องรอทาง “ก.ล.ต. ไทย” พิจารณาอนุมัติกันอีกครั้งก่อนว่าจะไฟเขียวให้กองทุนไทยไปลงทุนใน Bitcoin ETF ได้หรือไม่?


แต่นักลงทุนไทยไม่ต้องตกใจไป เพราะปัจจุบันถ้าคุณสนใจจะลงทุนใน Crypto” นั้น สามารถทำได้ง่ายๆ อยู่แล้ว 3 ช่องทาง ไม่ว่าจะผ่าน “โบรกเกอร์” ที่ให้บริการ หรือเทรดผ่าน “กระดานซื้อขาย Crypto” ก็ทำได้ หรือจะใช้บริการของ “บริษัทที่ให้บริการจัดการเงิน Crypto” ให้เขาบริหารให้ก็ได้เช่นกัน


แล้วช่องทาง “บลจ.” ผ่านกองทุนหายไปไหน? ต้องใจเย็นๆ วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกัน


เปิด 3 ช่องทาง “นักลงทุนไทย”...ลุย “
Crypto” ง่ายๆ...หวัง “ก.ล.ต.” คุ้มครองนักลงทุนให้ทั่วถึง

“การปกป้องผู้ลงทุน” ถือเป็นหนึ่งในพันธกิจที่ทางสำนักงานก.ล.ต.ต้องคำนึงถึง แน่นอนว่า Crypto” จัดเป็นสินทรัพย์เสี่ยงสูงมาก (ไม่ใช่สูงธรรมดา) และถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “สินทรัพย์ทางเลือก” (Alternative Investment) ที่โลกการลงทุนระดับโลกยังเสียงแตก ที่ชื่นชอบก็มี ที่ไม่ชอบก็มี ที่มองเป็นอนาคตก็มี ที่มองเป็นภาพลวงตาที่รอวันสิ้นสุดก็มี เป็นต้น เรียกว่า “เสียงไม่เอกฉันท์” ก็ต้องเข้าใจทางสำนักงานก.ล.ต. ของไทยด้วยเช่นกัน เพราะกว่าก.ล.ต. สหรัฐจะไฟเขียวรับรองให้จัดตั้ง Bitcoin ETF ที่เป็น Spot ได้ก็ลุ้นกันจนราคา Bitcoin “รุ่ง” และ “ร่วง” กันไปหลายรอบ


“ตอนราคา Bitcoin พุ่ง อะไรก็ดูดี เหมือนเวลาหุ้นขึ้น ตลาดว่า ไม่มีข่าวร้าย แต่ต้องไม่ลืมเวลามันตก ก็เช่นกัน ยามนั้นคงไม่มีข่าวดี แล้วขึ้น-ลงของ Crypto นี่ ลงที่หมดเนื้อหมดตัวกันได้ในไม้เดียว ซึ่งมีให้เห็นกันมาแล้ว ก็เข้าใจหัวอกสำนักงานก.ล.ต. อยู่เช่นกัน”


“บลจ.” ที่สนใจจะจัดตั้งกองทุนไปลงทุนใน Bitcoin ETF ในต่างประเทศ ก็จำเป็นต้องรอไปก่อน อยู่ในระหว่างพิจารณา และเบื้องต้นถ้าอนุญาตให้ลงทุนได้ จะจำกัดสัดส่วนไว้ “ไม่เกิน 20%” ของ NAV เท่านั้น (แล้วมันจะเป็นกองทุน Bitcoin ETF ยังไงนั่น)


ที่สำคัญจำกัดให้ทำได้เฉพาะกลุ่มลูกค้า “กองทุนส่วนบุคคล” หรือ “กองทุนรวมที่ขายให้นักลงทุนรายใหญ่ที่มีความมั่งคั่ง” (UI) เท่านั้น เพราะเป็นสินทรัพย์ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงมาก



แล้วนักลงทุนที่สนใจอยากลงทุนใน Crypto” จะทำไงล่ะ?


ไม่ต้องรอ “บลจ.” ตั้งกองทุน Bitcoin ETF ไม่ต้องรอรวยแล้วค่อยลงทุน เพราะทุกวันนี้นักลงทุนทั่วไปก็ลงทุนใน Crypto” ได้อยู่แล้ว จะ Bitcoin ETF หรือ Crypto มีให้เลือกลงทุนได้อยู่แล้วนะ เงินเริ่มต้นหลักพันบาทก็ลงทุนได้แล้ว


“โบรกเกอร์” ที่ให้บริการ ก็มี ใครสนใจไปเปิดพอร์ตก็ลงทุนได้เลย เดี๋ยวนี้สะดวกผ่านแอพกดลงทุนผ่านปลายนิ้ว ชิลๆ ไปเลย หรือจะไปลงทุนผ่าน “กระดานซื้อขาย Cryto” ที่เปิดให้บริการหลากหลายเจ้าก็สามารถทำได้ หรือใครที่แอพ True Money ปัจจุบันก็ลงทุนใน Crypto ได้เช่นกัน เพื่อให้นักลงทุนทั่วไปเข้าถึงได้สะดวกง่ายดายยิ่งขึ้น


Crypto” คึกคัก ใช้กลยุทธ์ Trigger จูงใจ ชูผลตอบแทนสูง 20 – 30% ใน 6 เดือน

ล่าสุดก็มี “บริษัทที่ให้บริการเป็นผู้จัดการเงินทุน Cryto” แตกไลน์มาให้บริการนักลงทุนที่อาจไม่สะดวกลงทุนเอง ก็ใช้บริการได้ ล่าสุดมาในกลยุทธ์ Trigger ลุ้นไปเลย ผลตอบแทน 20 – 30% ใน 6 เดือน คล้ายๆ กับกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ของฝั่งบลจ. แต่ดูตัวเลขผลตอบแทนที่เป็นเป้าหมายแล้ว ทิ้งห่างกันหลายช่วงตัว ลงทุนขั้นต่ำเพียง 10,000 บาท ลงทุนง่าย สบายมาก


“แต่สไตล์ Trigger ต้องไม่ลืมว่า ไม่ถึงเป้าก็มี ขาดทุนก็มี ไม่ใช่มันจะถึงเป้าหมายไปได้ตลอด ให้มองดูตัวอย่าง Trigger Fund ของกองทุนไว้บ้างก็ดี เพราะท้ายที่สุดไม่ว่าจะไปลงทุนใน Crypto ผ่านช่องทางไหน ความเสี่ยงในสินทรัพย์นี้นักลงทุนเองก็ต้องรับไปเต็มๆ ไม่แตกต่างกันนะ”


“บลจ.” สุดงง
!!!...ยังตั้งกองทุน “Bitcoin ETF” ไม่ได้ แต่นักลงทุนลุย “Cryto” เองกันเรียบร้อยแล้ว

ด้าน “พจน์ หะริณสุต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ มองว่า ปัจจุบันนักลงทุนสามารถลงทุนใน Cryptocurrency” หรือ Bitcoin ETF” ได้อยู่แล้ว ที่สำคัญเป็นนักลงทุนทั่วไปด้วย ทางฝั่งบลจ.เองก็อยากเป็นทางเลือกให้กับนักลงทุนเช่นกัน อยากตั้งกองทุนที่ลงทุนใน Bitcoin ETF ได้ 100% หรือลงทุนใน Crypto ได้ 100% ให้ชัดไปเลยว่าเป็นกองทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้ แต่ก็ไม่ได้ ทั้งที่นักลงทุนทั่วไปก็ลงทุนกันได้ในปัจจุบัน แต่เราทำเราขายเฉพาะ “รายใหญ่” ด้วย มีผู้จัดการกองทุนมาช่วยดูแลบริหารจัดการให้ แต่ปัจจุบันทางสำนักงานก.ล.ต. ก็ยังอยู่ระหว่างพิจารณา


(พจน์ หะริณสุต)


“ที่ไม่เข้าใจ คือ ทำไมกองทุนไปลงทุนไม่ได้ ทั้งที่ปัจจุบันนักลงทุนไทยทั่วไปก็ลงทุนกันได้ แล้วใครจะไปดูแลคุ้มครองนักลงทุนเหล่านั้น โอเค...ในแง่ความเสี่ยงของการลงทุนนักลงทุนก็ต้องรับความเสี่ยงด้วยเช่นกัน เพราะจะลงทุนช่องทางไหนก็ไม่ต่างกัน แต่ก็อยากเป็นหนึ่งในทางเลือกให้กับนักลงทุนไทยเท่านั้นเอง”


นักลงทุนไทย “บิด ไม่คอย” แล้ว แต่กองทุนไทยยังต้อง “บิด คอย” ไปพรางๆ ก่อน ก็ทำให้เกิดคำถามตามมาถึง “การคุ้มครองนักลงทุนไทย” ที่ลงทุนในสินทรัพย์กลุ่ม Crypto นี้ สุดท้ายจะยังไง เพราะดูแล้วก็ย้อนแย้งอยู่พอสมควรเลยทีเดียว คงต้องฝากคำถามไปถึง “สำนักงานก.ล.ต.” ให้ช่วย “วิสัชนา” ถึงนักลงทุนไทยที่ชื่นชอบและไม่ชื่นชอบสินทรัพย์ในภาพรวมด้วยเช่นกัน เพราะมาแนวนี้...บอกเลยว่า ออกอาการ “งงมาก”

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’