Official Update :

“UOBSA” โฟกัสการลงทุน "หุ้นเอเชีย"...ภูมิภาคแห่งการเติบโต !!!

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง กองทุนติดดาว กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม Asia Pacific Ex Japan ที่เน้นลงทุน “หุ้นเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น)” เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาวของผลตอบแทน


หากพูดถึงตลาดหุ้นต่างเทศที่มีความน่าสนในช่วงนี้ นักลงทุนส่วนใหญ่ก็อาจจะไปโฟกัสในตลาดหุ้นอย่าง สหรัฐฯ และ ญี่ปุ่น ด้วยการปรับตัวของดัชนีที่มีความโดดเด่นกว่ากลุ่มประเทศอื่นๆ


แต่ขณะเดียวกัน ยังมีจุดที่น่าสนใจอื่นอย่าง “กองทุนรวมหุ้นเอเชีย” ของบริษัทจัดการกองทุน ที่ผลตอบแทนปรับตัวขึ้นมาทีละน้อยจนสามารถเกาะกลุ่มตลาดหุ้นที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีเช่นกัน


หนึ่งในนั้นก็คือ “กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท เอเชีย” หรือ “UOBSA กองทุนที่สร้างความประหลาดใจให้เช่นกัน ด้วยผลตอบแทนนับตั้งแต่ต้นมาถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 28 มี.ค. 67) ที่ปรับตัวขึ้นกว่า 14.68% แล้ว ไม่น้อยหน้าตลาดอื่นๆ ที่ขึ้นมาโดดเด่นในปีนี้เลยทีเดียว


ดังนั้น ทาง ‘Wealthy Thai’ จะขอนำกองทุนรวมดังกล่าวมาพูดถึงกันในครั้งนี้ พร้อมกับรายละเอียดและจุดที่น่าสนใจเพิ่มเติมมาเสนอให้แก่นักลงทุนและผู้อ่าน



“UOBSA” ลุย “หุ้นเอเชีย” ภูมิภาคแห่งการเติบโต

สำหรับ UOBSA เป็นกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศที่จะกระจายการลงทุนใน “เอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น)” ผ่านหน่วยลงทุนต่างประเทศแบบฟีดเดอร์ฟันด์หรือลงทุนในกองทุนต่างประเทศเพียงกองทุนเดียวเป็นหลัก และยังเป็นกองทุนที่ “มอร์นิ่งสตาร์” ยกให้เป็น “กองทุน 5 ดาว” อีกด้วยเช่นกัน


ในส่วนรายละเอียดของกองทุนนั้น ก็ได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2550 ซึ่งจนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 28 มีนาคม 2567) ก็มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิหรือขนาดของกองอยู่ที่ 695,338,792 บาท และมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 11.78 บาทต่อหน่วย


หลังจากที่เราพูดข้อมูลเบื้องต้นของกองไปพอสมควร ก็จะพาไปรู้จักถึงนโยบายการลงทุนหลักหรือกองทุนหลักของกอง UOBSA ก็คือ United Asia Fund ที่จะเน้นลงทุนในหุ้นเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น)  โดยเฉพาะ เอเชียเหนือ ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่เป็นผู้ผลิตและส่งออก “ชิป” ที่เป็นหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีใหม่ของโลก รวมถึงหุ้นที่น่าสนใจใน กลุ่มอาเซียนที่มีศักยภาพในการเติบโตที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน



หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘UOBSA’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ


สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 29 ก.พ. 24) มีการการกระจายน้ำหนักการลงทุนแบ่งเป็นรายประเทศ 5 อันดับที่มีมูลค่าลงทุนสูงสุด ประกอบไปด้วย

  • ไต้หวัน 35%

  • อินเดีย 15%

  • จีน 17%

  • เกาหลีใต้ 72%

  • มาเลเซีย 31%


“โดย 3 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ประกอบด้วย Financials 25.34%, Information Technology 16.01% และ Consumer Discretionary 12.75% ตามลำดับ”



“ด้านผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุน UOBSA ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 29 ก.พ. 24) มาเฉลี่ยอยู่ที่ 0.86% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 4.37% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเองก็เฉลี่ยอยู่ที่ 18.10% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 17.53% ต่อปี) ทั้งนี้ตั้งแต่ทางกลุ่มยูโอบีนำเทคโนโลยี ‘AI-ML Process’ มาผสานการทำงานร่วมกับคน ‘Human’ อย่างสมดุล จะพบว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ผลงานของกองทุนปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนเลยทีเดียว อย่างไรก็ดีกองทุนก็เคยมีขาดทุนที่ค่อนข้างรุนแรงเช่นกันโดยในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -31.39%


เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ไม่กำหนด

โดยนักลงทุนที่สนใจการลงทุนใน UOBSA ก็สามารถใช้เงินลงทุนได้อย่างอิสระ เนื่องจากเงื่อนไขของมูลค่าขั้นตํ่าของ “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ทางบลจ. “ไม่ได้มีข้อกำหนด” เช่นเดียวกันกับเงื่อนไขการขายผู้ลงทุนสามารถทำได้อิสระ ซึ่งมีระยะเวลาในการรับเงินค่าขายภายใน 5 วันทําการหลังจากวันทํารายการขายคืน (T+5)



ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) จํากัด ทุกสาขาและตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นหรือช่องทางออนไลน์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น UOBAM Invest


รายละเอียดเบื้องต้นของ ‘UOBSA’ ที่เรายกมาในครั้งนี้ ก็คงจบกันไปเท่านี้ แต่ก็ยังมีข้อมูลที่หลายๆอย่างที่น่าสนใจและข้อมูลด้านอื่นที่นักลงทุนจะต้องใช้การประกอบการตัดสินใจเฉพาะ ซึ่งนักลงทุนหรือผู้อ่านที่สนใจก็ยังคงไปติดตามหรือสืบค้นข้อมูลต่อกันได้จากกองทุนดังกล่าว ซึ่งเป็นอีกกองทุนที่จะพาคุณเปิดประตูสู่การลงทุนใน เอเชียภูมิภาคที่มีการเติบโตสูงแห่งนี้นั่นเอง


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม