Official Update :

ถึงเวลา “หุ้นยุโรป” ! ถูกสุด “กลุ่มตลาดพัฒนาแล้ว”... ในขณะ “กำไรบจ.” โมเมนตัมบวก ฟื้นตามศก. !!!

ลายแทงกองทุน: หุ้นกลุ่ม “ตลาดพัฒนาแล้ว” (Developed Market) ทั้ง “สหรัฐ” และ “ญี่ปุ่น” ต่างปรับตัวขึ้นมาอย่างร้อนแรงในช่วงที่ผ่านมา จนปัจจุบันมูลค่าตลาดก็ถือว่า “ไม่ถูก” อยู่ในโซนแพง (แต่อาจจะแพงได้อีก)


ตรงข้ามกับ “หุ้นยุโรป” อีกหนึ่งตลาดพัฒนาแล้วที่ปัจจุบันยัง “ถูก” มี Forward P/E 12 เดือนข้างหน้าเพียง 13.9 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 14.6 เท่า ที่สำคัญยังถูกกว่า “หุ้นไทย” อีกด้วย (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 5 เม.ย. 24)


โดยปีนี้ “หุ้นยุโรป” ก็แอบบวกขึ้นมาเงียบๆ +5.8% เช่นเดียวกับตลาดที่มุมมองเป็นบวกต่อทิศทางการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนที่คาดว่าจะโตได้ 4% และ 10% ในปี2024 และ2025 ตามลำดับ


ตามทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ทาง “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) คาดว่าจะโตได้ 0.9% และ 1.7% ในปี2024 และ 2025 ตามลำดับ (ที่มา: World Economic Outlook, January 2024)


นี่จึงทำให้ “หุ้นยุโรป” กลับมาอยู่ในเรดาร์ของนักลงทุนทั่วโลกอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มชะลอตัว ยุโรปถูกมองว่ากำลังตามรอยหุ้นสหรัฐในอดีตมาติดๆ


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดเอา 4 “กองทุนเด่น” ในธีม “หุ้นยุโรป” ที่น่าสนใจมาฝากกัน


เปิด 4 "กองทุนเด่น" ธีมหุ้นยุโรป…รับสัญญาณฟื้นตัว

สำหรับ 4 “กองทุนเด่น” ที่คัดมาในครั้งนี้ เป็น Feeder Fund ทั้ง 4 กอง เป็น Passive Fund 1 กอง และ Active Fund อีก 3 กอง ซึ่งลงทุนในกองทุนหลักที่แตกต่างกันออกไป ประกอบด้วย


- K-EUX: กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นยุโรป” ของบลจ.กสิกรไทย เป็นกลุ่ม “กองหุ้นยุโรป” (European Equity) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนให้มีผลตอบแทนตามดัชนี EURO STOXX 50 ที่ประกอบด้วยหุ้นที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดมากที่สุด 50 ตัวแรกในกลุ่มประเทศ Eurozone ผ่านกองทุนหลัก ‘iShares EURO STOXX 50 UCITS ETF (DE)’ ที่บริหารจัดการโดย BlackRock Asset Management Deutschland AG   



-
ถัดมาเป็น SCBEUROPE(A): กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยุโรป แอคทีฟ ชนิดสะสมมูลค่า” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ เป็นกลุ่ม “กองหุ้นยุโรป” (European Equity) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวจากการลงทุนในตราสารทุนและ depositary receipts (รวมถึง American Depositary Receipts (ADRs) และ European Depositary Receipts (EDRs)) ของบริษัทที่ตั้งอยู่ในทวีปยุโรป ผ่านกองทุนหลัก ‘Morgan Stanley Investment Funds - Europe Opportunity Fund’ ที่บริหารจัดการโดย Morgan Stanley Investment Management


- มาต่อกันด้วย ONE-EUROEQ: กองทุนเปิด วรรณ ยูโรเปี้ยน อิควิตี้ของบลจ.วรรณ เป็นกลุ่ม “กองหุ้นยุโรป” (European Equity) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นบริษัทยุโรป” ที่พิจารณาแล้วเห็นว่ามีแนวโน้มการเติบโตในระดับที่น่าสนใจในช่วงระยะเวลา 3 - 5 ปี โดยการเติบโตดังกล่าวไม่สะท้อนในราคาซื้อขายหุ้นของบริษัทนั้น ผ่านกองทุนหลัก Eleva European Selection Fund Class I (EUR) acc’ ที่บริหารจัดการโดย ELEVA Capital



- ปิดท้ายด้วย ABEG: กองทุนเปิด อเบอร์ดีน ยูโรเปี้ยน ซัสเทนเนเบิล เอคควิตี้ ฟันด์” ของบลจ.อเบอร์ดีน เป็นกลุ่ม “กองหุ้นยุโรป” (European Equity) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่าเงินลงทุนในระยะยาว โดยจะลงทุนอย่างน้อย 2 ใน 3 ของพอร์ตการลงทุนในหุ้นบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งในทวีปยุโรปอย่างมีนัยสำคัญ หรือในบริษัทโฮลดิ้งที่ถือหุ้นในบริษัทดังกล่าว ผ่านกองทุนหลัก abrdn SICAV I - European Sustainable Equity Fund Z Acc EUR’ ที่บริหารจัดการโดย abrdn Investments Luxembourg S.A.    


“หุ้นยุโรป” เป็นอีกหนึ่งตลาดหุ้นพัฒนาแล้วที่ราคายัง “ถูก” และมีบริษัทจดทะเบียนที่เป็น Global Stock ที่มีรายได้จากทั่วโลกให้เลือกลงทุนมากมายไม่ต่างกันกับ “หุ้นสหรัฐ” หรือ “หุ้นญี่ปุ่น” สำหรับนักลงทุนที่ไม่ชอบของแพง และมองหาโอกาสการลงทุนที่น่าจะฟื้นตัวกลับมาได้หลังจากนี้ เชื่อว่า “หุ้นยุโรป” ก็เป็นอีกตลาดที่น่าสนใจเลยทีเดียว ซึ่ง 4 “กองทุนเด่น” ที่คัดมาในครั้งนี้ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์นักลงทุนผู้สนใจได้ไม่มากก็น้อย


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’