“Conservative Allocation” กองผสมเสี่ยงต่ำ...ตอบโจทย์คนรับความเสี่ยงได้น้อย !!!

Conservative Allocation” อีกหนึ่งกองทุนรวมผสมที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับกองทุนผสมประเภท Allocation เพียงแต่ว่ากองทุนดังกล่าวนั้นมีสัดส่วนในลงทุนในหุ้นที่ค่อนข้างต่ำกว่าประเภทอื่น โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่เกิน 25%’ ของ NAV


จึงเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงในเรื่องความผันผวนค่อนข้างต่ำ แต่ด้วยสัดส่วนการลงทุนในหุ้นที่ไม่สูงมากนัก ก็ทำให้ไม่ได้รับความน่าสนใจจากนักลงทุนมากนัก


เพราะผลตอบแทนเมื่อกับในกลุ่มเดียวกันนั้น คงต้องยอมรับว่าไม่ได้มีความโดดเด่นหรือความเซ็กซี่นัก จึงทำให้ไม่ได้ถูกนักงลงทุนคัดเลือกเป็นทางเลือกแรกๆ


แต่ในช่วง “ดอกเบี้ยต่ำติดดิน” และ “ตลาดหุ้นผันผวน” เช่นนี้ ก็มีเม็ดเงินจำนวนไม่น้อยไหลเข้ากลุ่มดังกล่าว ด้วยความกังวลของนักลงทุนที่มีตลาดจึงทำให้ถูกหยิบยกเป็นตัวเลือกขึ้นมาอีกครั้ง


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของกอง “Conservative Allocation” ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน มาแชร์ให้แก่ผู้ที่สนใจและคนอ่านกันในครั้งนี้



“กอง
FCF” แชมป์กลุ่ม ‘Conservative Allocation’ โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 11.93%

สำหรับ Conservative Allocationเหมาะกับนักลงทุนที่ไม่ต้องการรับความเสี่ยงในหุ้นมากนัก เพราะจำกัดไว้เฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่เกิน 25%’ ของ NAV อยู่แล้ว และอยากได้ผลตอบแทนที่ดีขึ้นกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจเลยทีเดียว        


สำหรับกองทุนที่มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นที่สุด มีชื่อว่า “กองทุนเปิด เฟลกซิเบิ้ล คอร์ปอเรท” หรือ  FCF” จาก บลจ.วรรณ ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 17 พ.ค. 64) ที่ 11.93%


“ซึ่งตัวนโยบายของกองทุนนั้น จะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารแห่งทุน หรือเงินฝาก ทั้งภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ หรือภาคเอกชนที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสม ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด”


โดยกองทุนจะมีสัดส่วนในการลงทุนในตราสารแห่งหนี้  ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารแห่งทุน สำหรับแต่ละประเภทในสัดส่วนตั้งแต่ 0 ถึง 100 % ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งการลงทุนดังกล่าวพิจารณาถึงความจำเป็นของการจัดหาหรือเลือกสรรวิธีการป้องกันความเสี่ยงอันเกิดจากความผันผวนในอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ทั้งนี้เพื่อผลตอบแทนที่ดีเป็นหลัก


อันดับถัดมาจาก บลจ.เอ็มเอฟซี ที่มีชื่อว่า “กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี แฮปปี้ อินคัม พลัส (MIPLUS)” ด้วยผลตอบแทน 7.95%

“ซึ่งกองทุนมีนโยบายการลงทุนตั้งแต่ตราสารทุน (หุ้น) ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝาก หน่วยลงทุนของกองทุนรวมกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยสัดส่วนจะมีตั้งแต่ 0 ถึง 100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งสัดส่วนการลงทุนดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ตามความเหมาะสมของสภาวการณ์ในแต่ละขณะ”





โดยกองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เสนอขายในต่างประเทศและเสนอขายในรูปสกุลเงินตราต่างประเทศในสัดส่วนไม่เกิน 79% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมไปถึงกองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนไม่เกิน 25% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุน


ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) และกองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้ บลจ.เดียวกันอีก (cascade investment)


อันดับที่ 3 เป็นอีกหนึ่งกองทุนที่มาจาก บลจ.เอ็มเอฟซี ในชื่อกองว่า “กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี เกษียณทวีสุข เพื่อการเลี้ยงชีพ (M-TWSUK RMF)” ด้วยผลตอบแทน 5.63%

“กองทุนมีนโยบายจะลงทุนใน ตราสารหนี้ ตราสารทุน เงินฝาก ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หน่วยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง โดยกองทุนจะลงทุนในตราสารทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หน่วยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกิน 30% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน”


ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted securities) แต่กองทุนจะไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง(Structured note) ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade)และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated securities)


“อนึ่ง กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) ขณะกองทุนลงทุนเท่านั้น”


อันดับต่อมา “กองทุนเปิดเค ไลฟ์สไตล์ 2520” หรือ K-2520” จาก บลจ.กสิกรไทย ด้วยผลตอบแทน 5.16%

“กองทุนมีนโยบายที่กระจายการลงทุนในหุ้น ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารแห่งหนี้ และหรือเงินฝาก โดยจะลงทุนในหุ้นไม่เกิน 45% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 25% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน  (Efficient Portfolio Management) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Notes) รวมไปถึงอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้บริษัทจัดการเดียวกันได้ไม่จำกัดอัตราส่วน”


สุดท้ายอีกหนึ่งกองทุนจาก บลจ.กสิกรไทย ที่มีชื่อว่า “กองทุนเปิดเค บาลานซ์เพื่อการเลี้ยงชีพ” หรือ  KBLRMF” ด้วยผลตอบแทน 4.81%

“ซึ่งเป็นกองทุน RMF ที่ลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ โดยลงทุนในหุ้นไม่เกิน 40% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ที่จะอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน  (Efficient Portfolio Management) รวมไปถึงลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้บริษัทจัดการเดียวกันได้ไม่จำกัดอัตราส่วน”


นักลงทุนที่อาจจะกลัวเรื่องความเสี่ยงอย่างการลงทุนกระจุกตัว กองทุนผสมเองก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีแม้ว่าผลตอบแทนอาจจะไม่ได้หวือหวามานัก แต่หากต้องการจะลดความเสี่ยงการลงทุนก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดี โดยเฉพาะกลุ่ม ‘Conservative Allocation’ ที่ถือว่ามีความเสี่ยงต่ำสุดในกลุ่มกองทุนผสมด้วย จึงเหมาะที่จะเป็นทางเลือกสำหรับคนไม่ชอบเสี่ยงมาก แต่ก็ต้องการผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝากได้ไม่มากก็น้อย

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
พันธบัตรสหรัฐฯ สำคัญอย่างไร? Bond Yield สหรัฐฯ พุ่ง “โอกาส” หรือ “ความเสี่ยง”
เมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
TU ฉลอง 10 ปี กลยุทธ์ “Sea Change” ชี้เชื่อมโยงการเงิน-ความยั่งยืนถึง 75% ลุยกุ้งคาร์บอนต่ำ ดัน Net Zero ในปี 2030
เมื่อ 1 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
SpaceX ฉีกธรรมเนียม IPO เคาะราคาขาย 135 ดอลลาร์ล่วงหน้า จำนวน 555.5 ล้านหุ้น ก่อนโรดโชว์ ตลาดจับตาราคาไฟนอล 11 มิ.ย. นี้
เมื่อ 13 นาทีที่แล้ว
Follow Us