Official Update :

“มอร์นิ่งสตาร์” มองตะวันออกกลางปัจจัยเสี่ยงหลัก “น้ำมันโลก”... แต่ราคามีโอกาส “ลง” มากกว่า” ขึ้น” มองสิ้นปีที่ 75 ดอลล์ ด้าน “กองทุนน้ำมัน” เขียวยกแผง ปีนี้บวกเฉลี่ย +16.49% !!!

สาระ Fund วันละนิด: ปีนี้เป็นอีกปีที่ดีสำหรับกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ หนึ่งในนั้นก็คือ “น้ำมัน” ที่ตั้งแต่ต้นปีมา WTI บวกไปแล้วกว่า +19% และยังมีแนวโน้มจะทรงตัวในระดับสูงเหนือ 80 ดอลลาร์/บาเรลได้ต่อเนื่อง หลังสถานการณ์ใน “ตะวันออกกลาง” ร้อน


จึงไม่น่าแปลกใจที่กลุ่ม “กองทุนน้ำมัน” เอง ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 8 กอง ก็ทำผลตอบแทนเขียวยกแผงตั้งแต่ 12.45 – 21.09% หรือเฉลี่ยบวกไปแล้ว +16.49% เลยทีเดียว


แต่นี่คือ “สินทรัพย์ทางเลือก” ที่สำคัญไปลงในสัญญาฟิวเจอร์สน้ำมัน WTI เป็นหลัก อาจไม่เหมาะกับนักลงทุนทุกคน แต่เป็นคนที่รับความเสี่ยงได้มากและมีความเข้าใจในการลงทุนที่ดีพอสมควร ที่สำคัญมี “ไม่เกิน 10 – 15%” ของพอร์ตเพื่อกระจายความเสี่ยงเท่านั้น


ผลงาน “กองทุนน้ำมัน” ทั้ง 8 กอง เป็นยังไง? มุมมองการลงทุนน้ำมันจะไปทิศทางไหน ตามทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ไปอัพเดทพร้อมๆ กันได้เลย


"
กองทุนน้ำมัน" เขียวยกแผง พุ่งตาม "น้ำมันโลก" ปีนี้บวกเฉลี่ย +16.49%... “I-OIL” & “TMBOIL” แชมป์ผลงานดีสุด +21.09%

หนึ่งในความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ของโลกในตอนนี้ นอกจากยูเครน-รัสเซียแล้ว ก็คือ “ตะวันออกกลาง” หลังสงกรานต์ที่ผ่านมา “อิหร่าน” เปิดฉากยิงถล่ม “อิสราเอล” กลับไปหลังสถานกงสุลของอิหร่านเจอถล่มในซีเรียที่ผ่านมา


ซึ่ง “อิสราเอล” ก็เมินคำเตือนของพันธมิตรเช่น “สหรัฐ” และประกาศจะเอาคืน “อิหร่าน” เช่นเดียวกัน นั่นทำให้ทั่วโลกกำลังจับตาและหวั่นจะขยายวงไปสู่สงครามภูมิภาคและอาจกระทบกับราคาพลังงานของโลกได้


เพราะ “อิหร่าน” เองนั้น เป็นผู้ส่งออกน้ำมัน “อันดับ 4” ของโลก !!! จึงไม่แปลกใจที่ความวุ่นวายและไม่สงบในภูมิภาคนี้จะหนุนให้ราคาน้ำมันโลกทรงตัวในระดับสูงได้ต่อเนื่องเช่นกัน



สำหรับ 8 “กองทุนน้ำมัน” ในปัจจุบันนั้น ล้วนลงทุนในกองทุน ETF ที่ลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์สน้ำมันดิบโลกทั้งสิ้น ส่วนใหญ่อ้างอิง WTI ซึ่งตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาทำผลตอบแทนทะลุ 10% ทุกกอง เฉลี่ย +16.49% นำมาโดย

  • I-OIL” ของบลจ.เอ็มเอฟซี +21.09%

  • “TMBOIL” ของบลจ.อีสท์สปริง +21.09%

  • “KT-OIL” ของบลจ.กรุงไทย +20.86%

  • TISCOOIL” ของบลจ.ทิสโก้ +14.52%

  • “K-OIL” ของบลจ.กสิกรไทย +14.28%

  • SCBOIL” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +14.22%

  • “KF-OIL” ของบลจ.กรุงศรี +13.42%

  • “ASP-OIL” ของบลจ.แอสเซท พลัส +12.45%


“มอร์นิ่งสตาร์” มองราคาน้ำมันสิ้นปี24 มีโอกาสลงไป 75 ดอลล์ มากกว่ายืนเหนือ 100 ดอลล์...มั่นใจการผลิตน้ำมันของ “สหรัฐ” สร้างสมดุลให้ตลาดโลกได้

ด้าน “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) ระบุผ่านรายงานว่า นักวิเคราะห์มอร์นิ่งสตาร์เชื่อว่าการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธของ “อิหร่าน” ต่อ “อิสราเอล” ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อตลาดน้ำมัน อย่างไรก็ตาม เราคิดว่าการเตือนล่วงหน้าจากอิหร่านท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค หมายความว่าการโจมตีดังกล่าวนั้นสะท้อนอยู่แล้วในราคาน้ำมันผ่านความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยอธิบายได้ว่าเกือบทั้งหมดของการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน (ประมาณ 91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากประมาณกลาง 70 ดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์) เป็นผลมาจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์มากกว่าความเสี่ยงด้านอุปทาน


“ด้าน ซาอุดิอาระเบีย และ ‘OPEC+’ มีปริมาณการผลิตน้ำมันสํารองอยู่ประมาณ 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน (หรือมากกว่า) ที่สามารถส่งกลับสู่ตลาดได้หากราคาพุ่งสูงเกินไปและพุ่งขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เราคาดว่าขณะนี้มีความเสี่ยงด้านลบมากกว่าด้านบวก และเห็นความเป็นไปได้สูงกว่าที่ราคาจะตกมาที่ 75 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2024 มากกว่าเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล”



ความเสี่ยงหลักสำหรับตลาดน้ำมันคือ การ “ปะทะกันโดยตรง” ระหว่าง “อิหร่าน” และ “อิสราเอล” ซึ่งสถานการณ์นี้ยังไม่ใช่สถานการณ์ดังกล่าว แม้ว่าเราจะคิดว่าความตึงเครียดในภูมิภาคอาจเกิดความรุนแรงได้อีก แต่ “ซาอุดิอาระเบีย” และ “อิหร่าน” เพิ่งกลับมาสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอีกครั้ง ซึ่งบ่งชี้ว่ายังน่าจะอยู่ห่างไกลจากสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกับสถานการณ์ที่นําไปสู่การโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของซาอุดิอาระเบียในปี 2019 ซึ่งทําให้การผลิตน้ำมันของประเทศหยุดชะงักลงชั่วคราวมากกว่าครึ่ง


“อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงต่อตลาดน้ำมันยังคงมีนัยสําคัญหากสถานการณ์ยังทวีความรุนแรงมากขึ้น การผลิตน้ำมันของอิหร่านอยู่ที่ประมาณ 3.1 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 และมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจของสหรัฐที่เข้มงวดขึ้นต่อประเทศนี้ อาจลดปริมาณการผลิตลงได้ 500,000 บาร์เรลต่อวัน สถานการณ์ที่อันตรายมากขึ้นคือความพยายามของอิหร่านที่จะปิดช่องแคบฮอร์มูซ ซึ่งรองรับน้ำมันดิบของโลกประมาณ 30% ซึ่งส่วนใหญ่มุ่งหน้าไปยังเอเชีย”


โดยนักวิเคราะห์ของมอร์นิ่งสตาร์ยังคิดว่าการเพิ่มการผลิตน้ำมันของสหรัฐ จะเป็นตัวถ่วงดุลที่เพิ่มมากขึ้นต่อความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในตะวันออกกลาง ในเดือนธันวาคม 2023 การผลิตน้ำมันของสหรัฐอยู่ที่ 13.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน เทียบกับ 8 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนธันวาคม 2013 การผลิตนี้น่าจะสร้างความมั่นคงอย่างค่อนข้างมีเสถียรภาพสำหรับตลาดน้ำมันโลกได้ไม่มากก็น้อย


การลงทุนใน “น้ำมันโลก” ไม่ได้เหมาะกับทุกคน และควรลงไม่เกิน 10 – 15% ของพอร์ต ในมุมมองของการกระจายความเสี่ยง เพราะหากดูราคาของ “กองทุนน้ำมัน” ในปัจจุบันทั้ง 8 กองเฉลี่ยอยู่ที่ 5.38 บาท (จากราคา IPO ที่ 10 บาท) ก็สะท้อนถึงความผันผวนของราคาในช่วงที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’